วิกฤต! สับปะรด ลำปาง ราคาดิ่ง แห่ขายริมถนนโลละ 2 บาท

ชาวสวนสับปะรด จ.ลำปาง โอดราคาดิ่งเหว แห่วางขายริมถนนโลละ 2 – 5 บาท หลังโรงงงานกดราคาเหลือโลละบาท

บริเวณริมถนนพหลโยธินซุปเปอร์ไฮเวย์ สายลำปาง-งาว เขตบ้านเสด็จ หมู่ 5 ต.บ้านเสด็จ อ.เมือง จ.ลำปาง พบมีเกษตรกรชาวสวนสับปะรดในพื้นที่ ต.บ้านเสด็จ ต่างพากันขนสับปะรดมาวางกองขายริมถนนกันเป็นจำนวนมาก ไม่ต่ำกว่า 100 ราย หลังประสบปัญหาสับปะรดราคาตกต่ำ จึงทำให้ผลผลิตล้นตลาด ซึ่งนำมาขายกันในราคาถูก โดยเฉพาะราคาปลีกจะขายตั้งแต่ราคา ต่ำสุดหัวละ 2 บาท ไปจนถึง 20 บาท บางรายก็ขายเพียงหัวละ 5 บาท ตามขนาดและความสุกของผลสับปะรด

ส่วนราคาส่งก็ขายกันเพียงกิโลละ 2 บาทเท่านั้น ซึ่งพบว่า ต่างมีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าจากจังหวัดต่างๆ ที่ใกล้เคียงทั้ง จ.เชียงใหม่ และ จ.กำแพงเพชร ขับรถมารับซื้อสับปะรดขนไปเต็มคัน เพื่อนำขายต่อกันเป็นจำนวนมาก

ด้าน นางเลียม หล้าเครือ อายุ 46 ปี กล่าวว่า สับปะรด ปีนี้ถือว่าราคาตกต่ำมาก โดยโรงงานที่เคยรับซื้อก็กดราคาเหลือเพียงกิโลละ 1 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ต่ำและไม่คุ้มหากจะขายให้โรงงาน จึงจำเป็นต้องขนออกมากองวางขายริมถนนใกล้หมู่บ้าน แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เก็บไม่ทันทำให้สับปะรดเน่าเสียไปจำนวนมากอีกด้วย

ขณะที่ นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ขณะนี้ทางจังหวัดก็ได้เร่งแก้ปัญหาดังกล่าวโดยอาศัยชาวลำปางในพื้นที่ได้ช่วยกันนำเสนอแนวทางมาประชุมปรึกษาหารือร่วมกัน แต่ก็ติดด้วยระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ และให้คนลำปางออกมาช่วยกันซื้อ

อย่างไรก็ตาม นายเกรียงเดช สุทธภักติ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ทาง อบจ.ลำปาง ได้เตรียมงบประมาณจำนวนหนึ่ง เพื่อเข้าไปแทรกแซงราคาสับปะรด เพื่อแก้ไขปัญหาราคาตกต่ำในเบื้องต้นจะรับซื้อจากเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดไม่มาก ซึ่งจะรับซื้อเป็นช่วงๆ จนกว่าจะเข้าสู่สภาพปกติดังกล่าว

สามีสาวท้อง 6 เดือน พลัดตกรางรถไฟฟ้า เข้ารับศพภรรยา ร้องขอเป็นเคสสุดท้าย

สามี สาวท้อง 6 เดือน พลัดตกรางรถไฟฟ้า นำเอกสารเข้ารับศพภรรยาแล้ว ร้อง ร.ฟ.ท. ขอให้เป็นเคสสุดท้าย

วันนี้ (20 มิ.ย. 60) เวลา 10:30 น. ที่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ ครอบครัวและเพื่อนเดินทางมารับศพ น.ส.รสรินทร์ เปลี่ยนหล้า หรือ คุณเอ  อายุ 31 ปี สาวท้อง 6 เดือน พลัดตกลงไปในรางรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ สถานีบ้านทับช้าง จนถูกรถไฟทับเสียชีวิต โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้าจากเหตุการณ์สูญเสียในครั้งนี้ ซึ่งทางครอบครัวเดินทางมาจาก จ.น่าน พร้อมนำเอกสารมารอรับศพ เพื่อกลับไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ทั้งนี้ นายปิยะพงศ์ รอบคอบ สามีของผู้ตาย เผยว่า ปกติภรรยาไม่มีโรคประจำตัวแต่จะแพ้ท้องเฉพาะช่วง 3 เดือนแรกเท่านั้น ส่วนทุกๆ เช้าตนจะนำรถจักรยานยนต์มาส่งภรรยาทุกวัน ที่ สถานีทับช้าง เพื่อไปทำงาน โดยก่อนเกิดเหตุ ก็ได้มีการพูดคุยกับภรรยาตามปกติเหมือนทุกครั้ง จนได้ทราบข่าวของภรรยาทำให้การวางแผนสร้างครอบครัวก็ต้องมาพังลง ครั้งนี้ตนเสียใจมาก และอยากฝากถึง ร.ฟ.ท. ว่า “อยากให้เจ้าหน้าที่และหน่วยงานทุกหน่วยที่ที่เกี่ยวข้องให้ดูแลในเรื่องของความปลอดภัย ให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้าย และไม่อยากให้เหตุการแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก อยากให้รักษาความปลอดภัยให้มากกว่านี้

นอกจากนี้ นายปิยะพงศ์ สามีของผู้ตาย ระบุ ต้องรอให้งานศพของภรรยาเรียบร้อยเสียก่อน จึงจะติดต่อตัวเอกสารไปยัง ร.ฟ.ท. อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ประชาชนสถานีบ้านทับช้าง ได้จับตามองและให้ความสำคัญไปยังคำพูดที่ รฟท. กล่าวว่า จะเร่งติดตั้งประตูอัตโนมัติกั้นชานชาลา เริ่มสถานีแรก เดือน มี.ค. 61