ระทึก! แผ่นปูนก่อสร้าง หล่นทับคนงานข้างห้างดัง ย่านราชดำริ เจ็บ3

ระทึก! แผ่นปูนก่อสร้าง หล่นทับคนงานข้างห้างดัง ย่านราชดำริ เจ็บ 3 ราย

วันนี้(28 พ.ค.) เกิดอุบัติเหตุแผ่นปูนในโครงการก่อสร้างซอยข้างห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านราชดำริ หล่นทับคนงานได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบว่า จุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณชั้นที่ 4 ของอาคารที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง แผ่นปูน ได้ล้มลงมาทับกับนั่งร้าน ที่ชั้น 4 แต่ไม่ได้กระทบชั้นอื่นแต่อย่างใด ซึ่งขณะเกิดเหตุ มีคนงานกำลังปฏิบัติงานอยู่บริเวณดังกล่าว ทำให้ถูกแผ่นปูนทับได้รับบาดเจ็บ 3 คน เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ส่วนบริเวณที่เกิดเหตุในโครงการก่อสร้าง ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ สั่งให้คนงานยุติการทำงานไว้เป็นการชั่วคราว และขอให้คนงานออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย เพื่อให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบหาสาเหตุ ของอุบัติเหตุในครั้งนี้ต่อไป

ชีวิตจริงยิ่งกว่าละคร! เลี้ยงลูกชายนานกว่า 15 ปี เพิ่งรู้ว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ

หนุ่มรับเหมาก่อสร้าง เลี้ยงลูกนาน 15 ปี เพิ่งรู้ความจริงไม่ใช่ลูกแท้ๆ พร้อมร้องปวีณา ให้ช่วยตามหาพ่อแม่เด็ก เพื่อขอให้ยกเป็นลูกบุญธรรมอย่างถูกต้อง

วันนี้(28 พ.ค.) นายเอก (นาม สมมติ) อายุ 52 ปี ชาว จ.สมุทรปราการ อาชีพรับเหมาทำระบบไฟ พร้อม ด.ช.บอย (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ลูกชาย เข้าร้องทุกข์ต่อนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี โดยนายเอกขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดตามหาพ่อแม่ที่จริงของ ด.ช.บอย หลังให้การเลี้ยงดูมาเสมือนลูกแท้ๆ ตลอดเวลากว่า 14 ปี แต่เพิ่งมารู้ความจริงว่าไม่ใช่ลูกแท้ๆ และการตามหาครั้งนี้ก็เพื่อจะได้ให้ทางพ่อแม่ที่แท้จริงของ ด.ช.บอยนั้น ได้จัดการทำเรื่องยกลูกให้เป็นบุตรบุญธรรมให้ถูกต้องตามกฏหมาย และเด็กจะได้ทำบัตรประชาชนและเรียนต่อได้

โดยนายเอกเล่าว่า ตนเอง อยู่กินกับ นางโบ ภรรยา วัย 47 ปี มากว่า 15 ปี มีบุตรชายคนเดียวคือ ด.ช.บอย แต่เพิ่งมาทราบความจริงไม่นานนี้ว่า ด.ช.บอย ไม่ใช่ลูกแท้ๆ และสอบถามจากภรรยา ว่า เมื่อ 15 ปีก่อน ภรรยาโกหก ว่าตั้งครรภ์ เพราะอยากมีลูกมาก และกลัวว่าตนเองจะไม่รักจึงอ้างว่าท้องและขอกลับไปอยู่บ้านญาติ ที่ จ.ภูเก็ต ตนเองไม่ได้เอะใจ เพราะต้องออกไปทำงานต่างจังหวัดนานเป็นเดือน จากนั้น นางโบ อ้างว่าคลอดลูกแล้ว จึงไปรับกลับมาอยู่ด้วย และเลี้ยงดู ด.ช.บอย มานาน 14 ปี และไม่นานมีนี้เพิ่งค้นเจอเอกสารสูติบัตรของ ด.ช.บอย ว่า เป็นลูกของคนอื่น จึงสอบถามเค้นจาก ภรรยาก็ยอมรับว่าไปขอลูกเพื่อนมาเลี้ยง ตนเองจึงต้องการจะเลี้ยงดู ด.ช.บอย ต่อไป และจะขอให้ พ่อแม่ที่แท้จริง ยกลูกเพื่อให้เป็นลูกบุญธรรมอย่างถูกต้อง

ทั้งนี้ หลังได้รับ เรื่อง นางปวีณา ได้ประสานไปยัง นายทศพล สินยบุตร นายอำเภอเต่างอย จ.สกลนคร เพื่อ ช่วยตรวจสอบชื่อ-ที่อยู่ ของพ่อแม่ ด.ช.บอย ที่ระบุในสูติบัตร โดยพบว่าพ่อแม่ของ ด.ช.บอย อาศัยอยู่ในต.นาตาล อ.เต่างอย จ.สกลนคร จริง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ไปสอบถาม เบื้องต้นทั้งสองสามีภรรยาก็ยอมรับว่าได้เคยให้ลูกชายกับนางโบไปจริง เนื่องจากมีลูกหลายคนฐานะยากจนกลัวว่าจะเลี้ยงไม่ไหว และก็พร้อมที่จะดำเนินการรับรอง ด.ช.บอย เพื่อให้ได้ทำบัตรประชาชน และยก ด.ช.บอย ให้เป็นบุตรบุญธรรมของนายเอกให้ถูกต้องตามกฏหมาย และในวันจันทร์ที่ 29 พ.ค.นี้ เวลา 10.00 น. นางปวีณาจะได้พาสองพ่อลูกเดินทางไปที่อำเภอเต่างอยด้วยตนเอง เพื่อพบกับพ่อแม่ที่แท้จริงของ ด.ช.บอย เพื่อดำเนินการ บันทึกการยกลูกให้กับนายเอกให้เรียบร้อย

อุกอาจ! คนร้ายบุกยิง อดีตนายกเทศบาลบ้านนา พัทลุง ดับคาบ้าน

เกิดเกตุคนร้ายชายวัยรุ่น บุกจ่อปืน 9 มม. ยิงอดีตนายกเทศบาลตำบลบ้านนา พัทลุง 7 นัด เสียชีวิต คาบ้านพัก

วันนี้(28 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ศรีนครินทร์พัทลุง รับแจ้งจากพลเมืองดีมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงอดีตนายกเทศบาลตำบลบ้านนาเสียชีวิต โดยเหตุเกิดบริเวณภายในบ้านเลขที่ 242 ม.10 ต.บ้านนา หลังรับแจ้งจึงเดินทางรุดสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานพัทลุง และเจ้าหน้าที่อาสาสมัครกู้ภัยพัทลุง ในที่เกิดเหตุ ภายในบ้านเลขที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่พบศพ นายประทีป อายุ 48 ปี เป็นอดีตนายกเทศมนตรีตำบลบ้านนา และอดีต ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 อ.ศรีนครินทร์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. เข้าบริเวณลำตัวศรีษะ รวม 7 แผล

ก่อนเกิดเหตุ ขณะที่นายประทีบ กำลังนั่งดูมวยทางทีวีภายในบ้านญาติ ได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น ขับรถเข้ามาจอด แล้วเรียกหานายประทีป ขณะที่นายประทีปกำลังลุกขึ้น คนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจ่อยิงอย่างไม่ยั้งมือจนเสีย ก่อนขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว โดยขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนโดยทราบชื่อผู้ก่อเหตุแล้วและเตรียมออกหมายจับเพื่อนำตัวมานำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป