DSI ยัน ลัมโบร์กินีสีเขียว ‘โดม ปกรณ์ ลัม’ ไม่ได้ถูกขโมยจากอังกฤษ

รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยัน ลัมโบร์กินีสีเขียวของ “โดม-ปกรณ์ ลัม” ไม่ใช่รถที่ถูกโจรกรรมจากอังกฤษ -ยินดีหากเจ้าตัวเข้าชี้แจง 

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนการนำเข้ารถยนต์หรู กล่าวถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบเอกสาร รถยนต์หรู ยี่ห้อลัมโบร์กีนีสีเขียว ของ “โดม ปกรณ์ ลัม” นักร้องนักแสดงชื่อดัง หลังมีกระแสข่าวว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถที่ถูกโจรกรรมมาจากสหราชอาณาจักร โดยยืนยันว่า จากการตรวจสอบ เอกสารการจดทะเบียนครอบครอง เลขตัวรถยนต์ลัมโบร์กีนีสีเขียวคันที่กำลังเป็นปัญหาของ โดม ปกรณ์ ลัม เป็นคนละคันกับที่ ดีเอสไอ ได้รับแจ้งจากสหราชอาณาจักร

ส่วนที่ดาราหนุ่มมีความประสงค์จะขอนำเอกสารมาแสดงเพื่อความบริสุทธิ์ใจ สามารถทำได้ ซึ่งเบื้องต้นได้รับการประสานว่าอาจมีการนำเอกสารมาขอเข้าพบใน 1-2 วันนี้ ส่วนกระบวนการถัดไป ก็จะมีการนำเอกสารไปตรวจเปรียบเทียบกับข้อมูลที่ดีเอสไอมีอยู่ รวมถึงต้องตรวจสอบเลขตัวถังรถเพื่อยืนยันด้วย

ขณะเดียวกันยืนยันเรื่องการดำเนินคดีว่า ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลรถที่ถูกโจรกรรมจากสหราชอาณาจักร ซึ่งพบว่าเข้าไทยมา 42 คัน การดำเนินคดีจะมุ่งเน้นไปที่ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย ส่วนกรณีของผู้ซื้อ อาจต้องพิจารณาอย่างละเอียดถึงเจตนาในการซื้อ หากพบว่ามีเจตนาซื้อรถทั้งที่รู้ว่าราคาต่ำกว่าความเป็นจริงมาก ก็อาจต้องพิจารณาออกหมายเรียกเป็นรายบุคคลให้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อตอบข้อซักถาม ยืนยันเจตนาการซื้อขายรถอีกครั้ง

ทั้งนี้ยังระบุว่า นอกจากการตรวจสอบรถหรูทั้ง 160 คัน ที่เพิ่งอายัดจากเต็นท์รถ และตัวแทนจำหน่าย ไปเมื่อไม่กี่วันก่อน จะตรวจสอบความเชื่อมโยงกับกลุ่มรถหรูและรถจดประกอบกว่า 4 พันคัน ที่ดีเอสไอรับเป็นคดีพิเศษจากเหตุเพลิงไหม้รถหรูในจังหวัดนครราชสีมาด้วย

ส่วนกรณีที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. มีความเห็นให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่กรมศุลกากร 9 นาย ซึ่งมีอดีตผู้บริหารรายหนึ่งรวมอยู่ด้วย เรื่องดังกล่าวได้สั่งให้พนักงานสอบสวนติดตามข้อมูลแล้ว แต่ในเบื้องต้นยังไม่ได้นำเข้าที่ประชุมเพื่อหารือว่าต้องนำอดีตเจ้าหน้าที่ทั้ง 9 คน มาดำเนินคดีด้วยหรือไม่

ชาวบ้านรุดช่วยกลุ่มเด็กเตรียมอนุบาล เดินออกจากโรงเรียน ไร้ผู้ดูแล

ชาวบ้านจี้ครู และผู้ช่วยชี้แจง หลังภาพเด็กเตรียมอนุบาลหนีโรงเรียน ออกมาเดินริมถนนไปซื้อขนม 

วันนี้ (29 พ.ค. 60) เพจ ‎เบิ้ลนพรัตน์ กาวิชัย ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความขณะที่ชาวบ้านกลุ่มเข้าช่วยจับเด็กเล้กเตรียมอนุบาลประมาณ 4-5 คน ไม่ให้เกิดอันตรายถูกรถชน หลังพบว่ากำลังเดินอยู่ริมถนนเส้นหนึ่งในพื้นที่บ้านป่าสา อ.เวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เพียงลำพังโดยไม่มีครู หรือ เจ้าหน้าที่ดูแล

โรงเรียนอนุบาล, โดดเรียน, ข่าวจังหวัดเชียงราย

โดยภาพได้เผยให้เห็นชาวบ้านกลุ่มหนึ่งช่วยกันจับมือเด็กไว้คนละไม้คนละมือ เพื่อพากลับไปส่งโรงเรียน ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ขออนุญาตครับ พิกัดบ้านป่าสา อ.เวียงเชียงรุ้ง เหตุการณ์ตอนนี้เลยครับ ผมขับรถมาจาก อ.เชียงของ มาเจอเด็กๆ เตรียมอนุบาลวิ่งออกจาก ร.ร. มา 4-5 คน ไม่มีครูพี่เลี้ยง ผมเลยรีบจอดรถเรียกชาวบ้านช่วยกันจับใว้

สอบถามทราบว่าพากันหนีออกมาจะไปชื้อขนมไม่รู้ครูพี่เลี้ยงหายไปไหนอันตรายมากครับ ต้องขอขอบคุณชาวบ้านและพี่เจ้าของอู่ช่อมรถบ้านป่าสา ที่ช่วยกันจับเด็กไปส่ง ร.ร. ขอบคุณมากๆ ครับ ถ้าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เห็นโพสต์นี้ช่วยบอกให้ดูแลเด็กดีๆ ด้วยครับ เป็นห่วงเด็ก ทำไม?? ปล่อยเด็กหนีออกมาใด้โรงเรียนอนุบาล, โดดเรียน, ข่าวจังหวัดเชียงราย

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้ครูและพี่เลี้ยงของโรงเรียนดังกล่าวออกมาชี้แจงถึงเหตุการณืที่เกิดขึ้น เพื่อความสบายใจของผู้ปกครอง เพราะถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่ที่ปล่อยให้เด็กออกมาเดินริมถนน โชคดีที่เหตุการณ์นี้ชาวบ้านเห็นและช่วยได้ทันไม่อย่างนั้นเหตุการณ์สุดสลดทั้งรถชน และเด็กหายอาจเกิดขึ้นได้

ศรีลังกา น้ำท่วม-ดินถล่มหนักที่สุดในรอบ 14 ปี

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วมและดินถล่มครั้งรุนแรงในศรีลังกา เพิ่มขึ้นเป็น 151 ราย แล้ว ขณะที่ผู้ประสบภัยอีก 111 คน ยังคงสูญหาย

พื้นที่ทางตะวันตกและตอนใต้ของศรีลังกาเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องตลอด 2 วัน เริ่มตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่ ล่าสุดมีรายงานผู้เสียชีวิตจากเหตุดังกล่าวแล้ว 151 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 111 คน

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาศรีลังกา รายงานว่า ในช่วงที่ฝนตกหนักสุดวัดค่าระดับน้ำฝนได้ 553 มิลลิเมตร นับเป็นภัยธรรมชาติครั้งร้ายแรงที่สุดที่ศรีลังกาเผชิญนับตั้งแต่ปี 2546

คาดว่าจะยังมีฝนตกต่อเนื่องจนถึงวันนี้ ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ที่ทำให้ผู้คนกว่า 1 แสนคนต้องไร้ที่อยู่

ด้านเจ้าหน้าที่และทหารที่ถูกส่งไปช่วยเหลือชาวบ้านก็อาศัยจังหวะที่ฝนหยุดตกเมื่อวานนี้ เดินทางเข้าไปยังพื้นที่ประสบภัย โดยบางแห่งก็ต้องใช้เรือในการเดินทางเท่านั้น

พลตรีสุดันธา รานาสิงเห หัวหน้าภารกิจช่วยเหลือและค้นหาผู้ประสบภัย ระบุว่า มีหลายคนที่ลุยน้ำท่วมระดับเข่า เพื่อมายังรถบรรทุกของทหาร ซึ่งนำสิ่งของบรรเทาทุกข์แจกจ่ายและช่วยอพยพผู้คน

องค์การสหประชาชาติ หรือ UN ระบุจะให้ความช่วยเหลือตามที่รัฐบาลศรีลังการ้องขอ รวมถึงให้สัญญาว่าจะบริจาค ยาเม็ดสำหรับฆ่าเชื้อโรคในน้ำ เต๊นท์ และอุปกรณ์อื่นๆ สำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เหตุดินถล่มในศรีลังกา ถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วไปในช่วงฤดูมรสุม ประกอบกับปัญหาการตัดไม้ทำลายเพื่อปลูกต้นชาและต้นยาง ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกของประเทศ จึงทำให้ปัญหาดังกล่าวรุนแรงขึ้นอีก