ตำรวจระยองนำผู้ต้องหาฆ่า ข่มขืน ด.ญ.11 ปี ทำแผน

ตำรวจระยองนำตัวผู้ต้องหาฆ่า ข่มขืน ด.ญ.11 ปี ทำแผนรับสารภาพ ขณะเตรียมนำศพบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองกร่ำ อ. ปลวกแดง

นายวิชัย อายุ 57 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่าน้องพิม เด็กหญิงวัย 11 ปี ยอมเปิดปากรับสารภาพแล้วว่า หลังรับตัวน้องพิมจากหน้าโรงเรียนใน อ.ปลวกแดง ก็ตั้งใจจะพาไปจุดที่พบศพเพื่อล่วงละเมิดทางเพศแต่น้องขัดขืนวิ่งหนี จึงบีบคอจนเสียชีวิตแล้วก็ทำการล่วงละเมิดทิ้งศพแล้วกลับไปบ้าน โดยคาดไม่ถึงว่าจะมีกล้องวงจรปิดจับภาพได้

ล่าสุดวันนี้ 22 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวิชัย ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพตามจุดต่างต่างแล้ว ตั้งแต่หน้าโรงเรียน จุดที่พาเด็กไปล่วงละเมิด และทิ้งศพ โดยมีชาวบ้านมาสังเกตุการณ์เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังคุ้มกันอย่างแน่นหนาเพราะเกรงว่าจะถูกรุมประชาทัณฑ์ เนื่องจากตลอดการทำแผนประกอบการรับสารภาพ มีชาวบ้านด่าทอผู้ต้องหาเป็นจำนวนมาก

ส่วนพ่อแม่ของน้องพิมก็เดินทางมารับศพลูกสาว ที่ถูกส่งมาตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ ด้วยความโศกเศร้า พ่อของน้องพิมยอมรับว่าผู้ต้องหาเป็นเพื่อนร่วมงาน เคยไปรับน้องพิมจากโรงเรียน 2 ครั้ง ซึ่งก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะก่อเหตุ วันเกิดเหตุ ผู้ต้องหาไม่ไปทำงาน อ้างว่าเมาสุรา ส่วนศพลูกสาวจะนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดคลองกร่ำ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง

คมนาคม ห้ามรถจักรยานยนต์ใช้สะพานภูมิพล 1 และ 2

คมนาคม สานต่อการแก้ไขปัญหาการจราจรระยะเร่งด่วน ห้ามรถจักรยานยนต์ใช้สะพานภูมิพล 1 และ 2 เพื่อป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ

นายชาติชาย ทิพย์สุนาวี ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวในการประชุมคณะอนุกรรมการประสานการแก้ไขปัญหาจราจรและขนส่งระยะเร่งด่วนในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นสมควรให้คงการห้ามรถจักรยานยนต์ขึ้นไปใช้บนสะพานภูมิพล 1 และ 2 ตามที่กรมทางหลวงชนบทได้ประกาศไว้เดิม

เพื่อป้องกันปัญหาอุบัติเหตุ และมอบให้กรมทางหลวงชนบท ร่วมกับ กรมเจ้าท่า พิจารณาปรับปรุงทางเข้า – ออกท่าเรือข้ามฟากคลองลัดโพธิ์ สำหรับรถจักรยานยนต์ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ได้ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการศึกษาจัดทำระบบจอดแล้วจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยโครงการดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินการ 6 เดือน

ขณะเดียวกันให้พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะช่วงงานรับปริญญาบัตร ควรจัดหาพื้นที่จอดรถ และจัดรถรับ – ส่ง Shuttle Bus เพื่อบริการประชาชนในการเดินทางเข้าออกพื้นที่ รวมถึงการประชาสัมพันธ์ข้อมูลเส้นทางที่มีการจราจรติดขัดและไม่ติดขัด ให้มีความถูกต้องและมีข้อมูลเป็นปัจจุบัน

รวบแล้ว! เภสัชกรโหดใช้มีดจ้วงแทง พ่อตาแม่ยาย ดับเมือปี 48

รวบแล้ว! เภสัชกรโหดใช้มีดจ้วงแทง พ่อตาแม่ยาย ดับเมือปี 48 ญาติร่ำไห้ขอบคุณตำรวจและสื่อหลังคดีไม่คืบนาน 13 ปี

นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความนำ น.ส.รัชฎาพร บุญทาทอง และ น.ส.รัชนก บุญทาทอง 2 ผู้เสียหาย คดีเภสัชกร อดีตลูกเขยฆ่าพ่อตาแม่ยาย ที่จังหวัดเชียงราย ปี 2548 เข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อช่วยติดตามจับกุมคนร้าย

โดย น.ส.รัชนก (กล่าวทั้งน้ำตาว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายกฤษณะชัย จันทราศรี เป็นสามีของ น.ส.รัชฎาพร พี่สาว ซึ่งผู้ต้องหา เป็นเภสัชอยู่ในโรงพยาบาลประจำจังหวัดเชียงราย ซึ่งเหตุดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.40 น.ของ วันที่ 26 มกราคม 2548 ซึ่งตอนนั้นตนเองอายุได้ 15 ปี

โดยขณะเกิดเหตุมีคนมาที่บ้าน เมื่อพ่อกับแม่เปิดออกไปก็พบเป็นพี่เขย ก่อนที่ตนจะเห็นว่าพี่เขยและผู้หญิงอีกคนกำลังจ้วงแทงพ่อและแม่อยู่ ในสภาพนอนจมกองเลือด และถึงแม้วันนั้นจะรอดมาได้ แต่ตนต้องอยู่ในสภาพหวาดระแวงตลอดเวลา และต้องกินยาระงับประสาท ตลอด 12 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่ น.ส.รัชฎาพร (ภรรยาผู้ก่อเหตุ) ระบุว่า ตนอยู่กินกับสามี 2 ปี (ผู้ก่อเหตุ) ซึ่งทุกอย่างดีมาโดยตลอด ต่อมา สามีจะเริ่มโมโหร้ายรุนแรงพยายามขอมีเพศสัมพันธ์ และทุบตีตน จนทนไม่ไหวจึงขอเลิก แต่กลับถูกข่มขู่ ว่าหากเลิกจะถูกฆ่าทั้งครอบครัว ตนเองจึงหนีออกมาอยู่กับญาติที่กรุงเทพมหานคร

กระทั่งเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งกว่า 13 ปีที่ผ่านมาคดีก็ไม่มีความคืบหน้า เพราะพี่เขยของอดีตสามีเป็นนายตำรวจใหญ่ในจังหวัดเชียงราย ประกอบกับน้องชายของอดีตสามีก็เป็นครูในโรงเรียนที่น้องสาวเรียนอยู่ ทำให้ตนรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิต

ด้าน รอง ผบ.ตร. ระบุว่าภายหลังทราบเรื่อง ได้สั่งการให้ตำรวจภูธรภาค 5 ตรวจสอบทราบว่าผู้ต้องหา หลบหนีมายังกรุงเทพฯก่อนจับกุมตัวไว้ได้ และนำมาให้ผู้เสียหายและพยานชี้ตัวในวันนี้

เบื้องต้น จากการสอบปากคำ นายกฤษณะชัย ให้การรับสารภาพว่าก่อเหตุจริง โดย ร่วมกับ น.ส.ยุพิน ปานลอยวงค์ เป็นลูกจ้างที่ร้านขายยาของ นายกฤษณะชัย ซึ่งอยู่ระหว่างนำตัวมาจากจังหวัดชลบุรีมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อให้พยานชี้ตัว