นายกฯ บอก 4 คำถาม แค่อยากให้ปชช.คิด-เลือกตั้งยึดโรดแมป

นายกรัฐมนตรี ยัน 4 คำถามเพื่อให้ประชาชน คิด ชี้มีการเดินสายบิดเบือนในระดับชุมชน ย้ำเดินตามโรดแมป รอได้คำตอบค่อยปรับกระบวนการ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงคำถาม 4 คำถามที่ให้ประชาชนส่งความคิดเห็นมายังรัฐบาลว่า

จุดประสงค์ที่ถามคือต้องการให้ประชาชนได้คิดในสิ่งที่ได้ถาม เพราะวันนี้มีการพูดในระดับท้องถิ่น ชุมชน และหมู่บ้าน เดินสายพูดอยู่ข้างล่าง และบิดเบือนทุกอย่าง โจมตีตนเองทางสื่อ จึงได้ถามกลับไปว่าสิ่งที่บุคคลเหล่านั้นพูดมาทั้งหมดนั้นจะเป็นจริงหรือไม่  อาทิ ที่ระบุว่า หากได้กลับมาเป็นรัฐบาลก็จะให้มีโครงการรับจำนำข้าวอีก รวมถึงจะดำเนินการหลายอย่างที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์โดยตรง ส่วนตัวจึงต้องถามกลับไปบ้าง หรือจะต้องรับฟังฝ่ายเดียวโดยที่ส่วนตัวไม่มีโอกาสพูด

ซึ่งส่วนตัวต้องการสร้างความคิด ขณะที่การเลือกตั้งส่วนตัวไม่ได้ขัดแย้ง อย่างไรก็ต้องมี โรดแมปว่าอย่างไรก็ต้องว่าตามนั้น ซึ่งหลายคนที่ออกมาพูดวันนี้สร้างความเสียหาย วันหน้าถ้าเกิดปัญหาขึ้นอีกจะเรียกใคร แล้วบอกทหารไม่ต้องรัฐประหารซึ่งไม่มีใครอยากจะทำอยู่แล้ว ถ้าหากไม่มีการสร้างความเสียหายไว้

ทั้งนี้ เมื่อได้คำตอบแล้วจะมีแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวจะเอามาคิดว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยอาจจะเร่งรัดกระบวนการปฏิรูปให้เร็วขึ้น และสอดคล้องกับสิ่งที่จะเดินหน้า ไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่น

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคดีความที่เกี่ยวข้องกับโครงการรับจำนำข้าว จะเสร็จก่อนการจัดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ว่า ต้องถามฝ่ายกฎหมาย ขณะนี้ได้เดินหน้าตามกระบวนการ แต่คดีความไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีการร้องขอพยานหลายฝ่าย เมื่อใช้วิธีการนี้ก็ไม่สามารถเร่งคดีความได้ เพราะจะหาว่ารัฐบาลไปบังคับไล่ล่าฆ่าฟัน

ส่วนการระบายข้าวซึ่งยังระบายได้ไม่มากนัก นั้นจะทำอย่างไร ในเมื่อข้าวไม่ดี ขายได้เท่านี้ ก็ต้องไปสอบหาความรับผิดชอบว่ามีการทุจริตกันหรือไม่ เพราะมีการทุจริตทั้งเงินและนโยบาย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เชื่อว่าสื่อมวลชนทราบว่ามีความเคลื่อนไหวของนักการเมือง เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง โดยต้องการให้ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม โดยมีการเคลื่อนไหวมานานแล้ว เป็นการเดินสายเพื่อดิสเครดิตรัฐบาลทุกเรื่อง เพราะไม่ต้องการให้สิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ต้องการให้ทุกอย่างกลับไปที่เดิม มีรัฐธรรมนูญและกฎหมายแบบเดิม แล้วประเทศไทยจะแก้ปัญหาอะไรได้

จึงขอถามคนไทยว่าต้องการความเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากต้องการก็ต้องคิดในสิ่งที่ถามไป และไม่ได้ถามเพื่อตัวเอง

ข่าวจาก INN

กทม. วอนประชาชน งดทิ้งขยะลงคลอง ป้องอุดตัน-ขวางทางเดินน้ำ

ปลัดกทม. ขอความร่วมมือปชช.ไม่ทิ้งขยะลงคลองและท่อระบายน้ำ เหตุทำให้ท่อตันขวางทางเดินน้ำ จนเกิดน้ำท่วมขังหากมีฝนตกหนัก

รายงานข่าวแจ้งว่า นายภัทรุตม์ ทรรทรานนท์ ปลัดกรุงเทพมหานคร ได้ออกมากล่าวถึงการเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชน ในเรื่องน้ำท่วมขัง ว่า ขณะนี้กทม. มีความเป็นห่วงและกังวลในทุกจุดที่เคยมีน้ำท่วมขังเนื่องจากในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา มีฝนตกหนักและต่อเนื่องปกคลุมทุกพื้นที่ ทำให้ขณะนี้น้ำในคลองมีระดับสูง หากมีฝนตกน้ำอาจระบายลงท่อไม่ทันและเอ่อล้นผิวการจราจร

จึงได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติมรวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังในทุกจุดตลอด 24 ชั่วโมง และอุปสรรคอีกอย่างที่เป็นปัญหาในการระบายน้ำคือขยะ ซึ่งในแต่ละวันสถานีสูบน้ำของสำนักการระบายน้ำสามารถเก็บขยะที่ลอยมากับน้ำได้วันละ 20 ตัน ซึ่งกีดขวางทางเดินของน้ำและเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ

จึงอยากขอความร่วมมือประชาชนไม่ทิ้งขยะลงคลองและท่อระบายน้ำ ขอให้นำไปทิ้งลงถังหรือจุดที่กำหนด และหากเป็นขยะชิ้นใหญ่ไม่สามารถทิ้งลงถังได้ ขอให้ประสานสำนักงานเขตพื้นที่เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่ต่อไป

ฟิลิปปินส์แฉกลุ่มติดอาวุธสังหาร 19 พลเรือน

กองทัพฟิลิปปินส์เผยกลุ่มติดอาวุธมาอูเตสังหารพลเรือน 19 ราย รวมทั้งพบศพอย่างน้อย 8 ราย ถูกทิ้งข้างทางในเมืองมาราวี ขณะที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังปะทะกันอย่างต่อเนื่อง

กองทัพฟิลิปปินส์ เปิดเผยเมื่อวานนี้ว่า กลุ่มติดอาวุธมุสลิม “มาอูเต” ได้สังหารพลเรือน 19 ราย ซึ่งรวมถึงผู้หญิงและเด็ก ที่ถูกพบเป็นศพใกล้กับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง

ทางการระบุว่า กลุ่มติดอาวุธปะทะกับเจ้าหน้าที่ความมั่นคงของฟิลิปปินส์ในเมืองมาราวี ทางตอนใต้ของประเทศ เป็นเหตุให้ยอดผู้เสียชีวิตจากการปะทะกัน 6 วัน เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 95 ราย ในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 19 ราย เจ้าหน้าที่ความมั่นคง 15 ราย และกลุ่มติดอาวุธอีก 61 ราย

ขณะที่มีรายงานว่า ตำรวจฟิลิปปินส์พบศพผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ราย ซึ่ง 8 ราย ถูกทิ้งในคูน้ำใกล้กับถนนนอกเมืองมาราวี เมื่อวานนี้ หลังการยิงปะทะกันก่อนหน้านั้น ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันแจ้งตำรวจ

การปะทะในเมืองมาราวีระหว่างกองทัพฟิลิปปินส์และกลุ่มติดอาวุธ เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศเมื่อวันอังคารที่แล้ว เพื่อยุติการแพร่หลายของภัยคุกคามจากกลุ่มติดอาวุธที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS

ปัจจุบัน มีชาวฟิลิปปินส์หลายพันคนที่ต้องอพยพหนีการต่อสู้ระหว่างกองทัพฟิลิปปินส์และกลุ่มติดอาวุธในเมืองมาราวี ซึ่งมีประชากรประมาณ 2 แสนคน ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม และเข้าสู่เดือนรอมฎอนที่ต้องถือศีลอด

ผู้อพยพเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือจากทางการฟิลิปปินส์แล้วเมื่อวานนี้ โดยเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ได้นำข้าวสาร บะหมี่สำเร็จรูป และอาหารกระป๋อง ไปมอบให้กับชาวบ้านอย่างน้อย 150 ครอบครัว ที่อาศัยอยู่ภายในอาคารกีฬาแห่งหนึ่ง ห่างจากเมืองมาราวีไปราว 21 กิโลเมตร