‘ศรีวราห์’ สเก็ตช์ภาพ1ต้องสงสัยบึ้มโรงพยาบาล ปัดกักใครสอบ

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” ยอมรับให้พยานสเก็ตช์ภาพ 1 ต้องสงสัยระเบิดรพ.พระมงกุฏเกล้า ปัดควบคุมตัวใครสอบ พร้อมสั่งเร่งตรวจสอบจดหมายเตือนก่อนเกิดเหตุ

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังประชุมความคืบหน้าการติดตามตัวผู้ก่อเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานจากฝ่ายความมั่นคง ว่ามีการกักตัวผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุตามที่มีกระแสข่าว มีเพียงการสอบพยานที่ได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุเท่านั้น ส่วนบุคคลที่ปรากฎในภาพ 3 คนที่นั่งใกล้แจกันที่คาดว่าเป็นวัตถุระเบิดนั้น ได้ทำการสอบปากคำแล้ว ยังไม่มีเหตุสงสัยว่าเชื่อมโยงกับเหตุระเบิด เพราะเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ และยอมรับว่าได้ให้พยานสเก็ตช์ภาพผู้ต้องสงสัย เป็นชาย 1 คน แต่ไม่เปิดเผยว่าบุคคลดังกล่าว มีหน้าที่อะไรในการก่อเหตุ

สำหรับจดหมายแจ้งเตือนว่าจะมีเหตุระเบิดที่ส่งไป 3 สถาบันพยาบาล ก่อนจะเกิดเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้สั่งให้สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลางตรวจสอบหา DNA จากจดหมายแล้ว โดยพบข้อมูลมีการส่งผ่านตู้ไปรษณีย์ที่ กทม. ซึ่งมีกว่า 400 ตู้ ต้นทาง 3-4 เขต แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าจดหมายเตือนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุ เป็นเพียงการสันนิษฐานเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีการตัดประเด็นในการก่อเหตุใดทิ้ง พร้อมยืนยันว่า คดียังไม่ตัน ทุกอย่างเป็นไปตามพยานหลักฐาน เชื่อพนักงานสอบสวนยังสามารถหาพยานหลักฐาน จนนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับผู้ก่อเหตุได้

ที่มา… INN

เปิดข้อความเหยื่อระเบิด รพ.พระมงกุฏเกล้า ‘ไม่ได้ออกรบ ยังถูกระเบิด’

เปิดข้อความจาก 1 ในผู้บาดเจ็บ เหยื่อระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า  ‘ไม่ได้ออกรบ ยังถูกระเบิดนะคะ’

วันนี้ (24 พ.ค. 60) ในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘บรรพต หัวใจ ‘ ที่เผยให้เห็นข้อความของ 1 ในผู้บาดเจ็บ จากเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า ที่ได้เขียนบอกเล่าอาการหลังจากเข้ารับการรักษาตัว โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

ระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า,

“หนึ่งในผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า เป็นอาจารย์กายวิภาคศาสตร์ สอนหมอทหาร ตั้งแต่รุ่นแรกๆ ที่ตอนนี้ลูกศิษย์ของอาจารย์เองก็กำลังจะเกษียณตามอาจารย์ อาจารย์อายุ 92 ปีแล้ว

ถึงแม้จะเกิดเหตุไม่ดี จนทำให้อาจารย์บาดเจ็บหนักบริเวณหน้าและคอ (หนักมาก 1 ใน 3 ของผู้บาดเจ็บสาหัส) จนไม่สามารถอ้าปากพูดได้ แต่อาจารย์ ก็เขียนให้กำลังใจกลับ กับลูกศิษย์ลูกหาที่ไปเยี่ยมว่า “ดีขึ้นมากแล้วค่ะ ไม่ต้องห่วงนะคะ ขอบคุณค่ะ ไม่ได้ออกรบ ยังถูกระเบิดนะคะ”

ถึงแม้ผมไม่ได้ทันได้ร่ำเรียนกับอาจารย์ แต่อาจารย์ก็เข็มแข็งมากเลยครับ อ่านแล้วตื้นตันมากครับ

#ระเบิดที่พระมงกุฏไม่ทำให้ใครอ่อนไหว
#ขอให้จับคนร้ายให้ได้

พบอีก! ‘โรคมือเท้าปาก’ สั่งหยุดนักเรียนชั้นปฐมวัย

โรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล จ.อ่างทอง ได้ทำการประกาศหยุดการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นอนุบาลทั้งหมด หลังพบว่ามีเด็กนักเรียนป่วยเป็น ‘โรคมือเท้าปาก’

วันที่ 24 พ.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานบริเวณศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก โรงเรียนเทศบาล 3 วัดชัยมงคล ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง ได้ทำการประกาศหยุดการเรียนการสอนของนักเรียนชั้นอนุบาลทั้งหมด หลังพบว่ามีเด็กนักเรียนป่วยเป็นโรคมือเท้าปาก จำนวน 7 คน ซึ่งทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล โดยเบื้องต้นทางโรงเรียนได้ทำการประสานกับกองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม สำนักงานเทศบาลเมืองอ่างทอง จัดเจ้าหน้าที่ทำการพ่นยาฆ่าเชื้อ ทั้งในบริเวณห้องเรียนและพื้นที่รอบอาคารเรียน พร้อมด้วยการทำความสะอาดอุปกรณ์การเรียนการสอนของเล่น ที่นอน หมอน และเครื่องใช้ของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล นำมาทำการทำความสะอาด ตากแดดฆ่าเชื้อ ป้องกันไม่ให้แพร่ขยายวงกว้าง

ด้านนาง ศรินยา พูลเพิ่ม หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้พบว่ามีนักเรียนไม่สบายเป็นโรคมือเท้าปาก จำนวน 7 คน จึงได้ทำการรายงานให้ทางผู้อำนวยการและผู้บริหารโรงเรียนทราบ เพื่อทำการประชุมหารือและได้มีคำสั่งให้หยุดการเรียนการสอนของนักเรียนในระดับชั้นอนุบาลเป็นจำนวน 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 22 – 26 พ.ค. 60 เพื่อทำความสะอาดและฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโรคภายในห้องเรียนและพื้นที่โดยรอบทั้งหมด โดยจะทำการเปิดการเรียนการสอนตามปกติในวันจันทร์ที่ 29 พ.ค. 60 เพื่อให้การดูแลและทำความสะอาดชั้นเรียนเป็นการควบคุมเชื้อโรคไม่ให้แพร่กระจาย ส่วนเด็กที่พบว่าป่วยเป็นโรคมือเท้าปากนั้น ได้ให้ผู้ปกครองพาไปพบแพทย์ทำการรักษาตัวให้หายขาดก่อนมาเรียนตามปกติต่อไป

สำหรับโรคมือเท้าปาก ส่วนใหญ่จะพบในเด็กเล็ก ตั้งแต่ 1 – 5 ขวบ พบว่าเริ่มต้นจะมีอาการป่วยเล็กน้อย มีไข้ต่ำ ๆ มีตุ่มใสขึ้นที่มือที่ปากเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะพบตามสถานที่โรงเรียนอนุบาลต่าง ๆ ในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว จะติดต่อกันทางการสัมผัส ซึ่งการดูแลเบื้องต้นโดยการหลีกเลี่ยงพาเด็กเล็กไปที่แออัด หมั่นล้างมือล้างเท้าให้เด็กเพื่อรักษาความสะอาด หากว่าพบเด็กป่วยเพียงเล็กน้อยทางผู้ปกครองควรจะให้บุตรหลานหยุดเรียนเพื่อไปพบแพทย์ทำการดูแลรักษาต่อไป