สลด! ไฟไหม้บ้านกลางดึก คลอกสาวป่วยอัมพฤกษ์ดับสยอง

เกิดเหตุไฟไหม้บ้านใน อ.ภาชี อยุธยา ทำให้อดีตผู้ช่วยพยาบาลสาว ป่วยเป็นอัมพฤกษ์ ถูกไฟคลอกดับสยอง ทั้งๆ ที่พยายามหลบหนีแต่ไม่พ้น 

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 22 มิ.ย. 2560  ร.ต.ท อำนาจ อุสารัมย์ รองสว.สอบสวน  สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา รับแจ้งว่าเกิดไฟไหม้ บ้านเลขที่ 52/1 หมู่ 3 ต.ภาชี อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา จึงประสานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง จากเทศบาล อบต. และสมาคมอยุธยารวมใจ 10 คัน เพื่อไปตรวจสอบและระงับเหตุ

ซึ่งเมื่อไปถึงพบว่า ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้นชั้นล่างเป็นปูนชั้นบนเป็นไม้ ขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้อย่างรุนแรง  เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังฉีดน้ำเพื่อสกัดกั้นควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไปยังจุดอื่น  ขณะเดียวกันพบว่ามีเจ้าของบ้านซึ่งยังคงติดอยู่ภายในบ้าน เจ้าหน้าที่ใช้เวลา 20 นาที จึงสามารถควบเพลิงเอาไว้ได้

หลังจากที่เพลิงได้สงบลง เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย จึงทำการทุบกระจกหน้าต่าง เพื่อเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในห้องนอน  จนได้พบร่างของหญิงสาวเจ้าของบ้าน ทราบชื่อ “นางกานดา จุลอำพันธ์” อายุ 56 ปี เป็นอดีตผู้ช่วยพยาบาล ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ระหว่างเข้าช่วยเหลือพบว่าหญิงสาวได้ชีวิตลงแล้ว ในลักษณะตามร่างกายมีร่องรอยของการถูกไฟไหม้ตามร่างกาย

จากการสอบถามชาวบ้าน เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายอาศัยอยู่ในบ้านเพียงคนเดียว เคยทำงานเป็นผู้ช่วยพยาบาลโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ระยะหลังพบว่าผู้ตาย “ป่วยเป็นอัมพฤกษ์” แขนขาเดินไม่สะดวก จึงลาออกจากงานมารักษาตัวอยู่ที่บ้าน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าตำรวจคาดว่า สาเหตุน่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร จนเกิดเพลิงไหม้ โดยผู้ตายพยายามจะหนีออกมาจากบ้าน แต่ด้วยความที่ผู้ป่วยเป็นอัมพฤกษ์  จึงหนีออกมาไม่ทันทำให้สำลักควันและถูกไฟไหม้เสียชีวิตในที่สุด

โอ๊ค สาปส่งคนกลั่นแกล้ง ยิ่งลักษณ์ จนต้องหลั่งน้ำตาในวันเกิด

โอ๊ค โพสต์ให้กำลังใจ ยิ่งลักษณ์ อดทนสู้ หลังหลั่งน้ำตาในวันเกิดตัวเอง สาปส่งชายอก 3 ศอก ที่คอยกลั่นแกล้งขอให้ได้รับโทษทัณต์กรรมตามทันในเร็ววัน 

วานนี้ (21 มิ.ย. 60) นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ให้กำลังหลังเห็นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นอา น้ำตาไหลระหว่างทำบุญวันเกิดครบ 50 ปี โดยระบุว่า  ทุกๆ ปีผมจะอวยพรวันเกิด โดยขอให้อาปูมีความสุขมากๆ ครับ

แต่มาปีนี้ จากภาพที่ทุกท่านได้เห็นตามสื่อต่างๆ ในช่วงเช้าที่ผ่านมา คงทำให้ผมไม่สามารถอวยพรอาปู ตามปกติวิสัยดังเช่นทุกๆ ปีที่ผ่านมาได้ ผมคงทำได้แค่เพียงบอกว่า ขอให้อาปูอดทนสู้ต่อไป ให้ยึดมั่นที่จะยืนเป็นเสาหลักให้กับพี่น้องประชาชนในฝั่งประชาธิปไตย ดังเช่นที่อาปูได้ยึดมั่นและปกป้องระบอบประชาธิปไตยจนกระทั่งนาทีสุดท้าย ก่อนที่จะถูกปลายกระบอกปืนปล้นอำนาจไป

“ไม่มีใครอยากที่จะร้องไห้ในวันเกิดของตัวเอง” ครับ ถ้ามันไม่เหลืออดจริงๆ โดยเฉพาะการร้องไห้ในสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ไปทำบุญวันเกิดเช่นนี้

หากสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง โดยเฉพาะพระสยามเทวาธิราช ที่ทรงคอยปกปักรักษาบุคคลที่พูดดี คิดดี และทำดี ผมเชื่อว่าท่านจะมองเห็น และรู้ว่าใครที่ตั้งใจทำประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง และใครที่เล่นละครตบตาชาวบ้าน ตระบัดสัตย์ และไม่เคยยึดมั่นทำตามในสิ่งที่ตัวเองพูด เอาแต่สนับสนุนให้พรรคพวกตัวเอง ผลาญงบประมาณของประเทศชาติไปวันๆ

ผลการตัดสินในคดีของอาปู คงไม่มีใครกล้าไปก้าวล่วง หรือคาดเดาผลการตัดสินล่วงหน้า คงได้แต่หวังว่าจะได้รับความเมตตาจากศาล ที่ทรงไว้ซึ่งความยุติธรรม สำหรับพวกผู้ชายอก 3 ศอก ที่คอยกลั่นแกล้งผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งจนต้องร้องไห้ออกมาในวันมงคลของตัวเอง ณ สถานที่อันศักดิ์สิทธิ์ สักวันหนึ่งที่กรรมตามทัน ก็ขอให้ท่านก้มหน้ารับกรรม ในสิ่งที่ท่านได้ก่อไว้เองด้วยเทอญ _/_

ภาพจาก INN

รวบโจ๋ แก๊งปาหินใส่รถบรรทุก บนถนนเอเชีย 41 ชุมพร

ตร.ชุมพร รวบโจ๋แก๊งปาหินใส่รถบรรทุกบน ถ.เอเชีย 41 เหตุแค้นโดนเบียดจน จยย. ตกถนน

วันนี้(22 มิ.ย.) พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร สั่งการให้ ตำรวจ สภ.ละแม ตำรวจ สภ.หลังสวน ร่วมกันนำตัว ผู้ต้องหา 1 ในแก๊งปาหินใส่รถร่วมทำแผนประกอบคำรับสารภาพจากกรณี มีคนร้ายใช้ก้อนหินปากระจกรถบรรทุก ที่วิ่งผ่าน บนถนนเอเชีย 41 จำนวน 6 คัน จนตำรวจต้องจัดกำลังลาดตระเวนบนถนนเอเซีย 41 ร่วมถึงเข้าทำการสอบสวนหาคนร้าย จนทราบว่า คนร้ายมี 2 คน คือ นายจักรพงษ์ อายุ 23 ปี และนายกฤษณะ อายุ 18 ปี

กระทั่ง นายกฤษณะ ทนความรู้สึกผิดไม่ไหวจึงมาสารภาพบาปกับพระที่รู้จักกัน จังหวะนั้น ได้มีตำรวจสายสืบ สภ.ละแม แต่งกายนอกเครื่องแบบ กำลังเข้าไปหาข่าวกับพระรูปดังกล่าวพอดี และได้ยินการคุยกันพร้อมกับมีชื่อผู้ต้องสงสัยอยู่ในมือแล้ว ซึ่งตรงกัน แต่ต่อมาคนร้ายทั้ง 2 ไหวตัว พากันหลบหนีเข้าป่าไปอีกครั้ง พล.ต.ต.สนธิชัย จึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่เข้าร่วมติดตามตัวคนร้าย พร้อมทั้งขอหมายจับจากศาลจังหวัดหลังสวน กระทั่งเมื่อคืนนี้ ตำรวจ สามารถบุกเข้าจับกุมคนร้าย คือนายกฤษณะ ได้ในขณะที่หลบซ่อนตัวในบ้าน ส่วนคนร้ายอีกคน คือนายจักรพงษ์ ยังหลบหนีออกนอกพื้นที่ อ.ละแม ไปได้

โดย นายกฤษณะ ให้การรับสารภาพ ว่าเป็นผู้ลงมือปาก้อนหินใส่รถบรรทุก ร่วมกับ นายจักรพงษ์ เนื่องจากในคืนเกิดเหตุ ขณะที่ขับขี่รถจักรยานยนต์กลับจาก เล่นสนุกเกอร์ ได้ถูกรถบรรทุกขับเบียด จนตกถนน แต่ไม่ล้มจึงเกิดความโมโหอย่างหนักเมื่อรถบรรทุกมาติดไฟจราจรที่สี่แยกละแม จึงขับรถจักรยานยนต์แซง รถบรรทุกคันดังกล่าว ไปดักรอปากซอยห้วยทรายขาว แต่จำรถบรรทุกคันที่เบียดไมได้ ด้วยความโมโหจึงใช้ก้อนหินปาใส่รถบรรทุก ที่วิ่งผ่านในเวลานั้นจำนวน 6 คันแล้วกลับเข้าไปนอนที่บ้าน