ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 8

อุตุฯ ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 8 วันที่ 5-7 พ.ค. 60 ไทยตอนบนมีอากาศร้อน ทำให้เกิดพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้นหลายพื้นที่ โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับลูกเห็บตกบางพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง การอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ซึ่งจะเกิดขณะที่มีพายุฤดูร้อนไว้ด้วย

ในช่วงวันที่ 5-7 พฤษภาคม 2560 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองฟ้าผ่า และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้อากาศคลายความร้อนลง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆ ดังนี้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 ปกคลุมหลายพื้นที่ของบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล วันที่ 6-7 พฤษภาคม 2560 พายุฤดูร้อนยังคงปกคลุมหลายพื้นที่ของภาคเหนือ และภาคกลาง ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก มีพายุฤดูร้อนลดน้อยลง

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ในช่วงวันและเวลาดังกล่าวไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนแล้ว ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีผลกระทบถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2560

โปรดเกล้าฯตั้ง6ผวจ.นั่งผู้ตรวจราชการพิเศษฯ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 6 ผวจ. นั่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกฯ – “สุวิทย์” นั่งผู้ว่าฯกาฬสินธุ์

เว็บไซต์ราชกิจจา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือน ความว่า มีพระราชโองการโปรดเกล้า

โปรดกระหม่อมให้ข้าราชการพลเรือนสามัญ พ้นจากตําแหน่งและแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งประเภทบริหารระดับสูง จํานวน 10 ราย ดังนี้

1. นายศักดิ์ สมบุญโต พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี

2. นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธ์ สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี

3. นายบุญส่ง เตชะมณีสถิตย์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี

4. นายโชคชัย เดชอมรธัญ พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี

5. นายสุรพล แสวงศักดิ์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี

6. นายพศิน โกมลวิชญ์ พ้นจากตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี สํานักนายกรัฐมนตรี

7. นายสุวิทย์ คําดี พ้นจากตําแหน่ง ที่ปรึกษาด้านความมั่นคง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สํานักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย

8. นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร พ้นจากตําแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง สํานักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย

9. นายนรภัทร ปลอดทอง พ้นจากตําแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สํานักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย

10. นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม พ้นจากตําแหน่ง ที่ปรึกษาด้านการปกครอง (นักวิเคราะห์นโยบายและแผนทรงคุณวุฒิ) สํานักงานปลัดกระทรวง และแต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี สํานักงานปลัดกระทรวง กระทรวงมหาดไทย

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2560 เป็นต้นไป


ประกาศ ณ วันที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี

วิจารณ์แซ่ด นทท. สาวจับปลาดาวขึ้นเรือ โพสต์อวดโซเชียล

วิจารณ์สนั่นนักท่องเที่ยวสาวจับปลาดาวทะเลขึ้นเรือหาง ยาวโพสต์โชว์ โลกออนไลน์กระบี่ ชาวเน็ตวิจารณ์ ไม่เหมาะสม ชี้เป็นการทรมานสัตว์ ด้านหน.หน่วยอนุรักษ์ทางทะเลแลชายฝั่งฯ เผยอยู่ระหว่างประสานเจ้าหน้าที่ติดตามตัวมาตักเตือน เข้าข่าย ทำลายห่วงโซ่อาหาร

วันที่ 4 พ.ค.60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ ชาวโลออนไลน์กำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง ถึงควมไม่เหมาะสม ภายหลังผู้ใช้เฟ.ซบุค “ Ohaee Nutcha” ได้ โพสต์ภาพหญิงสาว นั่งบนเรือหางยาววางปลาดาวทะเลขนาดใหญ่วางบนศีรษะ และ ด้านหลังยังมีปลาดาวสีสันสวยงามอีก4ตัว และปลิงทะเลอีก4ตัว ที่ถูกจับขึ้นมาวางบนเรือ นอกจากนี้ยังภาพ ตอนเอามือจับปลาดาวขึ้นมาถ่ายบนเรือด้วย ทั้งนี้ในเฟซบุคดังกล่าว ได้มีการาเช็คอินสถานที่ อ่าวนาง ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ หลังมีการโพสต์ภาพ ดังกล่าวก็มีชาวเน็ตเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมากส่วนใหญ่มองว่าเป็นการกระทำที่ไม่สมควร ขาดจิตสำนึกในการท่องเที่ยว เนื่องจากการจับดาดาสขึ้นมานานๆเป็นการทรมานปลาดาว ทำให้เนื้อตัวบอบช้ำ อยู่จะให้อยู่ตามธรรมชาติ พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ ดำเนินการกับผู้ที่กระทำการดังกล่าว หากปล่อยไว้จะกระทบกับธรรมชาติระบบนิเวศทางทะเล

ด้านนายวิทยา ขุนสัน ด้านนายวิทยา ขุนสัน หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จ.กระบี่ กล่าวว่า จากการตรวจสอบ ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานหาดนพรัตน์ธาราฯ และสถานีตำรวจน้ำกระบี่ เบื้องต้นทราบว่า นักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ได้จับปลาดาวมาจากบริเวณ เกาะมุก ในเขตจังหวัดตรัง จากนั้นก็เดินทางมาเที่ยวต่อที่หาดอ่าวนาง จ.กระบี่ ก่อนนำภาพภาพมาโพสต์ในเฟซบุค โดยเช็คอินที่อ่านาง เบื้องต้นได้ประสานเจ้าของเรือหางยาวนำเที่ยว เพื่อตักเตือนเจ้าของเรือซึ่งอยู่หาดปากเมง จ.ตรัง ห้ามนำนักท่องเที่ยวหยิบ จับ สัตว์น้ำในทะเลขึ้นมาถ่ายรูป เบื้อต้นความผิด ตาม พ.ร.บ.อุทยานฯ มาตรา16 ฐานทำลายธรรมชาติ ห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะได้ประสานเจ้าหน้ทที่อุทยานในจังหวัดตรังดำเนินการต่อไป ทั้งนี้ฝากเตือนไปยังนักท่องเที่ยว ไม่ควรหยิบจับสัตว์ทะเลขั้นมาจากน้ำ และไม่เหยียบแนวปะการังเพราะเป็นการทำลายธรรมชาติ

อย่างไรก็ตามแม้ว่า ล่าสุดผู้ใช้เฟซบุคดังกล่าว ได้มีการลบภาพภาพที่โพสต์ไปแล้วก็ตามหลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แต่มีการแชร์ต่อกันไปอย่างกว้างขวาง และเจ้าหน้าที่ไว้แคบหน้าเฟซบุคไว้ ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ พบ ว่าหญิงสาวดังกล่าวพร้อมเพื่อนอีก1คนยังคงท่องเที่ยวอยู่ที่ จ.กระบี่ ซึ่งจะได้ติดตามตัวมาทำการว่ากล่าวตักเตือนไปก่อนเพราะไม่ได้นำออกจากพื้นที่ หาก กระทำผิดซ้ำจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป