พายุฤดูร้อน พัดถล่มเมืองเพชรบูรณ์บ้านพังเสียหายจำนวนมาก

พายุฤดูร้อน พัดถล่มเมืองเพชรบูรณ์บ้านพังเสียหายจำนวนมาก นายอำเภอเร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ

นายชาญชัย ศรศรีวิชัย นายอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเย็นวานนี้ที่ อ.เมืองเพชรบูรณ์ ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มนาน 1 ชั่วโมง ส่งผลให้มีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบประมาณ 10 หลัง ส่วนใหญ่เป็นลักษณะหลังคาปลิว และ ชำรุดเสียหาย สำหรับพายุที่เกิดขึ้นค่อนข้างมีความรุนแรงพอสมควร โดยนับตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน – 4 พฤษภาคม 2560 ภายใน อ.เมืองเพชรบูรณ์เกิดพายุฤดูร้อนมาแล้วถึง 3 ครั้ง พบบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายแล้ว 410 หลัง

นอกจากนี้ยังมีต้นไม้จำนวนมาก รวมถึงเสาไฟฟ้าหักโค่นด้วย ซึ่งส่วนนี้ตนกังวลเรื่องระบบไฟฟ้าเป็นพิเศษ เพราะหากระบบไฟกระชากบ่อยครั้งก็อาจกระทบกับการจ่ายไฟ และ ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรได้ อย่างไรก็ตาม ทางอำเภอร่วมกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นยังคงจับตา เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ภายในช่วงสายตนก็จะลงพื้นที่เข้าไปสำรวจบริเวณที่ประสบวาตภัยอย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางให้ความช่วยเหลือต่อไป

อธิการบดี มธ. หนุนคุมสื่อ หลังเสนอข่าวฝนตกเพดานถล่ม ชี้ ข่าวบิดเบือน

อธิการบดี ธรรมศาสตร์ หนุนกฎหมายคุมสื่อ หลังเสนอข่าวฝนตกเพดานถล่ม นศ.หวิดดับ ชี้ ข่าวบิดเบือน ด้านอาจารย์แจงฝ้าถล่มหวิดดับไม่เกินจริง

จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิป จากผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Riewbaiphai C. Chandranee เผยคลิปวิดีโอนาทีฝนรั่วในห้องเรียนชั้น 1 ของอาคาร SC ในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำให้ฝ้าเพดานร่วงลงมาทับเก้าอี้นักศึกษา หลังจากนั้นฝนยังรั่วออกมาเต็มห้องเรียนและมีข่าวแพร่กระจายออกไป

ต่อมา สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดี มหาลัยธรรมศาสตร์ ได้มีการแชร์ข่าวของข่าวสดออนไลน์ รวมถึงแสดงความคิดเห็นกับข่าวดังกล่าวว่า “ข่าวสดโพสต์เรื่องฝนตก หลังคาตึก SC รั่ว นักศึกษาหวิดตาย ทั้งๆ ที่ไม่มีนักศึกษาเรียนในห้องนั้น ผมสนับสนุนว่าควรมีองค์กรควบคุมสื่ออย่างยิ่ง”

หลังจากนั้น อ.สาวตรี สุขศรี ได้ออกมาโพสต์ถึงการแสดงความคิดเห็นของ อธิการฯ ธรรมศาสตร์ ว่า จริงๆ แล้ว ห้องนั้นกำลังจะมีการเรียนการสอน แต่ฝนตกก่อนอาจารย์จะเดินไปถึง และมี นศ.บางส่วนไปนั่งรอเรียนอยู่ก่อนแล้วตามปกติ ตรงจุดที่ฝ้าหล่นลงมา มันเป็นพื้นที่ตรงทางเดินหน้าห้อง ไม่ใช่โซนที่นั่งแต่ไม่ใช่ว่าไม่อันตราย เพราะหากใครเดินไปตรงนั้นพอดี ก็อาจจะหวิดดับ หรือ บาดเจ็บ ได้จริงๆ

นอกจากนี้ อ.สาวตรียังระบุว่า กรณีฝนตก จนฝ้าถล่ม แทนที่อธิการบดีจะแสดงความห่วงใย น.ศ.และอาจารย์ และเร่งรีบสั่งเร่งแก้ไข กลับฉวยโอกาส เอาข่าวมาสนับสนุนการคุมสื่อ ทั้งยังปรักปรำว่าเสนอข่าวเกินจริง โดยตนเองไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า กำลังจะมีการเรียนการสอนเกิดขึ้นจริง

หลังจากนั้น มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก นำข้อความของ อ.สาวตรี ไปโพสต์ในสเตตัสของ ศ.ดร.สมคิด โดย ศ.ดร.สมคิด ตอบกลับ ยืนยันว่า “ผมตรวจสอบทุกอย่างแล้วครับและคิดว่าไม่มีการหวิดดับอย่างที่บิดเบือน” และว่า “ความปลอดภัยของ น.ศ. ผมเป็นห่วงอย่างยิ่ง ได้สอบถามตั้งแต่แรกและได้จัดการปัญหาอย่างเร็วที่สุด ไม่คิดว่าจะมีใครใส่ร้าย มธ. เท่านี้เท่านั้นแล่ะครับ”

ทั้งนี้ ศ.ดร.สมคิด นอกจากดำรงตำแหน่งอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยังมีตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. อันมีบทบาทสำคัญในการพิจารณากฎหมายต่างๆ ในปัจจุบันอีกด้วย

แก๊งแท็กซี่พัทยา 20 คัน ล้อมรถเก๋งรับลูกค้าต่างชาติ หลังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอูเบอร์

แก๊ง แท็กซี่ พัทยา 20 คัน ล้อมรถเก๋งรับลูกค้าต่างชาติ หลังเข้าใจผิดคิดว่าเป็นอูเบอร์ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ให้ทั้ง 2 ฝ่ายลงบันทึกประจําวันไว้เป็นหลักฐาน

ศูนย์วิทยุ สภ.เมืองพัทยา รับแจ้งมีเหตุมีกลุ่มรถแท็กซี่ในเมืองพัทยาปิดล้อมรถเก่งพร้อมกับจะทำร้าย จึงให้สายตรวจนำกำลังไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณทางลงสะพานท่าเทียบเรือพัทยาใต้ ทำให้การจราจรติดขัด ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งนิสสันสีดำ ทะเบียน 1 กฎ 4561 กรุงเทพ โดยมี น.ส.สุพรรณี ธรรมพิทักษ์ อายุ 31 ปี เป็นคนขับ ภายในรถ มีนักท่องเที่ยวต่างชาติสัญชาติจีนอยู่ในรถจำนวน 3 คน อยู่ในอาการตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บริเวณด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง มีกลุ่มรถแท็กซี่บริษัทแห่งหนึ่งที่อยู่ในเมืองพัทยาประมาณเกือบ 20 คัน ปิดล้อมอยู่

จากการสอบถาม น.ส.สุพรรณี ให้การว่า ตนเองขับรถยนต์ส่งลูกค้าให้กับเจ้านายที่เป็นต่างชาติ ที่ทำธุรกิจคอนโดฯ อยู่ในเมืองพัทยา โดยในวันนี้ทางต่างชาติที่นั่งอยู่ในรถเก่งเป็นลูกค้าที่เคยพักในคอนโดฯ ของเจ้านาย ทางลูกค้าจะเข้าพักที่คอนโดฯ ย่านพัทยาใต้ ทางเจ้านายได้ให้ตนเองขับรถยนต์ไปรับลูกค้าโดยนัดกันที่บิ๊กซีพัทยาเหนือ

ระหว่างที่รับลูกค้าออกมาก็มีกลุ่มรถแท็กซี่พัทยาประมาณ 20 คันขับตาม บางคันก็ขับเบียดให้ตนจอด แต่ตนเป็นผู้หญิงก็ไม่กล้าที่จอดลงมา พอมาถึงที่เกิดเหตุได้มีอีกคันขับรถยนต์ตัดหน้ารถตนแล้วก็เบียดรถตนไปไหนไม่ได้ ตนจึงโทรศัพท์แจ้งไปยัง 191 ส่งสายตรวจมาตรวจสอบ ส่วนทางกลุ่มเดินรถแท็กซี่พัทยาให้การว่าทาง น.ส.สุพรรณี ขับรถอูเบอร์ ที่ผิดกฎหมายมารับลูกค้า ทางกลุ่มตนจึงไล่ติดตามมาเพื่อที่จะให้ลงมาพูดคุยกัน ไม่คิดที่จะทำร้ายแต่อย่างไร

เบื้องต้นทางตำรวจเชิญทั้ง 2 ฝ่ายไปตกลงที่โรงพัก หลังมาถึงทั้ง 2 ฝ่ายได้ลงบันทึกประจําวันไว้เป็นหลักฐานต่างคนต่างไม่เอาเรื่องชึ่งกัน และ กัน ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นทางร้อยเวรจะรายงานเรื่องที่เกิดขึ้นไปยัง พ.ต.อ. อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา ประสาน หัวหน้าขนส่งอำเภอบางละมุ หาวิธีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นต่อไป