‘บิ๊กป้อม’ ยิ้ม หลังรวบผู้ต้องหาบึ้ม รพ.พระมงกุฎ ลั่นไม่เกี่ยวทหารนอกแถว

“พล.อ.ประวิตร” ยิ้ม รอสอบผู้ต้องสงสัยระเบิด รพ.พระมงกุฎเกล้า ไม่ชัดโยง “โกตี๋” ชี้ ต้องรอการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ ยันไม่เกี่ยวทหารนอกแถว 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดเผยภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยอายุ 62 ปี ที่ก่อเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ว่า ขอให้รอการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่อีกครั้ง แต่ผู้ที่ถูกควบคุมตัวเป็นผู้ลงมือทำอย่างแน่นอน

ส่วนมูลเหตุยังไม่แน่ชัด ซึ่งผู้ต้องสงสัยระบุว่าไม่ชอบทหาร และเคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมา 3-4 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2550 โดยขณะนี้ได้ควบคุมตัวคนใกล้ชิดหรือภรรยาคนที่ 2 ของผู้ต้องสงสัยมาสอบสวนด้วย เนื่องจากเข้าข่ายเป็นผู้ให้การสนับสนุน

ขณะเดียวกันกล้องวงจรปิดภายในโรงพยาบาลสามารถใช้งานได้หลายตัว ทำให้สามารถรู้ตัวผู้ต้องสงสัย แต่ก็ใช้เวลานานพอสมควรในการติดตามตัว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับ นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือ โกตี๋ หรือไม่นั้น จะต้องรอการสอบสวนจากเจ้าหน้าที่ก่อน ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับทหารนอกแถว

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายความมั่นคงพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้เรื่องราวต่างๆ ออกมาอย่างชัดเจน แต่ยังไม่เบาใจเพราะยังไม่รู้ว่าจะมีใครก่อเหตุอีกหรือไม่

ทั้งนี้ ในช่วงเช้า พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางเข้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งคาดว่าจะรายงานความคืบหน้าการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยก่อเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าฯ ด้วย

‘ยิ่งลักษณ์’โอด พยาน ถูกปปช.ตั้งอนุฯสอบ -ศาลแจง ไม่มีอำนาจห้าม

“ยิ่งลักษณ์” โอด พยาน ถูก ปปช.ตั้งอนุฯสอบภายหลัง ไม่มีใครกล้ามาขึ้นศาล ขณะ ศาลแจง ไม่มีอำนาจห้ามองค์กรอื่น

นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อรับฟังการไต่สวนพยาน ในคดีที่ถูกอำนวยการสูงสุดฟ้องฐานะละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณีปล่อยปะละเลยให้มีการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก โดยในวันนี้เป็นการสืบพยานครั้งที่ 13 พยานจำนวน 1 ปากคือ นายยุคล ลิ้มแหลมทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยบรรยากาศบริเวณด้านหน้าศาลมีมวลชนมารับให้กำลังใจนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งมอบดอกไม้และของขวัญให้กับอดีตนายกรัฐมนตรีเหมือนเช่นทุกครั้ง โดยวันนี้มวลชนได้ร้องเพลงอวยพรวันเกิดเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของนางสาวยิ่งลักษณ์ ในวันที่ 21 มิถุนายนนี้

บรรยากาศการไต่สวนพยานคดีอัยการสูงสุดฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ โดยก่อนการสืบพยานนางสาวยิ่งลักษณ์ได้ขึ้นแถลงต่อศาลเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีพยานฝ่ายจำเลยที่มาสืบพยานในคดีนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการสืบพยานแล้วบุคคลดังกล่าว มักจะถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งอนุกรรมการไต่สวนคดีทุจริต

อาทิ นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์,นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง,และคณะกรรมการที่อยู่ในอนุกรรมการไต่สวนนี้ คือ นางสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นพยานโจทย์ฝ่ายอัยการ ดังนั้น จึงขอความเป็นธรรมกับศาล เพราะเมื่อเกิดกรณีนี้ไม่มีใครกล้ามาเป็นพยานให้กับตนเองและกังวลว่าจะถูกรื้อคดีต่างๆ เพื่อดำเนินการเอาผิด

ทั้งนี้ศาลพิจารณาข้อกฎหมายแล้วเห็นว่า ศาลไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้องค์กรอื่นได้ แม้จะเห็นใจแต่ไม่มีอำนาจ ดังนั้นหากสังคมและทุกฝ่ายเห็นว่าศาลควรมีอำนาจเพิ่มขึ้นต้องให้ฝ่ายการเมืองแก้ไขกฎหมาย

DSI แถลงจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 50 ล้านบาท

ดีเอสไอ แถลงจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้า และสินค้าหลบหนีศุลกากรรายใหญ่ มูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท

วันนี้ (16 มิ.ย. 60) เวลา 10.00 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พ.อ.พินิจ ตั้งสกุล ผู้บัญชาการสำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับคุณมาลา ตั้งประเสริฐ รองประธานคณะกรรมการ ปปท. ภาคเอกชน ในฐานะผู้แทนจากบริษัทซึ่งได้รับความเสียหาย ได้แถลงข่าวกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ตรวจค้นจับกุมขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าและสินค้าหลบหนีศุลกากร

สืบเนื่องมากจากการสืบสวนของ พ.ต.ท.นิรุติ พัฒนรัฐ ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 3 สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา ทราบว่ามีขบวนการทุจริตซึ่งมีนายทุนเป็นต่างชาติ ลักลอบนำสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา อาทิ โทรศัพท์มือถือ แบตเตอรี่โทรศัพท์ กระเป๋า เครื่องสำอาง และสินค้าอื่นๆ รวมทั้งมีสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรจากชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือโดยไม่ผ่านกระบวนการทางศุลกากรและนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศเป็นจำนวนมาก มีการขนส่งสินค้ามากถึงครั้งละ 2 – 3 ตู้คอนเทนเนอร์ ลำเลียงมาเก็บพักไว้ในโกดังย่านถนนกาญจนาภิเษก หลังจากนั้นจะทยอยนำไปส่งให้กับลูกค้าซึ่งเป็นผู้ค้ารายย่อยทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด

ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลธุรกรรมทางการเงินพบว่าในระหว่างปี 2559 – ปัจจุบัน นายทุนนี้มีรายได้จากการดำเนินกิจการมากกว่า 400 ล้านบาท ซึ่งไม่มีการเสียภาษีหรือเสียภาษีเงินได้ไม่ครบถ้วน จึงทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีตัวสินค้า และรวมถึงสูญเสียรายได้จากภาษีเงินได้ของเจ้าของธุรกิจ และถูกเพ่งเล็งว่าไม่ให้ความจริงจังต่อการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอีกด้วย ซึ่งอาจมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ จึงรับกรณีดังกล่าวไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษ

ต่อมา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2560 เจ้าหน้าที่สำนักคดีทรัพย์สินทางปัญญา จึงได้นำหมายค้นศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 3 จุด ดังนี้

1. โกดังเลขที่ 37/49 ถ.บางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตรวจพบมีการขนสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ในโกดัง รวมถึงตรวจยึดรถตู้คอนเทนเนอร์ที่บรรทุกสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาและสินค้าหลบหนีศุลกากรได้ 1 คัน

2. โกดังเลขที่ 37/25 ถ.บางระมาด แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ตรวจพบมีการขนสินค้าที่นำเข้ามาในราชอาณาจักรไว้ในโกดัง

3. ได้ร่วมกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 555/32 หมู่บ้าน บี ฮาโมนี ราชพฤกษ์ ต.มหาสวัสดิ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี เพื่อหาพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

ทั้งนี้ จากการตรวจค้นดังกล่าว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และสินค้าหลบหนีศุลกากรได้มากกว่า 100,000 ชิ้น ซึ่งมีมูลค่าตามราคาท้องตลาดมากกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะเร่งติดตามผู้กระทำความผิดรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อย่างไรก็ตาม ปีนี้ประเทศไทยได้ถูกจัดอันดับตามมาตรา 301 พิเศษ ของประเทศสหรัฐอเมริกา อยู่ในระดับ PWL (Prior watch list) ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 ซึ่งทางสหรัฐอเมริกาพร้อมที่จะทบทวนสถานะของประเทศให้ดีขึ้น ดังนั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงมีความตั้งใจในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยเน้นในกลุ่มผู้ผลิต ผู้นำเข้ามาในราชอาณาจักร ผู้ค้ารายใหญ่ และสินค้าที่กระทบต่อผู้บริโภค เพื่อหวังให้ประเทศไทยถูกปรับสถานะให้ดีขึ้น