สลด!ผัวยิงเมียก่อนยิงตัวตายตามต่อหน้าลูก


เกิดเหตุสามียิงภรรยาเสียชีวิต ก่อนฆ่าตัวตายตามภายในบ้านพักที่จ.พัทลุง โชคดีลูกสาววัย 4 ขวบ วิ่งหนีออกมาได้ทัน

ร.ต.อ ประสิทธิ์ ขุนทอง ร้อยเวร สภ.กงหรา พัทลุง รับแจ้งเหตุจากพลเมืองดีมีเหตุ สามียิงภรรยาก่อนยิงตัวเองเสียชีวิตตายตาม โดยเหตุเกิด บ้านเลขที่ 208 หมู่ที่ 7 ต.ชะรัด อ.กงหรา หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบ ที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง และเจ้าหน้าที่ชุดกู้ชีพ จากเทศบาลตำบลนาโหนด ในที่เกิดเหตุ บริเวณภายในบ้านเลขที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพนางปาจุรี อายุ 25 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต และใกล้กันพบศพนายเกียรติศักดิ์ อายุ 26 ปี สามี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองพกสั้น เข้าบริเวณศีรษะ

จากการสอบสวน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นางปาจุรี กำลังนั่งดูทีวีภายในบ้านกับลูกสาววัย 4 ขวบ มี นายเกียรติศักดิ์ นั่งอยู่ด้วยกัน สามีได้พูดคุยกันจนเกิดปากเสียง ก่อนที่จะหยิบอาวุธปืนพกสั้นออกมาจ่อยิงภรรยาจนเสียชีวิตต่อหน้าลูกสาว โชคดีลูกสาวได้วิ่งออกมาจากบ้านทัน ก่อนที่นายเกียรติศักดิ์ จะใช้อาวุธปืนยิงตัวเองจนเสียชีวิต ดังกล่าว ขณะที่ ญาติที่อยู่ใกล้เคียง ได้ช่วยกันนำลูกสาวออกจากที่เกิดเหตุ เนื่องจากเกรงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบกับจิตใจของเด็ก ส่วนชนวนและสาเหตุ การยิงกันในครั้งนี้ ญาติ ๆ ต่างระบุว่า เกิดจากความขัดแย้งจากเรื่องหึงหวง เนื่องจากก่อนหน้านี้ทั้งสองได้ทำงานรับจ้างที่บริษัทแห่งหนึ่งใกล้บ้าน แล้วทะเลาะกันเรื่องหึงหวง สามีจึงได้ออกจากงานมาอยู่บ้านเฉย ๆ ส่วนภรรยายังทำอยู่ตามปกติ

ซึ่งสามีพยายามอ้อนวอนให้ภรรยาลาออกจากงานแล้วไปหางานที่อื่นด้วยกันหลายครั้ง แต่เนื่องจากตัวภรรยาคิดว่าจะทำงานรับจ้างในบริษัทไปเรื่อย ๆ จนกว่า จะหางานใหม่ได้ ประกอบกับช่วงนี้ใกล้เปิดเทอมจึงยังไม่ขอลาออกเพราะต้องใช้จ่ายเงินค่าอุปกรณ์และค่าใช้จ่ายให้กับลูก จนกระทั่งเกิดที่ไม่คาดคิดขึ้นมาดังกล่าว

ที่มา INN

ตร.นัดดีเจเชาเชาสอบปากคำคดีขับรถชนคนตายพรุ่งนี้

ทนายความ นำรถยนต์ ดีเจ เชาเชา ส่งให้ ตำรวจ สน.สายไหม ตรวจสอบ คดีขับรถชนคนตาย แล้ว – ตร. นัดสอบปากคำพรุ่งนี้ขู่ออกหมายเรียกหากเบี้ยวนัด

นายยงเดช บุตรโรทัย ทนายความ ของนายชวลิต ศรีมั่นคงธรรม หรือ ดีเจเชาเชา ได้นำรถยนต์ เลกซัส สีขาวทะเบียน 2 กฆ 6789 กทม. มาส่งมอบให้ตำรวจ สน. สายไหม เพื่อให้ ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของ กองบังคับการตำรวจจราจร ได้ทำการตรวจพิสูจน์ เพื่อหาร่องรอยการถูกเฉี่ยวชน บุบยุบ เบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยความเสียหาย 3 จุด คือบริเวณกันชนหน้า ทะเบียน และกระจังหน้ารถ โดยจะมีการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

โดยทนายความของ ดีเจเชาเชา ยืนยัน ว่า กรณีที่ดีเจเชาเชา พูดออกไปว่าไม่ใช่เป็นบุคคลที่ขับรถชนเนื่องจากตกใจเพราะเพิ่งเคยเกิดอุบัติเหตุครั้งแรก แต่เมื่อตั้งตัวได้ก็ยอมรับว่าเป็นคนขับรถชนจริง ซึ่งดีเจเชาเชา พร้อมดูแลค่ารักษาพยาบาลของผู้เสียชีวิต 90,000บาท และค่าทำศพเบื้องต้นอีก 30,000 บาท และยังไม่รับปากว่าในวันพรุ่งนี้จะเดินทางเข้ามาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน. สายไหม หรือไม่

ด้าน พ.ต.อ.ธณกรณฑ์ ก้อนแก้ว ผู้กำกับการ สน. สายไหม กล่าวว่า ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ก่อนหน้าอุบัติเหตุ มีการแข่งรถจักรยานยนต์ของกลุ่มผู้เสียชีวิต ก่อนที่รถยนต์ของดีเจเชาเชา จะขับเข้ามาที่เลนกลาง จากนั้น รถจักรยานยนต์ของผู้ตายมีการเบี่ยงซ้ายออกมาอย่างกระทันหันทำให้รถของดีเจเชาเชาชนเข้าอย่างจังเนื่องจากการตรวจที่เกิดเหตุพบรอยเบรคชัดเจนมากกว่า 5เมตร ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ประสานให้มาพบในวันนี้ แต่ดีเจเชาเชาติดภาระกิจงานด่วน ไม่สามารถมาพบได้ จึงนัดหมายใหม่ให้มาพบอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ โดยจะมีการสอบสวนประเด็นการใช้ความเร็วในการขับรถ และประเด็นแวดล้อมอื่นๆเช่นได้ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือไม่ โดยจะมีการแจ้งข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่หากวันพรุ่งนี้ดีเจเชาเชา ไม่มาพบตามที่จะพิจารณาออกหมายเรียกทันที

โจ๋เมาอาละวาดใช้ระเบิด ขู่ยายและแฟนสาว บึ้มลั่นสาหัสทั้ง3คน

โจ๋ลำปาง เมาสุราแล้วทะเลาะทำร้ายร่างกายแฟนสาว ยายจึงเข้าห้าม แต่กลับชักระเบิดขู่ เกิดสนั่นตูม มือเละ ได้รับบาดเจ็บสาหัสทั้งสามคน

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดลำปาง เมื่อ วันนี้ 3 พ.ค.60 กลางดึกทีผ่านมา เจ้าหน้าที่ ตำรวจ . สภ.เสริมงาม จังหวัดลำปาง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นที่บ้านทุ่งต๋ำ ม.8 ต.เสริมกลาง อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 ราย จึงเดินทางไปตรวจ พบผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสนอนอยู่บนพื้นดินบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 13 ม.8 ต.เสริมกลาง จำนวน 3 ราย จึงประสานขอรถ รพ.เสริมงาม พร้อมเจ้าหน้าที่มารับผู้ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงเบื้องต้นทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายเดชา อินปิก อายุ 25 ปี ชื่อเล่นว่าต้อมเป็นราษฎรบ้านมั่ว ม.4 ต.ทุ่งงาม อ.เสริมงาม จ.ลำปาง ได้แต่งงานกับ น.ส.อรณิชา ฟูเอื้ยง อายุ 18 ปี ราษฎรบ้านทุ่งต๋ำ ม.8 ต.เสริมกลาง(บ้านที่เกิดเหตุ)เมื่อประมาณเดือนมีนาคมที่ผ่านมาโดยก่อนหน้านี้

โดยทั้งคู่ได้เดินทางไปเที่ยวบ้าน ของนายเดชาฯ ได้ดื่มสุรากันจากนั้นได้พากันเดินทางกลับมาที่บ้านระหว่างทาง ทั้งสองคนได้ทะเลาะกันส่งเสียงดังตลอดทาง เมื่อมาถึงบ้านดังกล่าวนายเดชาได้ลงมือทำร้ายร่างกาย น.ส.อรณิชา ทำให้นางน้อย วงค์ศักดิ์ อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นยายอาศัยอยู่บ้านหลังเดียวกันให้ว่ากล่าวตักเตือน ขอร้องไม่ให้ทำร้ายร่างกายกัน ทำให้นายเดชา ซึ่งอยู่ในอาการมึนเมาสุราไม่พอใจ ได้พูดขึ้นมาต่อว่ายาย อยากตายด้วยกันหรือ ทันใดนั้นได้เกิดระเบิดเสียงดัง จนทำให้ได้รับบาดเจ็บ หลัง ทั้งสามคน โดยเฉพาะนายเดชา มือทั้งข้างซ้ายเลาะ จนไม่เหลือนิ้วมือ ส่วนนางน้อย ได้รับบาดเจ็บบริเวณขาซ้ายท่อนบนหักผิดรูป บริเวณลำตัวและขาทั้งสองข้างได้รับบาดเจ็บ เนื้อเละหลุดลุ่ย

ส่วนนางสาวอรณิชา ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดตามลำตัวเช่นกัน เจ้าหน้าที่ได้ปฐมพยาบาล รีบนำส่ง รพ.เสริมงามต่อไป จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ ตรวจหารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเหตุที่เกิดขึ้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเป็นระเบิดแสวงเครื่อง ซึ่งนายเดชาฯคง ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง คล้ายกับระเบิดปิงปองหรือประทัดยักษ์ และจะได้ควบคุมตัว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…..