‘ทรัมป์’ เซ็นเลิกข้อตกลงร่วมคิวบาทิ้งมรดกจากรัฐบาลเก่า

ผู้นำสหรัฐฯ โละทิ้งมรดกความสัมพันธ์คิวบาจากรัฐบาลเก่า ลั่นเปิดโปงอาชญากรรมในระบอบปกครองของคิวบา

โดยลงนามแสดงท่าทีของตนเองที่มีต่อคิวบา เป็นความพยายามของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่พยายามคัดมรดกของ รัฐบาลเก่าทิ้ง ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา บารัค โอบามา พยายามฟื้นความสัมพันธ์กับคิวบาก่อนลงจากตำแหน่ง

ดอนัลด์ ทรัมป์ กล่าวในการลงนามครั้งใหม่นี้ ว่า “ผมยกเลิกข้อตกลงข้อตกลงที่รัฐบาลเก่าทำไว้กับคิวบา เพียงฝ่ายเดียวเรียบร้อยแล้ว” ทั้งนี้ ทรัมป์กล่าวว่า ในฐานะประธานาธิบดี เขาจะเปิดโปงอาชญากรรมในระบบคาสโต ซึ่งประชาชนมองว่าแนวทางของคาสโต ผู้นำคิวบานั้นเป็นอันตรายต่อสิทธิมนุษยชน

รัฐบาลทรัมป์ จะเริ่มบังคับใช้ข้อยกเว้นการอนุญาตการเดินทางอย่างเสรี ระหว่างสหรัฐฯกับคิวบา และห้ามกองทัพและหน่วยสืบสวนทำการค้ากับนักธุรกิจคิวบา ทั้งยังได้มอบหมายให้ นายเร็ก ทริลเลอร์สัน รัฐมนตรีต่างประเทศ จัดประชุมการขยายเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่คิวบา และเน้นย้ำถึงความขัดแย้งของสหรัฐฯสำหรับความพยายาม ที่จะให้สหประชาชาติยกเลิกสินค้าจากคิวบา จนกว่าคิวบาจะจัดการด้านสิทธิมนุษยชนในประเทศแล้วเสร็จ

ที่มา… INN

แห่แชร์ชีวิต “น้องต๋อง” หนุ่มวัย 16 ปี ดิ้นรนทำงานเลี้ยงยาย-น้อง ส่งตัวเองเรียนหนังสือ

โลกออนไลน์แห่แชร์ชีวิต “น้องต๋อง” หนุ่มวัย 16 ปี อาศัยอยู่ที่ จ.สมุทรสาคร ต้องดิ้นรนทำงานเลี้ยงดูยาย-น้อง ส่งตัวเองเรียนหนังสือ

โลกออนไลน์แห่แชร์เรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งโดยมีใจความว่า “ต๋อง เด็กหนุ่มวัย16 ปี ที่เพิ่งเข้าเรียนชั้น ปวช.ปี 1 แผนก อิเล็คฯ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร (บ้านบ่อ) อาศัยอยู่กับยายแท้ๆ และน้อง อายุ 8 เดือน ในบ้านที่ ต.บ้านบ่อ อ.เมืองสมุทรสาคร ซึ่งพ่อและแม่ของต๋องแยกทางกันตั้งแต่ต๋องอายุ 1ขวบ ต๋องใช้ชีวิตอยู่กับยายตั้งแต่เล็กจนเข้าโรงเรียนชั้น ม.2 และเริ่มออกทำงานช่วยยายเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัว 2 คนกับยาย

จนเมื่อปีที่แล้ว แม่กลับมาพร้อมกับฝากลูกอีกหนึ่งคนไว้ให้ยายเลี้ยงดู (เป็นลูกของแฟนใหม่) แล้วแม่ก็ไปทำงานต่างจังหวัด ไม่ได้ติดต่อกลับมาเหมือนเช่นเคย ยายซึ่งมีอาชีพรับจ้างหาเลี้ยงชีพ ได้ค่าแรงวันละ 100 ถึง 200 บาท ต้องลาออกจากงาน มาเลี้ยงดูหลานคนเล็ก ส่วนตัวต๋องเองก็ต้องทำงานไปด้วยและไม่เคยทิ้งการเรียน เมื่อจบชั้นมัธยมที่ 3 ก็สมัครเข้าศึกษาต่อที่วิทยาลัยแห่งนี้ ต๋องต้องทำงานหนักมากกว่าเดิม ด้วยภาระของยายและน้องที่ยังเล็กอยู่

รวมไปถึงค่าเล่าเรียนของตนเองสภาพความเป็นอยู่ที่บ้านค่อนข้างผุพังไปตามกาลเวลา ที่ดินส่วนนั้นได้จากชาวบ้าน พอให้อาศัยปลูก ให้พอหลบฝนหลบแดดได้ไปวันๆ ต๋องไม่รู้จักข้าวมื้อเช้า กับมื้อกลางวัน เขาจะเก็บเอาเงินไว้ซื้อข้าว กินพร้อมยายกับน้อง หลังกลับถึงบ้าน ตอนค่ำ ท่านใดมีความประสงค์ จะบริจาคสิ่งของขออนุญาตรบกวนมาบริจาคด้วยตนเองที่ ศาลเจ้ามูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร”

ด้าน นายโชติพัฒน์ สิชฌรังษี นายอำเภอเมืองสมุทรสาคร เปิดเผยว่า หลังเรื่องดังกล่าวถูกแชร์ออกไป ล่าสุด เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรสาคร ได้ลงพื้นที่เข้าไปช่วยเหลือเป็นการเบื้องต้นแล้ว พร้อมกันนี้ ทางกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ก็กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมเงินสำหรับนำมาใช้ซ่อมแซมที่พักของน้องต๋อง ซึ่งขณะนี้ชำรุดผุพังไปให้มั่นคงแข็งแรงขึ้นอีกด้วย

ภาพจาก เฟซบุ๊ก ผมชื่อ คุณผักบุ้ง

เจ้าอาวาสวัดดังแฉ! เจ้าหน้าที่ พศ. อ้างสร้างโบสถ์หวังรวบเงิน 2 ล้าน แถมขู่ฆ่า

เจ้าอาวาสวัดดังเมืองชุมพร เผยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานพระพุทธศาสนา ติดต่ออ้างจะสร้างโบสถ์ให้ราคา 2 ล้าน แต่บังคับให้โอนเงินออกจากวัดไปบัญชีปริศนา แถมถูกขู่ฆ่าอีก

วันนี้ 17 มิ.ย. 60 ที่วัดเล็บกระรอก หมู่ที่ 9 ต.ด่านสวี อ.สวี จ.ชุมพร พระอธิการ ทวี ธัมมะทินโน เจ้าอาวาส ได้โทรศัพท์เชิญผู้สื่อข่าวไปที่วัดพร้อมทั้งนำเอกสาร ของสำนักงานพระพุทธศาสนา เลขที่ ชพ.0034/0518 ลงวันที่ 11 ธันวาคม 2558 เรื่องจัดสรรเงินอุดหนุนการบูรณปฏิสังขรณ์วัด ในวงเงิน 6 ล้าน 6 แสนบาท ให้กับวัด 5 วัด ใน อ.สวี และ สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาสวี ในนามวัดเล็บกระรอก ที่มีเงินโอนเข้ามา 2 ล้านบาทในวันที่ 17 ธ.ค.58 และ โอนออกไปในวันที่ 5 ม.ค.59 ห่างกัน20วัน

พระอธิการทวี เปิดเผยว่า ในเดือน ธ.ค. ปี 58 ได้มี จนท.ของสำนักพุทธฯ มาหาโดยขับรถมีตราของสำนักพระพุทธศาสนา บอกว่าจะจัดงบประมาณให้ 2 ล้านเพื่อปรับปรุงโบสถ์ พร้อมทั้งถือหนังสือฉบับดังกล่าว และบังคับให้เซ็นเอกสาร แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมเซ็น ต่อมาในเดือนเดียวกันได้มีพระชั้นปกครองใน อ.สวี มาบอกให้ไปเปิดบัญชีธนาคารในนามของวัด และมีเงินโอนเข้ามา 2 ล้าน เพียง 20 วัน ก็มี จนท.สำนักพุทธฯ พร้อมพระชั้นปกครองรูปเดิม ให้ไปโอนเงินจำนวนดังกล่าวออกจากบัญชีวัด

ตนเองก็ยอมไปโอน เพราะคิดว่าไม่น่าใช่เงินที่ถูกต้อง และในขณะที่โอนเงินก็ถูกกันไม่ให้ทราบว่าเป็นการโอนไปให้ใคร พร้อมทั้งพยายามให้ เซ็นเอกสาร และมอบเงินให้ 4 แสนบาท แต่ไม่ยอมเซ็นและไม่ยอมรับเงิน เนื่องจากการสร้างโบสถ์ของวัดได้จากเงินบริจาคทั้งสิ้น แต่ จนท.สำนักพุทธฯ มาถ่ายภาพโบสถ์ ซึ่งดูไม่ชอบมาพากล จึงไม่ร่วมมือด้วย

นอกจากนั้นยังพบอีกว่าบางวัดก็โดนกระทำเช่นเดียวกับวัดของตนเอง แต่เจ้าอาวาสไม่กล้าออกมาเปิดเผย ตนเองเห็นว่า ในเมื่อเป็นถึงเจ้าอาวาส และเป็นพระ ถ้าไม่กล้าทำในสิ่งที่ถูกต้องก็ ไม่สมควรเป็น ในตอนแรกคิดจะลาสิกขา แต่เมื่อเห็นเจ้าคณะจังหวัดชุมพรออกมาเปิดเผยเรื่องเงินทอน และแฉขบวนการโกงเงิน งบประมาณ จึงตัดสินใจ เปิดเผยเรื่องนี้แก่สาธารณชนให้ทราบ และเจ้าคณะจังหวัดชุมพรขอร้องให้อย่าลาสิกขา ขอให้อยู่สู้ด้วยกันเพื่อพระพุทธศาสนา จึงตัดสินว่าจะต่อสู้เพื่อความถูกต้องต่อไป

ถึงแม้ในช่วงตลอดเวลาที่ผ่านมา มีการบอกจาก จนท.สำนักพุทธฯ ที่เป็นคนดีว่าให้ไปแจ้งตำรวจมาคุ้มครอง หรือติดกล้องวงจรปิดเพราะจะมีคนมาฆ่าที่ไม่ร่วมมือด้วยแต่ไม่กลัว อีกทั้งไม่มีเงินไปจ่ายเบี้ยเลี้ยงตำรวจหรือ เงินซื้อกล้องวงจรปิดด้วย ต่อเมื่อมีรายชื่อปรากฏว่าเป็นวัดที่ได้รับเงินทอนจึงต้องเปิดเผยผ่านผู้สื่อข่าว