ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 4

อุตุ ประกาศ “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ” ฉบับที่ 4 วันที่ 4-7 พ.ค. 60 ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองฟ้าผ่า และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่

พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะเกิดพายุฤดูร้อนขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับลูกเห็บตกในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่บริเวณดังกล่าวมีอากาศร้อนกับมีอากาศร้อนจัดบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวควรหลีกเลี่ยงที่โล่งแจ้ง การอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ซึ่งจะเกิดขณะที่มีพายุฤดูร้อนไว้ด้วย

ในช่วงวันที่ 4-7 พฤษภาคม 2560 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองฟ้าผ่า และลมกระโชกแรงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่โดยเฉพาะในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และอากาศจะคลายความร้อนลง ซึ่งจะมีผลกระทบตามภาคต่างๆดังนี้

วันที่ 4-5 พฤษภาคม 2560 พายุฤดูร้อนจะเกิดขึ้นบริเวณด้านตะวันออกของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก บริเวณจังหวัดน่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เลย หนองบัวลำภู หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี และสระแก้ว และ วันที่ 5-7 พฤษภาคม 2560 บริเวณที่เกิดพายุฤดูร้อนจะเพิ่มมากขึ้น และครอบคลุมบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้แผ่ลงมาปกคลุมถึงประเทศจีนตอนใต้และประเทศเวียดนามตอนบนแล้ว คาดว่าจะแผ่ลงปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกของประเทศไทยและทะเลจีนใต้ในวันนี้ (4 พ.ค. 60) ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศแปรปรวนและมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น

ผวา สมาชิกไอเอสหนีเข้าไทย มาเลย์ยังไม่ประสานช่วยตามจับ

กระทรวงกลาโหม แจงยังไม่ได้รับประสานจากมาเลเซียจับสมาชิกกลุ่มไอเอสที่หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย “พล.อ.ประวิตร” กำชับเข้มการข่าวติดตามข้อมูลใกล้ชิด เฝ้าระวังเต็มที่ไม่ประมาท

พล.ต.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยถึงกรณีที่สื่อมวลชนเสนอข่าว ทางการมาเลเซียจับกุมผู้ต้องสงสัยที่อยู่ในกลุ่มขบวนการก่อการร้ายไอเอสและมีส่วนหนึ่งหลบหนีเข้ามาไทยในพื้นที่ชายแดนใต้ ว่า ขณะนี้ฝ่ายความมั่นคง ยังไม่ได้รับการประสานจากทางการมาเลเซีย โดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการและกำชับให้หน่วยงานด้านการข่าว ได้ตรวจสอบติดตามและประสานข้อมูลร่วมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้กองทัพบกโดยกองทัพภาค 4 และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ร่วมกันโดยไม่ประมาท

ทั้งนี้ พล.ต.คงชีพ กล่าวว่า ขอให้ความเชื่อมั่นร่วมกันว่า การทำงานของฝ่ายความมั่นคงที่ผ่านมา เราอยู่บนพื้นฐานของความไม่ประมาท โดยได้ประสานและทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด โดยเฉพาะการดำเนินการและติดตามความเคลื่อนไหวต่อกลุ่มต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ ที่อาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประเทศ

ขณะเดียวกัน ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ใช้ดุลยพินิจในการเสนอข่าวที่มีความละเอียดอ่อนที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง เพื่อมิให้สังคมเกิดความตื่นตระหนกและสับสนร่วมกันในภาพรวม

ที่มา INN

จับลุงขี้เหงาโทรป่วน191กว่า 170ครั้ง อ้างไม่รู้จะโทรหาใคร

จับลุงขี้เหงา โทรป่วนเบอร์ 191 ลำปาง กว่า 170 ครั้ง สารภาพไม่รู้จะโทรหาใคร

พ.ต.ท.ณรงค์ หนองเหล็ก หัวหน้าศูนย์วิทยุ 191 ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร จ.ลำปาง ว่ามีคนโทรศัพท์เข้ามาก่อกวนที่ศูนย์วิทยุในลักษณะโทรมาแล้วไม่พูดแล้วกดวางสายไปอยู่หลายครั้ง ซึ่งเกรงว่าจะกระทบต่อผู้ที่แจ้งเหตุเข้ามาแล้วโทรศัพท์ติดต่อไม่ได้ จากการตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์เบื้องต้นพบว่าต้นสายอยู่ในพื้นที่บ้านป่าตันกุมเมือง ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง จึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เขลางค์นคร ลงพื้นที่เข้าตรวจสอบด้วย

จากนั้นร.ต.ต.สวัสดิ์ กุนณะด้วง รอง สวป.สภ.เขลางค์นคร จึงร่วมกับเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจสอบในบริเวณที่ได้รับแจ้ง จนกระทั่งพบชายคนหนึ่งนั่งเลี้ยงวัวอยู่บริเวณศาลาหน้าวัดป่าตันกุมเมือง หมู่ 4 ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง จึงเข้าไปสอบถาม และพบโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า 1 เครื่อง จึงขอตรวจสอบก็พบว่ามีสายโทรออกเบอร์ 191 ถึง 173 ครั้ง

จากนั้นได้นำตัวไปที่ สภ.เขลางค์นคร ทราบชื่อคือนายสมศักดิ์อายุ 60 ปี จากการสอบสวนนายสมศักดิ์ ให้การรับสารภาพโดยอ้างว่า ตนเป็นคนโทรศัพท์ไปที่เบอร์ 191 จริง เพราะเหงาไม่รู้จะโทรหาใคร เมื่อน้องชายให้โทรศัพท์มาจึงกดโทรไปที่เบอร์ 191 พร้อมกับยกมือขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่ บอกว่าตนไม่ได้ตั้งใจจะก่อกวนแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อหาก่อกวนสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น และทำการเปรียบเทียบปรับ ก่อนจะว่ากล่าวตักเตือนและปล่อยตัวไป

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ณรงค์ เปิดเผยว่า ยังมีสายที่โทรศัพท์เข้ามาก่อกวนที่เบอร์ 191 อีกหลายสาย โดยในเขต อ.เมือง พบว่ามีโทรก่อกวนมากถึง 140 ครั้ง แต่ยังไม่สามารถจับกุมได้ จึงขอความร่วมมือไปยังประชาชนว่าหากไม่มีเหตุการณ์ฉุกเฉิน หรือแจ้งเหตุใดๆ อย่าโทรก่อกวน เนื่องจากผู้ที่ประสบเหตุรายอื่นอาจจะโทรไม่ติด ทำให้ความช่วยเหลือไม่ทันเวลา และเกิดการสูญเสียด้านชีวิตและทรัพย์สินได้