‘สมคิด’ ปาฐกถา สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจท้องถิ่น ยุค 4.0

‘สมคิด จาตุศรีพิทักษ์’ กล่าวปาฐกถาพิเศษ “กระทรวงพาณิชย์กับการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจท้องถิ่น Local Economy 4.0”

วันนี้ (26 พ.ค. 60) เวลาประมาณ 09.30 น. นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “กระทรวงพาณิชย์กับการสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจท้องถิ่น Local Economy 4.0” ณ ห้องฟินิกซ์1-6 อาคารอิมแพค เอ็กซิบิชั่น เมืองทองธานี โดยพูดถึงการสร้างกิจกรรมเพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งเราต้องช่วยกันคิด ประเทศไทยเรามีเกษตรกรเป็นจำนวนมาก เมื่อตลาดโลกมันเปลี่ยน เราต้องช่วยกันคิดว่าควรผลิตอย่างไรให้มีมูลค่า ไม่ใช่ปลูกแล้วจน

ดังนั้น เราต้องดูว่า เราจะเปลี่ยนกระบวนการผลิตอย่างไรให้เพิ่มมูลค่า ต้องมีผู้นำชุมชนที่มีระบบ มีความรู้ รวมกลุ่มช่วยเหลือกัน มันอาจไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนแปลง แต่รัฐบาลได้รับหน้าที่ให้ช่วย ซึ่งการผลิตไม่ใช่แค่สินค้าเกษตร แต่ยังมีอื่น ๆ อีก และมันสามารถคิดกิจกรรมเศรษฐกิจได้มากมาย เช่น จ.บุรีรัมย์ มีการนำกีฬาฟุตบอลมาดึงดูดผู้คน ทำให้เกิดรายได้ ถ้าเราช่วยกันคิดเราจะมีกิจกรรมมากมาย เราสร้างได้ ตลาดชุมชน ตลาดเฉพาะ คนจีนมาเที่ยวบ้านเราเยอะมาก สิงค์โปร มีทุเรียนขายได้อย่างไร ในเมื่อเขาหลงไหลของที่บ้านเราเองก็มี เราก็สร้างตลาดของเรากันเอง สร้างรายได้จากของดี ๆ ที่เรามี

เราไม่มีอะไรแพ้ประเทศอื่นเลย สินค้าเรามีจุดเด่นทุกจังหวัด แต่ทำไมไม่มีใครไปเที่ยว ไปซื้อ เพราะฉะนั้นเราต้องไปช่วยเขาคิด ทำอย่างไรให้มีรายได้ จ.แพร่ มีน้ำผึ้ง ดี ๆ สาว ๆ ชอบซื้อ แต่ทำไมไปซื้อถึงต่างประเทศไม่ซื้อของเรา ก็เพราะของเราวางขายใส่ปี๊บธรรมดา เหมือนน้ำมันเครื่อง แต่ของเมืองนอกใส่บรรจุภัณฑ์น่ารัก ดังนั้นเราก็ไปช่วยกันคิดว่าทำยังไงให้น่าซื้อ ทุกจังหวัดมีเรื่องราว สร้างมันขึ้นมา

เพราะฉะนั้น ใช้เวลาส่วนใหญ่คิด อย่าใช้เวลาส่วนใหญ่เอาแต่ประชุม ทำเอกสาร ระดมความคิดจากหนุ่ม ๆ สาว ๆ มาช่วยกันคิด เอาเขาเข้ามา กลุ่มคนเหล่านี้มีความคิดสร้างสรรค์ ถ้าหากมีการคิดการผลักดันไปอยู่ที่ท้องถิ่น ตำบล ชุมชน ก็จะมีรายได้ เราต้องเปลี่ยน อย่าบอกว่าต้องเลือกตั้งเท่านั้น เศรษฐกิจถึงจะแข็งแรง ทุกอย่างจะหมุนจะเดินต้องใช้เวลา ความเชื่อมันนั้นสำคัญ ทุกคนต้องช่วยกัน

เปิดภาพกุฏิพระ สุดอลังการคล้ายรีสอร์ตหรู

ภาพว่อนเน็ต กุฏิพระสุดหรู โผล่วัดดังที่เชียงใหม่ ด้านชาวเน็ตจี้หน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบ คาดเกี่ยวข้องกับอดีตเจ้าอาวาสวัดธรรมกาย

วันนี้ (26 พ.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ  สำนักข่าวเจริญพวง  ได้มีการเผยแพร่ภาพอ้างว่าเป็นกุฏิพระ ที่มีลักษณะไม่เหมือนกุฏิทั่วไป เนื่องจากมีขนาดใหญ่คล้ายกับรีสอร์ตหรู

โดยภาพได้เผยให้เห็นกุฏิหลังดังกล่าว ถูกสร้างขึ้นในเป็นบ้านชั้นเดียว ได้รับการตกแต่งสวยงามราวกับบ้านพักตากอากาศ ขนาบข้างด้วยที่จอดรถหรู และภายมีโต๊ะอาหารที่จัดอย่างสวยงาม พร้อมผ้าคลุมเก้าอี้ผูกโบว์ตั้งอยู่ด้านใน ซึ่งระบุต่อมาว่าเป็นกุฏิพระในวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.เชียงใหม่

กุฏิพระ, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนไม่เห็นด้วยกับการนำปัจจัยที่ได้รับจากญาติโยม ไปสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับพระซึ่งถือว่าเป็นผู้ละซึ่งกิเลสแล้วในครั้งนี้

พร้อมทั้งเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากมีการตั้งข้อสงสัยว่าวัดดังกล่าวอาจเป็นเครือข่าย หรือมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้องกับคดีของอดีตเจ้าอาวาสวัดดังย่านปทุมธานี ที่กำลังหลบหนีการจับกุมตัวของกรมสืบสวนพิเศษหรือดีเอสไออยู่ในขณะนี้ก็เป็นได้

กุฏิพระ, ข่าวจังหวัดเชียงใหม่

ปรบมือรัวๆ คุณยายวัย 84 ปี ปลื้ม คว้าปริญญาตรีใบแรกสำเร็จ

คุณยายวัย  84 ปี นักศึกษาที่มีอายุมากที่สุด ใน ม.ราชภัฏเชียงใหม่ เรียนจบปริญญาตรีแล้ว หลังเรียนเต็มเวลา 4 ปี ภูมิใจได้เป็นต้นแบบให้ลูกหลาน 

คุณยาย “สถาพร พรหมศรี” อายุ 84 ปี นักศึกษาที่อายุมากที่สุดของ “มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่” เรียนจบแล้ว หลังใช้เวลาเรียนนานถึง 4 ปี ใน สาขาการพัฒนาชุมชน คณะศิลปศาสตร์ ในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์

โดยคุณยายได้เล่าว่าตลอด 4 ปี ตนนั้นขยันไปเรียนไม่เคยขาด แม้ว่าบางครั้งจะป่วยแต่ก็ไปเพราะตั้งใจให้เรียนจบภายใน 4 ปี โดยเริ่มเรียนตั้งแต่ปี 2556 จนกระทั่งเรียนจบเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาเป็นว่าที่บัณฑิตใหม่ป้ายแดง ได้เกรดเฉลี่ย 2.24 และยังได้ A ถึง 2 วิชา คือ วิชาสุนทรียภาพทางดนตรี และ วิชาความรู้เบื้องต้นในการประกอบธุรกิจ

คุณยาย บอกว่า เป็นนักศึกษาอายุมากที่สุดของมหาวิทยาลัย โดยมีเพื่อนร่วมรุ่นที่อายุรองลงมาคืออายุ 40 ปี

ส่วนตัวคุณยายเองไม่ได้ต้องการเรียนเพื่อไปสมัครงาน เพราะอายุมากแล้ว  แต่เรียนเพราะอยากได้ความรู้ เพราะที่ผ่านมามีแต่ประสบการณ์ชีวิต และปริญญาที่ได้ยังตั้งใจให้เป็นรางวัลชีวิตและสร้างความสุขความภูมิใจให้กับตัวเองและลูกหลาน และที่ภาคภูมิใจเป็นที่สุดนั่นก็คือ ทางผู้บริหารสถาบันและคณาจารย์ได้นำไปเป็นแบบอย่างและบรรยายให้กับนักศึกษาและเยาวชนรุ่นใหม่

คุณยายได้เผยถึง สมัยสาว ๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือ มีลูก 3 คน สร้างฐานะเลี้ยงลูก 3 คน ตามลำพัง  เนื่องจากสามีเสียชีวิต ลูกคนโตเป็นผู้ชายและลูกสาวอีก 2 คน ส่งเสียลูก ๆ จนจบปริญญา ส่วนลูกสาวเรียนจบปริญญาโทถึง 2 คน  การเรียนครั้งนี้ลูก ๆ สนับสนุนเป็นอย่างดี โดยขับรถไปส่งและจูงมือไปส่งถือห้องเรียนตลอด จนกระทั่งเรียนจบ โดยตอนนี้เตรียมตัวเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในต้นปีหน้า

 ” ไม่มีใครแก่เกินเรียน หากตั้งใจก็เรียนจบได้ทุกคน “

…คุณยาย สถาพร พรหมศรี นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ ได้กล่าวไว้…