หนุ่มต่างด้าวเครียดตกงาน ปาหินใส่รถยนต์เสียหายหลายคัน

หนุ่มต่างด้าวทำงานร้านหมูกระทะเครียดตกงาน ยืนริมถนนปาหินใส่รถยนต์เสียหายหลายคัน อ้างอยากหาที่ระบาย

นี่เป็นคลิปภาพของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่นำมาโพสต์พร้อมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “พวกนี้เข้ามาก็จะสร้างแต่ปัญหา มันไล่เอาหินขว้างใส่รถที่ผ่านไปมา มีผู้เสียหายหลายคนแต่ไม่กล้าทำอะไร… ซึ่งรถผมก็โดนด้วย ผมได้ยืนรอ แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ได้นำชายคนนี้ไปโรงพักแล้วครับ ได้ความว่า ทำงานร้านหมูกะทะ ที่ดอยสะเก็ด ตกงานท่าจะเครียด เหตุเกิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 16 มิถุนายน ช่วงเช้าบริเวณสะพานป่าแดด จ.เชียงใหม่ ผู้ใช้รถด้านบนสะพานคงจะโดนหลายคัน แต่คงไม่รู้ว่าคนนี่มันปาหินอยู่”

ผู้โพสต์คลิป เล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าของวันที่ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา ขณะกำลังขับรถไปทำงาน โดยในช่วงที่ขับรถขึ้นทางยกระดับป่าแดด จู่ๆก็เกิดเสียงดังขึ้นที่กระจกหน้ารถ และมีก้อนหินกระเด็นมาหลายก้อน ครั้งแรกคิดว่าอาจเป็นหินกระเด็นใส่ แต่ตนเองก็ไม่ได้ขับตามรถบรรทุก หรือรถคันอีกแต่อย่างใด และสังเกตเห็นรถยนต์ประมาณ 4 –5 คันจอดอยู่ข้างทาง ซึ่งคาดว่าน่าจะโดนก้อนหินปาใส่รถเช่นกัน ซึ่งตนสังเกตเห็นชายคนหนึ่งที่อยู่บริเวณข้างทางกำลังทำท่าปาสิ่งของอยู่

จากนั้นเมื่อขับรถลงทางยกระดับและเลี้ยวยูเทิร์นเข้าทางคู่ขนานข้างสะพาน ก็เห็นชายหนุ่มคนเดิม กำลังปาหินขึ้นไปบนสะพานที่มีรถวิ่งอยู่ จึงจอดรถและเดินตรงไปตั้งใจจะสอบถาม แต่ชายคนดังกล่าวก็เดินตรงมาท่าทางเหมือนจะเอาเรื่อง ตนจึงตัดสินใจเดินกลับขึ้นรถและ
โทรแจ้ง 191 ก่อนจะใช้มือถือถ่ายคลิปไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งชายหนุ่มรายนี้ก็ยังกลับไปปาหินโดยไม่สนใจใคร โดยระหว่างนั้นก็มีชายขับรถนิสสันสีขาว โดนหินที่ปาใส่กระจกรถเสียหายขับมาจอด ตนจึงเข้าไปสอบถามก็พบว่ากระจกรถแตกเสียหาย โดยชายเจ้าของรถนิสสันสีขาว บอกว่าโชคดีที่ไปส่งลูกที่โรงเรียนแล้ว มิฉะนั้นอาจเกิดอันตรายขึ้นได้

ทั้งนี้ตนและเจ้าของรถนิสสันสีขาว ได้ยืนรออยู่ในจุดเกิดเหตุกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาตรวจสอบ พร้อมนำตัวชายคนดังกล่าวไปสอบปากคำ ทางด้าน ร.ต.ท.บวร สมบูรณ์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ กล่าวว่าเบื้องต้นมีรถยนต์ที่เสียหาย 3 –4 คัน ส่วนใหญ่เสียหายเล็กน้อย เจ้าของรถจึงไม่ประสงค์แจ้งความ ส่วนชายที่ก่อเหตุพบเป็นต่างด้าวชาวเมียนมาหลบหนีเข้าเมืองมาทำงานใน จ.เชียงใหม่ แต่ตกงานจนเกิดความเครียด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวดำเนินคดีข้อหาหลบหนีเข้าเมือง และเตรียมผลักดันออกนอกประเทศต่อไป

‘ตอลิบาน’ โจมตีสถานีตำรวจในอัฟกานิสถาน มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

อัฟกานิสถานเผยว่าเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสถานีตำรวจที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอัฟกานิสถาน โดยเป็นฝีมือของกลุ่มตอลิบาน

โฆษกกระทรวงกิจการภายในของอัฟกานิสถานเผยว่าเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีสถานีตำรวจที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกของอัฟกานิสถานถึง 5 ครั้งในวันนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายสิบคน หลังเกิดเหตุกลุ่มนักรบตอลิบานได้อ้างความรับผิดชอบในการก่อเหตุรุนแรง พร้อมระบุด้วยว่าสามารถโจมตีตำรวจจนเสียชีวิตและบาดเจ็บมากกว่า 100 นาย แต่โฆษกกระทรวงกิจการภายในระบุว่า เหตุที่เกิดขึ้นทำให้ตำรวจเสียชีวิต 2 นายและบาดเจ็บ 5 นาย ส่วนแพทย์ประจำโรงพยาบาลยืนยันว่าได้รับศพตำรวจ 5 นาย และผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 30 คนในจำนวนนี้เป็นพลเมือง 20 คน

เหตุระเบิดเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อเวลา 6.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือ 9.00 น. ของวันนี้ตามเวลาประเทศไทย เมื่อมือระเบิดฆ่าตัวตายคนหนึ่งได้กดชนวนระเบิดที่ติดไว้ในรถยนต์ขณะแล่นเข้าไปจอดบริเวณประตูทางเข้าสถานีตำรวจเมืองการ์เดซ จังหวัดปักเตีย ก่อนที่มือระเบิดอีก 4 คนจะบุกเข้าไปด้านในสถานีตำรวจ แต่ 2 ใน 4 ถูกตำรวจยิงจนเสียชีวิต ส่วนอีก 2 คนยิงต่อสู้กับตำรวจ จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ

ขอบคุณ จส.100

ทีมนักวิจัยลุ้นหนัก! ‘หลินฮุ่ย’ ไม่ยอมกลับคอกกัก

สื่อมวลชนเฝ้าติดตามการตั้งท้องของ ‘หลินฮุ่ย’ อย่างใกล้ชิด หลังไม่ยอมกลับเข้าไปในคอกกัก 

ความคืบหน้าการติดตามการตั้งท้องของหลินฮุ่ยในวันที่ 18 มิถุนายน 60 ซึ่งเข้าสู่วันที่ 134 ของการผสมเทียม ล่าสุดบรรดาสื่อมวลชนยังคงเฝ้าติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดอยู่ที่สโมสรแพนด้า ภายในสวนสัตว์เชียงใหม่ ซึ่งมีการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเพื่อให้สื่อมวลชนได้ติดตามดูพฤติกรรมของหลินฮุ่ยอย่างใกล้ชิด

ขณะที่หลินฮุ่ยยังคงใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการนอนพักผ่อนอยู่ที่ซอกหินซึ่งเป็นมุมโปรด ภายในส่วนจัดแสดงแพนด้า สลับกับการเดินวนไปมาเพื่อหามุมพักผ่อน และบางช่วงก็จะนั่งเลียอวัยวะเพศ โดยตลอดทั้งวันนี้หลินฮุ่ยยังไม่ยอมกลับเข้าไปในคอกกัก ทีมพี่เลี้ยงจึงไม่สามารถเก็บปัสสวะของหลินฮุ่ยไปตรวจหาระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนได้

ส่วนพฤติกรรมอื่นที่แสดงถึงความเป็นแม่แพนด้าใกล้ตกลูก ช่วงคืนวานนี้พบว่า หลินฮุ่ยมีการเลียอวัยวะเพศถี่ขึ้น หลังมีการขับน้ำเมือกออกมาถึง 2 ครั้ง โดยน้ำเมือกที่ขับออกมานั้นเป็นน้ำเมือกที่ป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายตามธรรมชาติ หากขับน้ำเมือกออกจนหมด ก็จะขับน้ำคร่ำตามมา ก่อนสิ้นสุดกระบวนการตั้งท้อง