บริษัทวายแอลจี แจงหลังถูกกลุ่มผู้เสียหายร้อง DSI ถูกโกงในรูปแบบแชร์ทองคำ เสียหายกว่า 2,000 ล้าน
วันนี้ (22 มิ.ย. 60) บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ในฐานะบริษัทผู้ค้าทอง ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่มีกลุ่มผู้เสียหายร้อง DSI ถูกโกงในรูปแบบแชร์ทองคำ เสียหายกว่า 2,000 ล้าน โดยมีการพาดพิงถึงบริษัทวายแอลจีด้วยนั้น ว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง
เพราะในความเป็นจริงแล้วลูกค้ากลุ่มนี้มีประมาณ 10 กว่าราย เป็นลูกค้าที่ได้ซื้อขายทองคำแท่งกับบริษัท ฯ ประมาณปี 2554 และได้ทำการเปิดบัญชีและทำสัญญาซื้อขายทองคำแท่งกับบริษัท ฯ และรับทราบรายละเอียดของเงื่อนไขในการซื้อขาย การชำระราคา และส่งมอบทองคำแท่ง (อ่านข่าว : กลุ่มผู้เสียหาย ร้อง DSI ถูกโกงในรูปแบบแชร์ทองคำ เสียหายกว่า 2,000 ล้าน)
ซึ่งการกำหนดราคาการซื้อขายทองคำแท่ง ลูกค้ากลุ่มนี้จะเป็นผู้ตัดสินใจราคาเอง โดยอ้างอิงราคาทองคำตลาดโลกในขณะนั้น และราคาตลาดโลกมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา (Real time) ลูกค้ากลุ่มนี้มีกำไรจากการซื้อขายทองคำแท่งตลอดมา ต่อมาช่วงต้นเดือนเมษายน 2556 ปรากฏว่าเกิดวิกฤตราคาทองคำในตลาดโลกลดลงอย่างมาก ทำให้ลูกค้าที่ทำการซื้อทองคำแท่งกับบริษัทฯ ในราคาที่สูงได้รับผลกระทบและเกิดผลขาดทุนจากภาวะการณ์ดังกล่าว
ลูกค้าทุกรายรับทราบถึงวิกฤต และยอมรับผลขาดทุนและได้ชำระหนี้แก่บริษัทฯ ยกเว้นลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ยอมรับผลขาดทุนและผิดนัดชำระหนี้ บริษัทฯ จึงได้ดำเนินการฟ้องร้องลูกค้ากลุ่มนี้ เรียกค่าเสียหายจากการไม่ชำระราคา ซึ่งคดีส่วนใหญ่ศาลได้พิจารณาพิพากษาให้บริษัทฯชนะคดี และมีการบังคับคดีบางส่วนแล้ว ยกเว้นบางคดีศาลพิพากษายกฟ้องเนื่องจากขาดพยานหลักฐานบางส่วนและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา
โดยการวินิฉัยคดีทั้งหมดของศาล ศาลได้พิจารณาแล้วว่าธุรกรรมการซื้อขายของบริษัทฯ เป็นการซื้อขายแบบปกติและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่การซื้อขายทองคำแท่งล่วงหน้า ไม่ใช่เป็นเรื่องของแชร์ลูกโซ่ และไม่ใช่เป็นการหลอกลวงหรือฉ้อโกงลูกค้าแต่อย่างใด โดย บริษัทฯ ได้ดำเนินการชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมส่งมอบพยานหลักฐานต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพิ่มเติมป็นที่เรียบร้อย ซึ่งบริษัทฯมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม โดยในระหว่างการชี้แจงต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษนี้ ลูกค้าของบริษัทฯยังสามารถดำเนินธุรกรรมกับบริษัทฯ ได้ตามปกติ
สำหรับการดำเนินการซื้อขายทองคำแท่งระหว่างลูกค้ากับบริษัทฯทุกครั้ง มีขั้นตอนการปฏิบัติงานอย่างเป็นระบบ ชัดเจน เพื่อป้องกันข้อผิดพลาด ทั้งการยืนยันการซื้อขายทางโทรศัพท์ การบันทึกเทปการสนทนา การยืนยันคำสั่งซื้อขายระหว่างเจ้าหน้าที่และลูกค้า ตลอดจนจะต้องได้รับการยินยอมจากลูกค้า ในการตัดเงิน หรือการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร มีหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ทุกขั้นตอน ซึ่งเป็นไปตามเงื่อนไขธนาคารแห่งประเทศไทยและไม่ได้ดำเนินธุรกิจในลักษณะแชร์ลูกโซ่
บริษัทฯ ขอยืนยันว่า ได้ดำเนินธุรกิจด้วยความสุจริต โปร่งใส ตรงไปตรงมา ตรวจสอบได้ บริษัทฯ ตระหนักถึงความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้ามาเป็นระยะเวลากว่า 14 ปี ทั้งกลุ่มผู้ค้าทองคำ และลูกค้ารายย่อย จนบริษัทฯ สามารถก้าวสู่ความเป็นผู้นำด้านนำเข้าและส่งออก ทองคำแท่งของไทยมาอย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ จึงขอให้ความมั่นใจแก่กลุ่มลูกค้า ในเรื่องของความโปร่งใสและยังดำเนินงานไปด้วยความมั่นคงเจริญก้าวหน้า และขอได้ให้ความไว้วางใจในบริษัทฯดังเช่นตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา