สาธารณสุข เตือนระวังเก็บเห็ดพิษมารับประทาน พบผู้ป่วยเสียชีวิตแล้ว 1 ราย เป็นราษฎร บ้านแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ.แม่ฮ่องสอน เสียชีวิตหลังกินเห็ดคล้ายเห็ดระโงกกับสุรา
วันนี้ 26 พฤษภาคม 2560 นายแพทย์ประเสริฐ กิจสุวรรณรัตน์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากงานระบาดวิทยา (สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุขแม่ฮ่องสอน) ว่า มีผู้ป่วยเสียชีวิตจากการรับประทานเห็ดพิษแล้ว 1 ราย ทราบชื่อคือ นายทะบุญชัย ขยันมุ่งมานะ อายุ 34 ปี ที่อยู่ 42 หมู่ 2 ต.แม่อูคอ อ.ขุนยวม

โดยผลการสอบสวนโรค พบว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา ผู้ป่วยได้รับประทานเห็ดกับสุรา เนื่องจากคิดว่าเห็นดังกล่าวเป็นเห็ดระโงกหิน เนื่องจากมีลักษณะคล้ายกัน จากนั้นผุ้ป่วยได้เกิดท้องเสีย และอาเจียนอย่างรุนแรง ทางญาติจึงช่วยกันนำตัวเข้ามารักษาที่โรงพยาบาลขุนยวม แต่อาการไม่ดีขึ้น เจ้าหน้าที่จึงส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสังวาลย์ แต่ไม่ทันการณ์ผู้ตายจึงเสียชีวิตในที่สุด จากอาการตับวาย
ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้น นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดแม่ฮ่องสอน จึงออกมาเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังในการเลือกรับประทานเห็ด ถ้าไม่แน่ใจว่ามีพิษหรือไม่ หรือเป็นเห็ดที่ไม่เคยรับประทาน หรือช่วงดอกตูมหรือกำลังเป็นไข่ มักจะแยกไม่ออก ก็ไม่ควรนำมาปรุงอาหาร และหากต้องการนำเห็ดมาประกอบอาหารควรปฏิบัติดังนี้ คือ
1 ) ควรรับประทานแต่พอควร อย่ารับประทานจนอิ่มมากเกินไป เพราะเห็ดเป็นอาหารที่ย่อยยาก อาจจะทำให้ผู้มีระบบย่อยอาหารไม่ดีเกิดอาการอาหารเป็นพิษได้
2) อย่ารับประทานอาหารที่ปรุงขึ้นสุก ๆ ดิบ หรือเห็ดดิบดอง เพราะเห็ดบางชนิดยังจะมีพิษอย่างอ่อนเหลืออยู่ ผู้รับประทานจะไม่รู้สึกตัวว่ามีพิษ เมื่อรับประทานพิษก็จะสะสมในร่างกายมากขึ้น ถึงขั้นเสียชีวิตได้ในภายหลัง
3 ) ผู้ที่รู้ตัวเองว่าเป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดบางชนิด หรือกับเห็ดทั้งหมด จึงควรระมัดระวัง รับประทานเฉพาะเห็ดที่รับประทานได้โดยไม่แพ้ หรือหลีกเลี่ยงจากการรับประทานเห็ด
4 ) ” อย่ารับประทานเห็ดพร้อมกับดื่มสุรา ” เพราะเห็ดบางชนิดจะเกิดพิษทันทีถ้าหากดื่มสุราหลังจากรับประทานเห็ดแล้วภายใน 48 ชั่วโมง สุราจะเป็นตัวช่วยให้พิษกระจายได้รวดเร็ว การช่วยเหลือผู้ป่วยเบื้องต้น หากรับประทานเห็ดแล้วมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสียให้รีบทำให้ผู้ป่วยอาเจียนออกมาให้หมด ด้วยการล้วงคอหรือกรอกไข่ขาวดิบ ไม่ควรซื้อยากินเองหรือรักษาแบบพื้นบ้าน แล้วรีบส่งพบแพทย์โดยเร็ว จากนั้นแจ้งประวัติการรับประทานเห็ดทั้งชนิดและประมาณโดยละเอียด พร้อมนำตัวอย่างเห็ดมาด้วย

