คาดผู้นำด้านจิตวิญญาณ “เผ่าม้ง” ถูกยิงเสียชีวิต เหตุต่อต้านกลุ่มผู้ค้ายาบ้า

ลอบยิงผู้นำด้านจิตวิญญาณ “เผ่าม้ง” บ้านสันติสุข คาดขัดผลประโยชน์ หลังหันมาต่อต้านกลุ่มผู้ค้ายาบ้า และลักลอบตัดไม้ในพื้นที่

จากกรณีที่คนร้ายใช้อาวุธปืนลูกซองเบอร์ 12 ยิง นางวะ อัศวจินดาพล อายุ 65 ปี เข้าที่บริเวณขมับด้านซ้าย เสียชีวิตในยุ้งฉางเก็บข้าวโพดซึ่งทำเป็นที่เลี้ยงไก่ในบริเวณลานบ้าน โดยเหตุเกิดเมื่อค่ำ ของวันที่ 1 พ.ค. ที่ผ่านมา และไปเสียชีวิตที่ รพ.ปง เมื่อกลางดึกคืนวันเดียวกันนั้น

ล่าสุดวันนี้ (3 พ.ค. 60)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณรงค์ศักดิ์  เฉลิมเกียรติ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา พร้อมด้วยนายวรวิทย์ บุรณศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เดินทางเข้าเยี่ยมดูศพของ นางวะ อัศวจินดาพล หญิงวัย 65 ปี ผู้นำด้านจิตวิญญาณของชนเผ่าม้ง และอดีตแกนนำแนวร่วมพัฒนาชาติไทย เมื่อประมาณ 40 กว่าปี พร้อมกันนี้ได้มอบเงินช่วยเหลือแก่ญาติผู้เสียชีวิตจำนวนหนึ่ง

โดย นายสันติ อัศวจินดาพล อายุ 25 ปี ลูกชายผู้ตาย ได้แจ้งตำรวจไปชันสูตรศพหลังผู้ตายเสียชีวิตที่ รพ.ปง โดยผู้ตายถูกกระสุนปืนที่บริเวณขมับซ้าย โดยมีรอยกระสุน 4 รู กระสุนฝังในสมอง ซึ่งแพทย์โรงพยาบาลอำเภอปง ได้ส่งศพไปให้แพทย์นิเวช รพ.พะเยา ทำการผ่าชันสูตรเพื่อผลทางคดี

ด้าน นางสาวนารี แซ่ท่อ อายุ 30 ปี ลูกสะใภ้คนที่ 3 ของนางวะ เปิดเผยว่า หลายวันก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุได้มีผู้ชายคนหนึ่ง มาหาแม่วะที่บ้านหลายครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งจะถูกแม่วะต่อว่าทุกครั้งไป เนื่องจากแม่วะเป็นคนตรงไปตรงมา ไม่อ้อมค้อม ใครทำไม่ถูกต้องแม่วะจะไม่สนับสนุน อีกทั้งแม่วะเป็นคนที่ทั้งหมู่บ้านให้ความนับถือ เป็นผู้ทรงภูมิปัญญา แม่วะจะช่วยเหลือชาวบ้านตลอด เพราะแม่วะมีความสามารถด้านการฝังเข็ม ทำคลอด (หมอตำแย) ช่วยงานด้านสาธารณสุข ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ขุนควร ที่สำคัญคือเป็นผู้อาวุโสที่เป็นที่ปรึกษาหลักของหมู่บ้าน เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในหมู่บ้านด้วย

สำหรับ นางวะ อัศวะจินดาพล อดีตเคยเป็นแกนนำแนวร่วมพัฒนาชาติไทย ต่อมาหลังจากสงครามสงบ ได้เป็นแกนนำคนสำคัญของหมู่บ้านและเป็นที่เคารพนับถือ รวมทั้งเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไป ต่อมามักจะมีกิจกรรมในแนวทางการต่อต้านผู้ค้ายาเสพติด และลักลอบตัดไม้ทำลายป่าในพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนถูกยิงเสียชีวิต

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่า น่าจะมาจากการขัดผลประโยชน์จากกิจกรรมการเคลื่อนไหวดังกล่าว ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร รวมทั้งฝ่ายปกครองจะดำเนินการสืบสวนเพื่อหาผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คุณตาซิ่งกระบะย้อนศร ก่อนชนกำแพงพลิกคว่ำ ผงะ!ขนเงินสดนับล้านใส่รถ

ขนเงินสดนับล้านใส่รถ คุณตาซิ่งกระบะย้อนศร-เสยกำแพงปูนคว่ำยับ

วานนี้ (2 พ.ค. 60) ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุรถยนต์พุ่งชนกำแพงปูนกั้นเสาตอม่อสะพาน เหตุเกิดบนถนนคู่ขนานสาย 7 ตอน 2 ฝั่งขาเข้าพัทยา ม.4 ต.ตะเคียนเตี้ย อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงสั่งการกำลังรุดไปตรวจสอบและช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อ มิตซูบิชิ ไทรทัน สีบรอนซ์เทา ทะบียน ถพ-5551 กทม. พลิกคว่ำตะแคงข้าง สภาพพังยับ ตรวจสอบภายใน พบผู้ได้รับบาดเจ็บ ทราบชื่อ คือ นายถิรพงษ์ นวังคสัตถุศาสน์ อายุ 74 ปี เจ้าหน้าที่จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่างแล้วนำคนเจ็บออกมา พร้อมกระเป๋าถือขนาดใหญ่สีดำภายในมีเงินสด 720,000 บาท จึงมอบให้ไว้กับคนเจ็บ ก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางละมุง

ข่าวอุบัติเหตุ, รถชน, ข่าวจังหวัดชลบุรี

จากการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่าคนขับไม่ชำนาญเส้นทางได้ขับย้อนศรมาด้วยความเร็ว ก่อนจะหักเลี้ยวกะทันหันจนชนเข้ากับกำแพงปูนที่กั้นเสาตอม่อสะพานจนได้รับบาดเจ็บและรถพังเสียหาย

ข้อมูลข่าวจาก matichon tv

เปิดคลิปนาที ลูกเศรษฐี กระทืบ รปภ. ทั้งๆ ที่ยืนทำความเคารพ

คลิปแฉลูกเศรษฐีภูเก็ตสุดกร่างกระทืบ ลุงรปภ.ยับ ทั้งที่รปภ.ทำความเคารพแล้ว!

วานนี้ (2 พ.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ DR.K v.3 ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึก ขณะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรายหนึ่งถูกคนที่อ้างว่าเป็นลูกคนมีฐานะในพื้นที่ จ.ภูเก็ต ทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บทั้งๆ ที่เขา ได้โบกรถและยืนทำความเคารพ โดยเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 เม.ย. ที่ผ่านมา ทราบชื่อผู้บาดเจ็บคือ นายประสิทธิ์ พิมลอย วัย 44 ปี

ข่าวจังหวัดภูเก็ต, ลูกเศรษฐี

ทั้งนี้จากการสอบสวนหลังเจ้าตัวเข้าแจ้งความร้องทุกข์ได้ระบุว่า  ระหว่างที่ตนกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ที่เกิดเหตุ ลูกเศรษฐีใหญ่ของภูเก็ตรายหนึ่งขับรถมาจอด เมื่อรถจอดตนได้ทำความเคารพ จากนั้นเดินไปหลังรถ ก้อนไปยืนใกล้ประตูรถ เมื่อลูกเศรษฐีเดินลงมา ได้ต่อว่าตน ก่อนชกไปที่หน้าของตนจนล้มคว่ำ จากนั้นได้ซ้ำอีกหลายครั้ง ตนได้ป้องกันตัวแต่ยังถูกชกและกระทืบนอนกองกับพื้น แม้จะมีคนอยู่ในบริเวณนั้นก็ตาม ต่อมาตนจึงไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาตัว ก่อนมาแจ้งความดังกล่าว