โจอี้ บอย แนะตั้งวันลอกท่อ ทุก 3 เดือน แก้ปัญหาน้ำท่วมกรุง

โจอี้ บอย ชี้น้ำท่วมเป็นผลมาจากที่ตั้งภูมิประเทศ ต่อให้เปลี่ยนกี่ผู้นำก็ไม่ช่วยเพราะเกินความสามารถมนุษย์ แนะควรจัดวันลอกท่อ 3 เดือนครั้ง !!

วานนี้ (25 พ.ค. 60) เจ้าพ่อขาแร๊พชื่อดัง โจอี้ บอย หรือ นายอภิสิทธิ์ โอภาสเอี่ยมลิขิต ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Apisit Joeyboy Opasaimlikit แสดงความเห็นถึงเหตุการณ์น้ำท่วมขังทั่วกรุง หลังจากที่เกิดฝนตกหนักเมื่อช่วงคืนของวันที่ 24 พ.ค. ที่ผ่านมา จนส่งผลทำให้หลายพื้นที่เจิงนองไปด้วยน้ำ

จนทำให้หลายคนแสดงความไม่พอใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากส่งผลกระทบทำรถติดหนักไปทำงานสาย โดยศิลปินคนดังอยากให้ทุกคนใจเย็น และเข้าใจกับปัญหาที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันก็ได้แนะนำให้มีวัน ช่วยกันลอกท่อ ทุก 3 เดือน เพื่อเป็นการแก้ปัญหาและป้องกันน้ำท่วมขังอีกทางหนึ่ง

น้ำท่วมกรุงเทพ ผมเห็นเป็นเรื่องปรกติ เห็นมาตั้งแต่เด็ก ตอนเด็กๆ ชอบมากที่ตื่นมาแล้วโรงเรียนน้ำท่วมต้องหยุดเรียน เวลาน้ำท่วมบ้านตอนเด็กผมต้องรับหน้าที่ตีฝูงแมงสาปที่พากันแห่เข้าบ้าน สมัยวัยรุ่นก็เคยเห็นถนนสุขุวิทท่วมทั้งสาย น้ำสูงถึงขอบกระจกรถ น้ำพัดรถลอยขึ้นฟุตบาทตลอดทาง จำได้ว่าสมัยนั้นสยามสแควร์มีลานจอดรถใต้ดินที่น้ำลงไปขังท่วมมิดคันทั้งลานจอด

จนสมัยล่าสุดที่ถึงกับพายเรือกันหน้าแยกรัชโยธิน ด้วยปัจจัยทางภูมิประเทศแบบนี้ ยังไงมันก็ท่วมครับ ฝนตกหนัก น้ำระบายไม่ทัน น้ำทะเลหนุนปุ๊บ ท่วม.. อย่าไปซีเรียส ประเทศอื่นเค้ามีพายุทอร์นาโดพัดบ้านพัง โคลนถล่มลากบ้านไปทั้งหลัง แผ่นดินไหวเมืองราบเป็นหน้ากลอง ต่อให้เปลี่ยนกี่ผู้รับผิดชอบก็เอาไม่อยู่

เชื่อดิ มันเกินความสามารถมนุษย์ ถ้าจะทำจริงๆ คงต้องยกผังเมืองกันใหม่ เคยดูสารคดี บ้านคนต้องสูงกว่าถนนเวลาน้ำท่วมถนนคือที่ระบายน้ำ แต่บ้านเรากลับกัน ถมถนนสูงจนถมที่สร้างบ้านกันไม่ทัน คิดเสียว่าปัญหาของเราแค่น้ำท่วม เดี๋ยวมันก็ลดนะ ใจเย็นๆ หรือไม่อย่างนั้น ควรจะมี “วันช่วยกันลอกท่อ” ทุก 3 เดือน เพราะทิ้งขยะซี๊ซั้ว มันทำให้น้ำท่วมนะ . . .

ลูกเล่นใหม่แก๊งค้ายา ใช้พิราบช่วยในการขนส่ง !!

ตำรวจคูเวตจับนกพิราบสื่อสาร หลังพบว่ามันถูกแก๊งค้ายาใช้เป็นเครื่องมือในการขนส่งสินค้า

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ทางการของคูเวต ได้มีการจับนกพิราบสื่อสารได้ 1 ตัว ก่อนจะพบว่ามันถูกดัดแปลงใช้เป็นเครื่องมือในการขนส่งยาเสพติด

นกพิราบ, ขนยาเสพติด, ยาเสพติด, ข่าวคูเวต

โดยรายงานระบุว่า การจับนกพิราบขนส่งยาครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่เจ้าหน้าที่พบว่า มันมีลักษณะท่าทางผิดปกติ ขณะที่บินมาเกาะอยู่บนดาดฟ้าของตึก ใกล้กับอาคารสำนักงานกรมศุลกากรในจังหวัดอับดาลี ซึ่งอยู่ใกล้กับเขตชายแดนอิรัก

จึงนำมาตรวจสอบและพบว่าด้านหลังของมันมีซองผ้าขนาดเล็กติดมาด้วย เมื่อเปิดดูก็พบว่าอัดแน่นไปด้วยยาเสพติดจำนวนทั้งสิ้นมากถึง 178 เม็ด แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นยาเสพติดประเภทไหน แต่อย่างน้อยก็ทำให้รู้ว่าต้นตอมาจากอิรัก

สำหรับการใช้นกพิราบในการขนส่งยาเสพติดครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเมื่อปี 2558 ก็เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นเช่นกัน โดยเกิดขึ้นที่ ประเทศคอสตาริกา เมื่อเจ้าหน้าที่เรือนจำสามารถจับนกพิราบสื่อสารซึ่งแอบขนส่งสารเสพติดโคเคนและกัญชาเข้าไปภายในเรือนจำ

กรมควบคุมโรคชี้!! ใช้ช้อนเงินทดสอบความเป็นพิษของเห็ด ไม่สามารถยืนยันได้

กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน หากพลาดกินเห็ดพิษ อันตรายถึงตายได้ การใช้ช้อนเงินทดสอบความเป็นพิษของเห็ด ไม่สามารถยืนยันได้

นายแพทย์เจษฎา โชคบำรุง อธิบดีกรมควบคุมโรค ฝากเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังการเก็บเห็ดป่ามากิน เนื่องจากเห็ดที่กินได้และเห็ดพิษนั้นมีลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเห็ดที่เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิต ส่วนใหญ่คือ เห็ดระโงกพิษ เห็ดระโงกหิน หรือ เห็ดไข่ตายยาก เพราะมีลักษณะคล้ายกับเห็ดระโงกขาว หรือไข่ห่านที่สามารถกินได้ โดยมีข้อสังเกตคือ เห็ดชนิดนี้จะมีก้านสูง กลางดอกจะนูนเล็กน้อย ส่วนเห็ดอีกสองชนิด คือ เห็ดเมือกไครเหลือง ซึ่งคล้ายกับเห็ดขิง และเห็ดหมวกจีน ลักษณะคล้ายกับเห็ดโคลน

โดยนายแพทย์เจษฎา ได้เปิดเผยอีกว่า เห็ดที่เป็นสาเหตุให้เสียชีวิตส่วนใหญ่ คือ ช่วงฤดูฝน ปี 2559 มีรายงานผู้ป่วยจากกินเห็ดพิษ 1,220 ราย เสียชีวิต 4ราย และในปี้นี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนมกราคม – 9 พฤษภาคม พบผู้ป่วยแล้ว 112 ราย ซึ่งช่วงอายุที่พบมากที่สุด คือ อายุ 65 ปี ขึ้นไป โดยหลังกินเห็ดพิษแล้ว จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลว ซึ่งอาจทำให้การทำงานของตับ ไตล้มเหลวและเสียชีวิตได้ ควรรีบไปพบแพทย์ แจ้งประวัติการกินเห็ดโดยละเอียด และควรนำตัวอย่างเห็ดพิษไปด้วย

อย่างไรก็ตาม นายแพทย์เจษฎา ฝากเตือนเพิ่มเติมว่า การทดสอบความเป็นพิษของเห็ดตามภูมิปัญญาพื้นบ้าน อาทิ การใช้ช้อนเงินจุ่มลงไปในหม้อต้มเห็ด หรือนำไปต้มกับข้าวสาร ไม่มีหลักฐานยืนยันทางวิชาการว่าสามารถนำมาใช้อ้างอิงในการทดสอบแต่อย่างใด