สาวช็อคขาดสติ! คิดว่ามีตัวอะไรที่เท้า ทำรถเสียหลักพุ่งตกน้ำดับต่อหน้าเพื่อน

สาวช็อคขาดสติ! รู้สึกเหมือนมีตัวอะไรอยู่ที่เท้า จนทำรถเสียหลักพุ่งตกแม่น้ำน่าน เสียชีวิตต่อหน้าเพื่อน

วานนี้ (2 พฤษภาคม 2560) เวลาประมาณ 22.50 น. ศูนย์วิทยุ 191 ได้รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ขับรถแหกโค้งตกลงไปในแม่น้ำน่าน ขอให้อาสาสมัครกู้ภัยเข้าตรวจสอบในที่เกิดเหตุบริเวณ ถนนวังจันทน์ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก

เบื้องต้นในที่เกิดเหตุพบ นางพัชยา อร่ามดิลกรัตน์ อายุ 54 ปี ที่อยู่ในอาการตื่นตะหนก สภาพเปียกปอน ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใกล้เคียงพื้นที่เกิดเหตุให้ช่วยเหลือ นางประภัสสร บัวอ่อน อายุ 54 ปี ที่ยังอยู่ในรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิคสีเทา หมายเลขทะเบียน กต 4970 พิษณุโลก ตำรวจจึงนำตัวไปสอบถามเรื่องราวที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก จึงทราบว่า ก่อนหน้านี้ ทั้งสองคน ได้ไปรับประทานอาหารที่บ้านของเพื่อนซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกินเหตุประมาณ 900 เมตร เท่านั้น

ทั้งนี้ นางพัชยา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า หลังจากขึ้นรถยนต์เพื่อที่จะเดินทางกลับบ้านที่ ตำบลท่าทอง นางประภัสสร บอกว่ามีบางสิ่งอยู่ที่เท้าจึงตื่นตกใจกลัว พยายามจะปัด อยู่ในอาการขาดสติ ตนเองได้บอกให้จอดรถแต่ นางประภัสสร ไม่จอดจึงทำให้รถพุ่งตกตลิ่งลงไปในแม่น้ำน่านด้วยความลึกมากกว่า 20 เมตร จนรถตกลงไปในน้ำแล้ว น้ำได้ค่อยๆ ไหลเข้าตัวรถ ตนเองพยายามบอกให้ลดกระจกลงแล้วออกจากรถไปด้วยกัน จึงปลดล็อคแบลแล้วว่ายน้ำไปอีก แต่ปรากฏว่า นางประภัสสร นิ่งไม่ขยับเหมือนอยู่ในอาการช็อคจนรถจมน้ำลงไป ตนเองจึงรีบวิ่งขึ้นไปร้องขอความช่วยเหลือแล้วเดินตามไปจนถึงจุดที่แสงไฟรถหายไปต่อหน้า

ต่อมาอาสาสมัครกู้ภัยจากมูลนิธิประสาทบุญสถาน สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ และหน่วยกู้ภัยบูรพา ได้ระดมกำลังช่วยกันเพื่อนำเอารถขึ้นมาจากน้ำจนกระทั่วเวลาประมาณ 01.35 น. ของวันที่ 3 พฤษภาคม 2560 อาสาสมัครกู้ภัยสามารถเก็บกู้รถยนต์เก๋งคันที่เกิดเหตุขึ้นมาจากแม่น้ำน่านได้สำเร็จ และพบศพ นางประภัสสร สวมใส่เสื้อสีขาวดำลายขวางกางเกงยีนส์ขาสั้น เสียชีวิตอยู่ภายในตัวรถ อาสาสมัครกู้ภัยจึงนำศพส่งชันสูตรพลิกศพที่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร  ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุสลดในครั้งนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ลือ!! ผู้ต้องสงสัย IS พร้อมอาวุธ หนีจากมาเลเซียเข้าไทย

มาเลเซียจับผู้ต้องสงสัย IS 6 คน ทั้งหมดเป็นชาวมาเลเซีย อีก 1 คนหลบหนีไปได้พร้อมปืน 3 กระบอก เข้ามายังชายแดนภาคใต้ของไทย

สำนักข่าวแชนแนลนิวส์เอเชียรายงานว่า ทางการมาเลเซียแถลงว่าได้จับกุมผู้ต้องสงสัยว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจกรรมของกลุ่มก่อการร้าย IS ได้ 6 คน ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึง 25 เมษายนที่ผ่านมา ทั้งหมดเป็นชาวมาเลเซีย

ไอเอส, ข่าวมาเลเซีย,

โดยเป็นชาย 4 คน และหญิง 2 คน ชาย 2 คนแรก อายุ 26 และ 41 ปี ถูกจับที่รัฐกลันตัน ในข้อหาลักลอบค้าอาวุธจากชายแดนไทยเข้าไปยังมาเลเซีย และหนึ่งในผู้ถูกจับกุมเป็นผู้พยายามวางแผนก่อวินาศกรรมมัสยิดของชาวมุสลิมนิกายชีอะห์ในปีนัง

นอกจากนี้ ยังมีผู้ต้องสงสัย IS อีก 1 คนในกลุ่มเดียวกับ 6 คนนี้ หลบหนีการจับกุมไปได้โดยการหนีเข้าชายแดนภาคใต้ของไทย พร้อมกับอาวุธปืน 3 กระบอก ทราบชื่อคือนายมูฮัมหมัด มูซัฟฟา อารีฟ บิน จูไนดี อายุ 27 ปี

ข้อมูลข่าวจาก voicetv.co.th

พบครอบครัวแล้ว! หลังหนุ่มเร่ร่อน ใช้กูเกิลช่วยตามหา หายจากบ้านนาน 15 ปี

ยุติการรอคอย ลูกชายร่ำไห้โผกอดพ่อที่พลัดพรากกัน 15 ปี เผยใช้กูเกิลตามหาเพราะไม่รู้หนังสือ

จากกรณีที่เกิดเป็นที่ฮือฮาในโลกออนไลน์ หลังมีชายหนุ่มคนหนึ่งได้ประกาศตามหาพ่อ-แม่ที่พลัดพรากไม่เจอหน้ากันนาน 15 ปี ด้วยการใช้โปรแกรม Google ในการช่วยเขียนข้อความ เนื่องจากชายคนดังกล่าวอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ แต่มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์จึงใช้โปรแกรมดังกล่าวในการหาข้อมูลนั้น

ล่าสุดหนุ่มคนดังกล่าวได้พบหน้าครอบครัวแล้ว ภายหลังเจ้าหน้าที่จากมูลนิธิกระจกเงา และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ช่วยกันเร่งติดตาม ก่อนจะทราบต่อมาว่าครอบครัวของเขาพักอาศัยอยู่ชุมชนริมทางรถไฟย่านตลาดศรีเขมา เขตบางซื่อ จึงประสานให้ทั้งคู่ได้พบกันในที่สุด ซึ่งหลังจากพบหน้ากันทั้งลูกและพ่อต่างโผเข้ากอดกันด้วยใบหน้าอาบน้ำตาทั้ง 2 แก้มด้วยความดีใจ ก่อนที่หนุ่มคนดังกล่าวจะเผยว่า

คนหาย, มูลนิธิกระจกเงา, กูเกิล,

หลังจากที่เขาได้หนีออกจากบ้านมานานหลายปี เขาก็คิดอยากจะพบครอบครัวอีกครั้ง หลังเห็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน ต่างได้กลับบ้านไปหาครอบครัวในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ จากนั้นเขาจึงเข้าไปร้านเกมส์และเปิดโปรแกรม Google Translate ขึ้นมา เพื่อหาข้อความคนหาย เผื่อจะมีข้อมูลของตนเองบ้าง แต่ปรากฏว่า Google ได้แสดงผลเป็นหน้าเฟซบุ๊คแฟนเพจศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงาขึ้นมา ตนจึงได้ทำการติดต่อและขอความช่วยเหลือดังกล่าว

ทั้งนี้ เขาขอขอบคุณประชาชนทุกท่านที่ช่วยกันแชร์ข้อมูลของตน เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิกระจกเงา จนกระทั่งทำให้เขาได้พบกับครอบครัวอีกครั้ง