อดีตอุปนายกศิษย์เก่า ร.ร.สามเสนฯ เชื่อ ผอ.ไม่เรียกรับเงินแป๊ะเจี๊ยะ

อดีตอุปนายกสมาคมศิษย์เก่า โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย เชื่อ ผอ.โรงเรียน ไม่มีพฤติกรรมเรียกรับผลประโยชน์ นักเรียนรวมตัวให้กำลังใจ

นักเรียนโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย มอบดอกไม้ให้กำลังใจ นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย หลังมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอที่ผู้ปกครองอ้างว่า นำเงิน 400,000 บาท มาให้กับ นายวิโรฒ สำรวล ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยเพื่อแลกกับการรับเด็กเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในเงื่อนไขพิเศษผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย กล่าวเปิดใจเพียงสั้นๆว่า ขณะนี้มีกำลังใจมากขึ้น และยืนยันจะขอทำหน้าที่พัฒนาโรงเรียนให้ดีที่สุด

ขณะที่ นายอรรถยุทธ ลียะวณิช อดีตอุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ยอมรับว่า ศิษย์เก่าของโรงเรียนสามารถฝากเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนได้ แต่ทั้งนี้ทางโรงเรียนจะมีขั้นตอนในการสอบถามรายละเอียด ความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์เก่ากับเด็กที่จะฝากเข้าเรียน ที่มีกฏเกณฑ์ระเบียบของทางโรงเรียนกำหนดไว้ชัดเจน จำนวน 7 ข้อ ที่เป็นไปตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้ โดยเด็กต้องมีความสัมพันธ์กับศิษย์เก่าในฐานะลูก หรือ หลาน เท่านั้น และส่วนตัวยอมรับว่า เห็นด้วยหากในอนาคตจะมีการพิจารณายกเลิกการฝากเด็กเข้าเรียนในโรงเรียนชื่อดังต่างๆ

ส่วนคลิป ที่มีการเผยแพร่กันนั้น ยอมรับว่า ส่วนตัวก็รู้ดีว่าใครเป็นคนทำคลิปนี้ แต่คงไม่สามารถบอกรายละเอียดได้ เพราะกรณีนี้ ผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัย ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว และส่วนตัวไม่ทราบความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน แต่ยืนยันได้ว่าผู้อำนวยการโรงเรียนสามเสนวิทยาลัยคนปัจจุบัน ไม่มีพฤติกรรมแบบที่ถูกพาดพิงถึงแน่นอน

แจ้งความทัวร์ลวงโลก ตุ๋นเที่ยว ‘กระบี่-ตรัง’

นักท่องเที่ยวเข้าแจ้งความดำเนินคดีบริษัททัวร์ หลังซื้อแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อไปท่องเที่ยวจังหวัดตรังและกระบี่ แต่บริษัทไม่มารับตามที่ตกลงไว้

นางจิดาภา กลิ่นสีสุข พร้อมกลุ่มเพื่อนอีก 5 คน ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองตรัง และแจ้งว่าได้จองทัวร์ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กับ บริษัท มัณดะวี โดยบริษัทดังกล่าวไม่มารับไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ระบุไว้

จากการสอบสวนทราบว่า กลุ่มผู้เสียหาย ได้ซื้อแพ็คเกจทัวร์ ราคา 2 หมื่นบาท เพื่อมาท่องเที่ยวในจังหวัดตรัง และกระบี่ ซึ่งได้โอนเงินให้บริษัททัวร์ไปแล้ว

โดยได้เดินทางมาเที่ยวเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน และไปเที่ยวตามโปรแกรมที่ทางบริษัทจัดไว้ให้ แต่ในช่วงเช้าวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา กลับไม่มีผู้ใดมารับไปเที่ยวตามแพ็คเกจ เมื่อโทรศัพท์สอบถามกลับบ่ายเบี่ยงจึงเข้าแจ้งความ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน แจ้งว่าการกระทำดังกล่าวเกิดขึ้นในท้องที่กรุงเทพฯ ไม่ได้อยู่ในเขตรับผิดชอบอำเภอเมืองตรัง แต่ได้ติดต่อบริษัทฯ ให้บรรเทาความเดือดร้อนของผู้เสียหายกลุ่มนี้แล้ว

ขณะที่ นางกรุณา เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง และตำรวจท่องเที่ยว ได้เดินทางมาพบกับกลุ่มนักท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือ พร้อมทั้งฝากเตือนนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ ว่าควรตรวจสอบใบขออนุญาตนำเที่ยวของบริษัททัวร์ก่อนซื้อแพ็คเกจมาเที่ยว ไม่เช่นนั้นอาจเกิดความเสียหายได้

อย่างไรก็ตาม ทางบริษัททัวร์ฯ ได้ติดต่อ ขอโอนเงินคืนในส่วนที่เหลือให้กับนักท่องเที่ยวแล้ว โดยมีเงื่อนไขให้นักท่องเที่ยวอย่าทำให้เป็นข่าว อย่าเอาลงเฟซบุ๊ก และรายละเอียดอื่นๆ อีกหลายข้อ ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ปฏิเสธเงื่อนไข โดยยืนยันขอเงินคืนเท่านั้น ไม่เช่นนั้นจะกลับไปแจ้งความดำเนินคดีฐานก้อโฉงแก่บริษัททัวร์รายนี้

ใบเฟริน์ เพลินนภา นักร้องลูกทุ่ง-พิธีกร ร้องถูกคนใกล้ตัวโพสต์ให้ร้าย

‘ใบเฟริน์ เพลินนภา’ นักร้องลูกทุ่งและพิธีกรช่องดาวเทียม อีสานทีวี ร้องถูกคนใกล้ตัวโพสต์ให้ร้าย หมื่นประมาท สร้างความเสื่อมเสียให้ชื่อเสียง

วันนี้ (22 มิ.ย. 60) มีรายงานว่า นางสาวเพลินนภา หาญศรีนาท หรือ ‘ใบเฟริน์ เพลินนภา‘ อายุ 26 ปี นักร้องลูกทุ่งและพิธีกรช่องดาวเทียม อีสานทีวี ได้เดินทางมาร้องทุกข์ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พร้อมมอบหลักฐานสำคัญ ที่บันทึกข้อความหมิ่นประมาทของผู้ที่ใช้ชื่อ
เฟซบุ๊ก “ตาดูดาว เท้าติดดิน” ซึ่งโพสต์ข้อความหมิ่นประมาทหลายครั้งในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา

โดย นางสาวเพลินนภา เผยว่า แม้ข้อความดังกล่าวจะมีการปกปิดชื่อจริง และใช้อักษรย่อ “บ.” แต่จากข้อความที่มีการกล่าวพาดพิง ทำให้เชื่อได้ว่าตั้งใจระบุถึงตนเอง อีกทั้งจากการโพสต์ข้อความส่งผลกระทบให้งานที่ทำต้องหยุดลงชั่วคราว และทำให้เสียความน่าเชื่อถือในสายตาบุคคลอื่น รวมถึงแฟนคลับทั้งที่อยู่ในไทยและในสปป.ลาว

เบื้องต้นพอทราบตัวผู้โพสต์ข้อความแล้ว แต่อยากให้ตำรวจช่วยตรวจสอบยืนยันให้แน่ชัด โดยเชื่อว่าหากเป็นบุคคลดังกล่าว อาจมีปมขัดแย้งมาจากเรื่องส่วนตัว หลังจากที่เกิดเหตุต้องยกเลิกการร่วมงานในโปรเจคหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความไว้ ก่อนประสานข้อมูลให้ฝ่ายสืบสวนรับไปดำเนินการตรวจสอบ และจะส่งข้อมูลให้พนักงานสอบสวน สน.พญาไท เจ้าของคดีรับไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป