อยู่ยาก! โจรเชียงใหม่ ขโมยแม้แต่รองเท้าแตะของนักท่องเที่ยว

กล้องวงจรปิดร้านนวด จ.เชียงใหม่ จับภาพคนร้ายเดินเท้าเปล่าเข้ามาขโมยรองเท้าแตะของนักท่องเที่ยว คู่ละ 3,000 บาท

กล้องวงจรปิดร้านนวดศรีเกิด ถ.ช้างม่อยเก่า ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ บันทึกภาพคนร้ายเป็นชายคนหนึ่ง สวมเสื้อแขนสั้นสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำและหมวกสีดำ เดินเท้าเปล่าเข้าไปที่หน้าร้าน ก่อนเลือกดูรองเท้าที่หน้าร้าน และสวมรองเท้าแตะสีน้ำตาลที่วางไว้ ( ยี่ห้อคล๊าก จำนวน 1 คู่ ราคาประมาณ 3,000 บาท ) เดินหนีออกไปจากร้าน ทำให้ลูกค้าเจ้าของรองเท้าที่เป็นชาวต่างชาติที่กลับออกมาจากร้านนวดต้องเดือดร้อนเดินเท้าเปล่ากลับที่พัก

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้ตรวจสอบรูปพรรณคนร้ายจากภาพที่บันทึกไว้ได้อย่างชัดเจน พบว่า คนร้ายรายนี้คือ นายใจกล้า เกี๋ยงเก้า หรือ ตี๋ อายุ 30 ปี ที่อยู่ 121 หมู่ที่ 1 ต.บ่อเกลือเหนือ อ.บ่อเกลือ จ.น่าน เป็นคนไร้บ้านอาศัยบริเวณลานเอนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพ ใกล้กับร้านที่ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตามและจับกุม

จากการสอบสวน นายใจกล้า สารภาพว่า ที่ผ่านมาจะเดินตระเวนไปตามย่านประตูท่าแพที่เป็นย่านท่องเที่ยว มีร้านค้าสถานประกอบการและนักท่องเที่ยวจำนวนมาก เมื่อสบโอกาสก็จะขโมยทรัพย์สินที่เจ้าของวางไว้ ทั้ง กระเป๋าเงิน โทรศัพท์มือถือ นำไปขาย ส่วนรองเท้าก่อนหน้านี้เคยขโมยรองเท้าผ้าใบยี่ห้อคอนเวิร์สที่ร้านนี้มาครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนจะกลับมาขโมยรองเท้าแตะครั้งล่าสุด โดยบอกว่ารองเท้าผ้าใบนำไปขายต่อที่ร้านรองเท้ามือสอง ส่วนรองเท้าแตะนำไปใส่เอง

อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ ได้แจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวในย่านประตูท่าแพ ให้ระมัดระวังทรัพย์สินเนื่องจากในช่วงนี้มีรายงานว่ามีโจรออกตระเวนก่อเหตุบ่อยครั้ง

พนักงานสอบสวน ฝากขัง “วัฒนา” พร้อมขอนำตัวกลับไปควบคุมที่ มทบ.11

พนักงานสอบสวน ฝากขัง “วัฒนา” มือระเบิดที่ศาลอาญา พร้อมขอนำตัวกลับไปควบคุมที่ มทบ.11

พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ พนักงานสอบสวนตามคำสั่ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 236/2560 ลงวันที่ 24 พ.ค. 2560 ชุดคลี่คลายระเบิดในพื้นที่ กทม. ได้ควบคุมตัวนายวัฒนา ภุมเรศ อายุ 61 ปี ภูมิลำเนา กทม. อดีตวิศวกรการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ลงวันที่ 16 มิ.ย. 2560 คดีระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 มิ.ย.-3 ก.ค.2560

เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบพยานบุคคลอีก 14 ปาก และรอผลการตรวจประวัติต้องโทษจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร กับพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหา รวมทั้งผลตรวจพิสูจน์ของกลางในคดีจากกองพิสูจน์หลักฐาน สตช.

โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและมีอัตราโทษสูง เป็นคดีที่น่าสนใจของประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชน ดังนั้นหากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยตัวไปเกรงว่าอาจก่อเหตุวางระเบิดในลักษณะเดียวกันอีกหรือจะไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานหรือหลบหนีไป หลังจากได้รับการปล่อยชั่วคราว และพนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า หากอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาแล้ว ก็ขอให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปควบคุมที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (มทบ.11) ด้วย

ภายหลังพนักงานสอบสวน ยื่นคำร้องฝากขังนายวัฒนาแล้ว โดยศาลได้พิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านจึงอนุญาตให้ฝากขังได้ และมีคำสั่งอนุญาตตามคำขอของพนักงานสอบสวน ให้ส่งตัวผู้ต้องหาไปคุมขังที่เรือนจำชั่วคราวแขวงถนนนครไชยศรี (มทบ.11) ระหว่างการฝากขัง 12 วันนี้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้ควบคุมตัวนายวัฒนา ผู้ต้องหาขึ้นรถตู้สีขาวไปโดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามและเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์นั่งประกอบไปด้วย ขณะที่นายวัฒนา ก็มีสีหน้าท่าทางปกติ สวมหน้ากากอนามัยปิดจมูกและปาก ซึ่งในมือถือถุงพลาสติกที่ใส่เสื้อผ้า อาหารและเป๊ปซี่ ติดตัวไปด้วย โดยระหว่างการควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ได้สอบถามความสมัครใจกับนายวัฒนาแล้ว ไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพ ขณะถูกควบคุมตัวขึ้นรถเพื่อไปเรือนจำ

สคร.แจง หลังงานกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ ‘ไม่โปร่งใส’

ผอ.สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ออกมาชี้แจงการดำเนินงานของกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ (TFF) ไม่โปร่งใส

วันนี้ (22 มิ.ย. 60) “นายเอกนิติ นิติทัณฑ์”  ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ชี้แจงประเด็นการใช้วิธีเล่นแร่แปรธาตุกับกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ หรือ กองทุน (TFF) นำมาดำเนินการผิดวัตถุประสงค์ เป็นวิธีที่ซับซ้อนซ่อนเงื่อนไม่โปร่งใส
เพราะการนำกองทุน TFF มาดำเนินการผิดวัตถุประสงค์  ซึ่งความจริงแล้วไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากกองทุน TFF ได้ถูกจัดตั้งขึ้นตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุน ที่ ทน. 8/2559 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการจัดตั้งและจัดการกองทุน TFF (ลงวันที่ 27 เมษายน 2559) ซึ่งกองทุน TFF จะถูกกำกับปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ต่างๆ เช่น การเปิดเผยข้อมูลและสามารถตรวจสอบได้ภายใต้หลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) ที่สำนักงาน ก.ล.ต. กำหนด
ส่วนประเด็น การนำโครงการรถไฟความเร็วสูงมาระดมทุนผ่านกองทุน TFF นั้น ยืนยันว่าการจัดตั้งกองทุน TFF ไม่สามารถนำโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูงมาระดมทุนผ่านกองทุน TFF ได้ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2560 เห็นชอบให้นำโครงการโครงสร้างพื้นฐานของการทางพิเศษฯ 2 โครงการมาระดมทุนผ่านกองทุน TFF ได้แก่

โครงการทางพิเศษฉลองรัช (รามอินทรา-อาจณรงค์) และโครงการทางพิเศษบูรพาวิถี (บางนา-ชลบุรี) ซึ่งการทางพิเศษฯ จะนำเงินที่ได้รับจากการระดมทุนไปลงทุนในโครงการทางพิเศษพระราม 3 – ดาวคะนอง – วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก และโครงการทางด่วนขั้นที่ 3 สายเหนือตอน N2 E-W Corridor เท่านั้น

นอกจากนี้ในประเด็นการให้ธนาคารรัฐ 3 แห่งปล่อยกู้ให้กับสหกรณ์ต่างๆ ที่เป็นเจ้าหนี้สหกรณ์คลองจั่น 30,000 ล้านบาท เรื่องนี้กระทรวงการคลังไม่ได้มีนโยบายให้ธนาคารรัฐทั้ง 3 แห่ง ปล่อยกู้ให้แก่สหกรณ์ต่างๆ เพื่อนำเงินมาซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน TFF ตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี หากสหกรณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนักลงทุนสถาบันจะพิจารณาลงทุนในกองทุน TFF จะต้องเป็นไปตามนโยบายการลงทุนของแต่ละแห่ง รวมทั้งจะต้องพิจารณาผลตอบแทนและความเสี่ยงของการลงทุนควบคู่กันไป ซึ่งเป็นอำนาจของสหกรณ์โดยแท้ในการส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของบรรดาสมาชิกสหกรณ์