กสทช. ผุดสแกนนิ้วมือลงทะเบียนซิมเติมเงิน ป้องนำไปใช้ก่อเหตุร้าย

1 มิ.ย. 60 กสทช. เริ่มต้นการสแกนนิ้วเพื่อลงทะเบียนซิมมือถือในะบบเติมเงิน หวังเป็นการป้องกันนำไปใช้ก่อเหตุรุนแรง

รายงานข่าวแจ้งว่า นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เผยสำนักงาน กสทช. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดทำระบบการลงทะเบียนซิมเติมเงิน ด้วยการสแกนลายนิ้วมือ (finger print) เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ว่า

ในวันที่ 1 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ ทาง กสทช. จะเริ่มใช้มาตรการดังกล่าว โดยกำหนดให้โทรศัพท์เคลื่อนที่ทุกค่ายเริ่มทดลองใช้งานจริงในพื้นที่กรุงเทพมหานครค่ายละ 1 จุดให้บริการ เปิดให้บริการใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และ 2 อำเภอในจังหวัดสงขลา คือ อำเภอนาทวี และอำเภอจะนะ รวมทั้งสิ้น 30 จุด ซึ่งมาตรการนี้จะถือว่าเป็นกาป้องกันไม่ให้มีการนำซิมแบบเติมเงินไปใช้ก่อเหตุร้ายได้

ส่วนที่มีความกังวลว่าการลงทะเบียนซิมในลักษณะดังกล่าวจะเป็นการคุกคามละเมิดสิทธิประชาชนจนเกินไปนั้น นายนายฐากร เผยว่า ไม่ได้เป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว เนื่องจากเป็นการเชื่อมฐานข้อมูลจากองค์การปกครองที่มีการเก็บข้อมูลไว้ในบัตรประชาชนอยู่แล้วมาตรวจสอบยืนยันตัวตนกับผู้ใช้งานซิมมือถือว่าตรงกันหรือไม่เท่านั้น

“ทรัมป์” กดดันสมาชิกนาโต้จ่ายเงินลงขัน-ปราบกลุ่มไอเอส

ผู้นำสหรัฐฯ กดดันชาติสมาชิกร่วมจ่ายเงินลงขันสำหรับใช้ในการทำงานของนาโต้ พร้อมเรียกร้องให้ร่วมมือปราบปรามกลุ่มไอเอส

บรรดาผู้นำจาก 28 ชาติสมาชิกเดินทางเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำองค์องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ ที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยี่ยม เมื่อวานนี้

โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เข้าร่วมการประชุมผู้นำนาโต้เป็นครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งเขาได้กดดันให้ชาติสมาชิกทั้งหมดร่วมจ่ายเงินสำหรับใช้ในงานของนาโต้ พร้อมกับระบุว่า สมาชิก 23 ชาติ จากทั้งหมด 28 ชาติ ไม่ได้จ่ายเงินให้กับนาโต้ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับประชาชนอเมริกันที่ต้องจ่ายเงินส่วนนี้

เมื่อปี 2557 ผู้นำชาติสมาชิกนาโต้ได้เคยตกลงกันไว้ว่า จะจ่ายเงินบำรุงประจำปีให้กับนาโต้ ในสัดส่วนร้อยละ 2 ของจีดีพีของแต่ละประเทศ ภายในปี 2567

นอกจากนี้ นายทรัมป์ยังเรียกร้องให้สมาชิกนาโต้ลงมือต่อสู้กับก่อการร้ายมากกว่านี้ ซึ่งนาโต้ก็เตรียมจะจัดตั้งหน่วยงานข่าวกรองเกี่ยวกับการต่อต้านก่อการร้าย เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับประเด็นเรื่องการโจมตีของกลุ่มติดอาวุธมุสลิมยังคงเป็นวาระหลักที่บรรดาผู้นำจะหยิบยกหารือกัน โดยเฉพาะเหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตายที่เมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ ซึ่งนางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าวว่า นี่เป็นเหตุผลที่สำคัญที่นาโต้จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อสู้กับการก่อการร้าย

ขณะที่ตำรวจเบลเยี่ยมได้จับกุมผู้ประท้วงประมาณ 50 คน ที่พยายามจะขัดขวางการประชุมของผู้แทนชาติสมาชิกนาโต้ เมื่อวานนี้ แต่ผู้ประท้วงที่มีราวๆ 200 คน ไม่สามารถขัดขวางการประชุมดังกล่าวได้

พล.ต.ท.ศานิตย์ นำ 2 ผู้ต้องหา พกพาวัตถุคล้ายระเบิดแถลง

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล นำ 2 ผู้ต้องหาพกพาวัตถุคล้ายระเบิด  แถลงที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล หลังจับกุมได้เมือวานนี้ 

วันที่ 26 พฤษภาคม 2560 เมื่อเวลา 11:30 น . ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ผู้ต้องหา 2 คนที่พกพาวัตถุคล้ายระเบิดที่ตำรวจ สน.ตลิ่งชัน จับกุมได้เมือวานนี้ ( 25 พ.ค ) นำตัวมาแถลงที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยผู้ต้องหาได้สารภาพว่า ประกอบขึ้นมาเพื่อที่จะแกล้งคู่อริ ไม่เกี่ยวกับการเมือง ทำไปเพราะความคึกคะนอง

นายนิพนธ์ หรือ ตั้ม ทัพศรี อายุ 37 ปี และ นายอุ้ม เพ็งทรัพย์ อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาที่เมื่อวานนี้ทางตำรวจ สน.ตลิ่งชัน ได้ตรวจค้น และ พบ กระเป๋า ที่บรรจุ วัตถุที่มีส่วนประกอบคล้ายระเบิดแสวงเครื่อง จึงดำเนินการจับกุม จากการสอบถาม ผู้ต้องหาทั้ง 2 ระบุว่า ได้ทำวัตถุคล้ายระเบิดขึ้นมาเองจริง จากการศึกษาผ่านอินเตอร์เน็ต และตั้งใจจะนำมาแกล้งคู่อริให้ตกใจกลัว โดยจะนำไปวางไว้ที่ ศาลพระพิฆเนศด้านหน้า สถานีขนส่งสายใต้เก่า ถนนตลิ่งชัน แต่ถูกจับได้ก่อน ยืนยันตนไม่ได้มีเจตนาในการปั่นป่วนทางการเมือง ทำเพียงแค่ความคึกคะนองและอยากจะแกล้งคู่อริ

และจากการตรวจค้นตัวผู้ต้องหาได้พบว่ามีการเสพยาเสพติดมาก่อนที่จะเดินทางมาก่อเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติด ส่วนข้อหาที่มีการพกพาวัตถุคล้ายระเบิดนั้น ยังอยู่ในการพิจารณา เพราะทาง พลตำรวจโทศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล จะเสนอให้มีการแก้ไข พรบ.อาวุธให้ครอบคลุมในข้อหาการพกพาสิ่งเทียมอาวุธระเบิด

นอกจากนี้ พลตำรวจโทศานิตย์ ยังได้กล่าวอีกว่าหลังจากที่มีการประชุมคดีระเบิด ที่ รพ.พระมงกุฎเกล้าเมื่อวานนี้ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้ตนดูในเรื่องของความปลอดภัยของประชาชน การเฝ้าระวัง ซึ่งได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่ต่างๆทั้งในเครื่องแบบ และนอกเครื่องแบบ รวมทั้งจะประสานหน่วยงานต่างๆในการร่วมกันเฝ้าระวัง ทั้ง กรุงเทพมหานครในเรื่องของการติดตั้งกล้องวงจรปิดในจุดสำคัญต่าง ๆ

ในขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้แถลงผลการจับกุม กวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติด ที่ร่วมกับ เจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือป.ป.ส. ในระหว่างวันที่ 20-25 พฤษภาคม ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีจำหน่ายยาเสพติด ครองครองยาเสพติด และเสพยาเสพติด รวมทั้งหมด 359 ราย พร้อมของกลางยาบ้า กว่า 42,000เม็ด ยาไอซ์ 294 กรัม กัญชา 390 กรัม ขณะเดียวกันนำผู้เสพไปบำบัด 25 ราย และยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาในคดีอื่นๆ อาทิ คดีอาวุธปืน 5 ราย จำนวน 8กระบอก ,ลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ 29 คัน ได้ผู้ต้องหา 8ราย และจับตามหมายจับอื่นๆอีก 13 ราย