ตำรวจ 191 บุกค้นเป้าหมายทั่วประเทศ กวาดล้างแก๊งปลอมทะเบียนรถ-ขายข้ามชาติ

ตำรวจ 191 สนธิกำลังบุกค้นเป้าหมายทั่วประเทศ 26 จุด กวาดล้างแก๊งปลอมทะเบียนรถ ขายข้ามชาติ 

วันนี้ (22 มิ.ย.60) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ได้บุกเข้าค้นพื้นที่เป้าหมาย 26 แห่งทั่วประเทศ โดยเน้นหนัก ในภาคอีสาน ทั้งในจังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี และจังหวัดร้อยเอ็ด หลังสืบทราบว่ามีแก๊งปลอมทะเบียนรถยนต์ขายข้ามชาติรายใหญ่เชื่อมโยงเครือข่าย รับซื้อ รถหลุดจำนำรถหนีไฟแนนซ์ และรถที่ถูกโจรกรรมมา ผ่านโซเชียลมีเดีย

โดยเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งอยู่ซอยศรีจันทร์ 39 ตำบลพระรับ อำเภอเมืองจังหวัดขอนแก่นสามารถตรวจยึด รถยนต์ 14 คัน พร้อมอุปกรณ์ในการปลอมแปลงทะเบียนรถยนตร์ ป้ายทะเบียน และสมุดคู่มือรถยนต์ พร้อมสมุดบัญชีธนาคารที่มียอดสูงผิดปกติ พร้อมคุมตัวผู้ต้องสงสัย 2 คน มาสอบปากคำ โดยพบว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ารถข้ามชาติรายใหญ่

ผู้บังคับการตำรวจสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษบอกว่า ปฏิบัติการวันนี้เป็นการ บุกค้นทั่วประเทศพร้อมกันทุกจุด เพื่อขยายผลแก๊งปลอมทะเบียนรถยนต์ และป้ายทะเบียน ซึ่งจับกุมได้แหล่งใหญ่ในกรุงเทพมหานครไปก่อนหน้านี้
โดยแก๊งทั้งหมดมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะการแลกเปลี่ยนสินค้า ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมีกลุ่มลูกค้าติดตามหลายพันคน

ขอบคุณข้อมลจาก  กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

ญาติเด็กหญิงวัย 11 ปี ถูกฆ่าที่ระยอง นำศพส่งชันสูตร ที่ รพ.ตำรวจ

ญาติเด็กหญิง วัย 11 ถูกฆ่าที่ระยอง นำศพส่งให้แพทย์นิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ชันสูตรศพอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

วันนี้ (22 มิ.ย. 60) มีรายงานว่า ญาตินำศพเด็กหญิง วัย 11 ปี ซึ่งมีอาการป่วยปากแหว่งเพดานโหว่ และต้องสงสัยว่าถูกกระทำชำเรา ในพื้นที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง พร้อมเอกสารส่งตัวจากพนักงานสอบสวน สภ.ปลวกแดง มาส่งให้แพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ทำการชันสูตรศพอย่างละเอียด เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิต

ทั้งนี้ บิดาของเด็กหญิง ยอมรับว่า รู้จักกับ นายวิชัย โชติเสนา ผู้ต้องหา ที่มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างมากว่า 1 เดือน โดยปกติแล้วผู้ต้องหาไม่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าจะก่อเหตุ และเป็นคนธรรมะธรรมโม แต่เป็นคนดื่มสุรา และที่ผ่านมาก็ยอมรับว่า นายวิชัย เคยไปรับบุตรสาวกลับจากโรงเรียนแล้ว 2 ครั้ง

นอกจากนี้ บิดาของเด็กหญิงวัย 11 ปี ยังกล่าวด้วยว่า นายวิชัย ให้การรับสารภาพแล้ว แต่ส่วนตัวหากมีโอกาสได้พูดคุยกัน ก็อยากจะถามว่า ทำไมถึงทำกับครอบครัวตนเองได้ถึงขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นครอบครัวจะรับศพเด็กหญิงกลับไปบำเพ็ญกุศล ที่ วัดคลองกรำ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง ในวันพรุ่งนี้

ด้าน พ.ต.อ.สมฤกษ์ ค้ำชู ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปลวกแดง เผยว่า แพทย์ในพื้นที่ได้ทำการตรวจร่างกายไปเบื้องต้นแล้ว แต่ไม่สามารถตรวจละเอียดได้ จึงต้องส่งศพมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่สถาบันนิติเวชวิทยา เนื่องจากเป็นไปตามขั้นตอน และเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใสมากที่สุด

อัยการสั่งฟ้อง อดีต ส.ส.เพื่อไทย จ้างวานฆ่าปลัดอบจ.ขอนแก่น

อัยการสั่งฟ้อง นวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.เพื่อไทย จ้างวานฆ่าปลัด อบจ.ขอนแก่น หลังลูกน้องทีมสังหาร 5 ราย ถูกสั่งประหารชีวิตและจำคุกตลอดชีวิต

รายงานแจ้งว่า วันนี้ (22 มิ.ย. 60) อธิบดีอัยการภาค 4 ได้ลงนามในคำสั่งฟ้องนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีตส.ส.ขอนแก่น ในข้อหาจ้างวานฆ่านายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น ซึ่งคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 3 พ.ค.2556

โดยการสั่งฟ้องสืบเนื่องมาจากการที่เจ้าหน้าที่ ได้มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปยังนายนวัธ เตาะเจริญสุข อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เขต 8 ขอนแก่น ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารนายสุชาติด้วย จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “จ้างวานฆ่า” นายสุชาติ โคตรทุม อดีตปลัด อบจ.ขอนแก่น ด้วยอีกคดีหนึ่ง โดยในเวลาต่อมา นายนวัธ ได้เดินทางเข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและได้รับการประกันตัวออกไปสู่คดี จนล่าสุดอธิบดีอัยการภาค 4 ได้มีคำสั่งฟ้องในที่สุด

เบื้องต้นอัยการเจ้าของคดีจะได้ทำหนังสือแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะพนักงานสอบสวน ให้นำตัวนายนวัธ มารับทราบข้อกล่าวหาตามระยะเวลาที่กำหนด หากไม่เดินทางมารับข้อกล่าวหา พนักงานสอบสวนก็จะได้ขออนุมัติต่อศาลให้มีการออกหมายจับต่อไป

สำหรับคดีนี้ เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 5 คน มี ด.ต.วีระศักดิ์ ชำนาญพล อดีต ผบ.หมู่ปราบปราม สภ.หนองเรือ ขอนแก่น (จำเลยที่1) พ.ต.ท.สมจิต แก้วพรม อดีตรองผกก. (ป) สภ.หนองเรือ (จำเลยที่ 2) นายประพันธ์ ศรีพิลัย (จำเลยที่ 3) นายบุญช่วย จูงกลาง (จำเลยที่ 4) และนายปิยะพงษ์ มีกำปัง (จำเลยที่ 5)

โดยทั้งหมดเป็นคนสนิทของนายนวัธ และเมื่อวันที่  29 ตุลาคม 2559 ศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาลงโทษ พ.ต.ท.สมจิต จำเลยที่ 2 จำคุกตลอดชีวิต นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3 จำคุก 37 ปี 14 เดือน 30 วัน และยกฟ้อง ด.ต.วิระศักดิ์ ชำนาญพล จำเลยที่ 1 นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 นายปิยะพงษ์ มีกำบัง จำเลยที่ 5

ขณะที่ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาแก้ เป็นให้ลงโทษจำเลยทั้ง 5 คน ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และให้ลงโทษประหารชีวิตทั้งหมด แต่เนื่องจาก ด.ต.วีระศักดิ์ จำเลยที่ 1 นายประพันธ์ ศรีพิลัย จำเลยที่ 3 นายบุญช่วย จูงกลาง จำเลยที่ 4 นายปิยะพงษ์ มีกำปัง จำเลยที่ 5 ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาลจึงลดโทษ 1 ใน 3 เป็นให้ลงโทษจำคุกตลอดชีวิต มีเพียงพ.ต.ท.สมจิต จำเลยที่ 2 เท่านั้นที่ได้ให้ลงโทษสูงสุดคือประหารชีวิต คดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลฎีกา