จ่าสิบเอก โพสต์หมิ่นคำขวัญแม่ฮ่องสอน ทำพิธีขอขมา

จ่าสิบเอก โพสต์หมิ่นคำขวัญแม่ฮ่องสอน ทำพิธีขอขมาต่อหน้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองแม่ฮ่องสอน

นายประเสริฐ ประดิษฐ์ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน ได้นำ จ.ส.อ.ขัตติพันธ์ เจ้าหน้าที่สังกัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดแม่ฮ่องสอน (กอ.รมน.แม่ฮ่องสอน) เข้าทำการขอขมาสิ่งศักด์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอน จำนวน 3 แห่ง ประกอบด้วย องค์พระธาตุดอยกองมู บนวัดพระธาตุดอยกองมู อ.เมืองแม่ฮ่องสอน ศาลเจ้าพ่อมือเหล็ก ที่ ถนนสิงหนาทบำรุง และศาลเจ้าแก้วเมืองมา ที่ถนนขุนลุมประพาส ภายในเขตเทศบาลเมืองแม่ฮ่องสอน

จากกรณีที่โพสต์ดูหมิ่นคำขวัญจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่ชาวแม่ฮ่องสอนเป็นอย่างมาก จนทำให้กลุ่มผู้นำชุมชนได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ จ.ส.อ.ขัตติพันธ์ ไว้ที่ สภ.เมืองแม่ฮ่องสอน โดยขณะขอขมาต่อศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์ จ.ส.อ.ขัตติพันธ์ ได้กล่าวว่า

“การที่ข้าพเจ้าได้โพสต์ดูหมื่นคำขวัญ ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหาย และให้มีผลกระทบกระเทือนจิตใจของพี่น้องชาวแม่ฮ่องสอน หรือแก่เจ้าบ้านเจ้าเมือง และต่อสิ่งศักดิ์ทั้งหลายแต่ประการใด โดยในการกระทำในครั้งนี้ข้าพเจ้าของรับผิด และขออภัยต่อเจ้าบ้านเจ้าเมือง และต่อชาวแม่ฮ่องสอนทุกคนด้วย”

ขณะที่ นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนคิดว่า จ.ส.อ.ขัตติพันธ์ คงไม่มีเจตนาลบหลู่ การที่ติดต่อมาทางสภาวัฒนธรรม เพื่อขอโทษกับการกระทำ ถือว่าเป็นการสมควร คนที่เขาทำผิดพลาดโดยที่ไม่มีเจตนา เมื่อเขาสำนึกผิดแล้ว ก็ควรให้อภัย ซึ่งก็เชื่อว่าเจ้าบ้านเจ้าเมืองและคนแม่ฮ่องสอน ก็คงจะอโหสิกรรมให้

ปคม. เร่งขอข้อมูลตำรวจสหรัฐฯ กรณีหญิงไทยถูกหลอกค้าประเวณี

ปคม. ประสานกระทรวงการต่างประเทศ ขอข้อมูลกับทางตำรวจสหรัฐฯ กรณีหญิงไทยถูกหลอกค้าประเวณี

พล.ต.ต. กรไชย คล้ายคลึง ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือ ปคม. กล่าวถึง ขบวนการหลอกหญิงไทย ไปค้าประเวณีในสหรัฐอเมริกา และถูกตำรวจสหรัฐฯ จับกุมได้กว่า 20 คน ซึ่งมีผู้ต้องหาเป็นคนไทยประมาน 10 คน ว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ พม.อยู่ระหว่างการประสานขอข้อมูลกับทางตำรวจสหรัฐฯ ผ่านทางกรมการกงสุล เนื่องจากเป็นเรื่องระหว่างประเทศจึงต้องใช้เวลาในการประสานข้อมูล แต่เชื่อว่าจะใช้เวลาไม่นานสำหรับข้อมูลดังกล่าว

ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับขบวนการนี้ อยู่ระหว่างรอหญิงไทยที่ถูกหลอกไปค้าประเวณี เดินทางกลับมาถึงไทยก่อน ถึงจะเริ่มสอบปากคำ เพื่อนำข้อมูลไปสืบสวนจับกุม แต่จากการสืบสวนเบื้องต้นพบว่าขบวนการค้าประเวณีขบวนการนี้ จะมีการชักชวนเหยื่อสาว จากทั่วประเทศให้เดินทางไปทำงานในต่างประเทศ

โดยจะมีการนัดเจอกันที่กรุงเทพฯ ก่อนจะเดินทางไปยังประเทศปลายทางที่กำหนด ซึ่งแต่ละประเทศจะมีตัวกลางและทำหน้าที่เป็น หัวหน้า ในการประสานงานเพื่อส่งผู้หญิงไปค้าประเวณี และจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พลตำรวจตรี กรไชย ยืนยันว่าจะไม่กระทบกับการจัดอันดับการค้ามนุษย์ หรือ เทียร์ 2 วอสลิส ของไทย เนื่องจากรายงานดังกล่าว จะวัดผลจากการค้ามนุษย์ภายในประเทศมากกว่า