ระทึก! คนร้ายบุกยิงนักการเมือง ‘รีพับลิกัน’ มีประธานวิปรัฐบาลเป็นเป้าโจมตี เจ็บ 5

เกิดเหตุคนร้ายบุกยิงนักการเมือง-คนสำคัญของพรรค ‘รีพับลิกัน’ โดยมีรายงานว่า คนร้ายพุ่งเป้าไปที่ประธานวิปรัฐบาลสหรัฐฯ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าวสุดระทึก เมื่อคนร้ายเป็นชายผิวขาว บุกยิงนักการเมืองอาวุโสของพรรครีพับลิกัน พรรคการเมืองใหญ่ในสหรัฐฯ ในสนามเบสบอลอเล็กซานเดรีย ในซานดิเอโก รัฐเวอร์จิเนีย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 5 คน รวมถึง นายสตีฟ สกาไลซ์ ประธานคณะกรรมาธิการประสานงานรัฐบาล หรือ วิปรัฐบาล ที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณสะโพก ซึ่งมีการระบุว่า สตีฟเป็นเป้าการโจมตีในครั้งนี้อีกด้วย

มีรายงานว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุอาจไม่มีความเกี่ยวข้องกับการเมือง และอาจเร็วเกินไปที่จะสรุปว่า แรงจูงใจในการก่อเหตุ มาจากความคิดต่อต้านนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ ขณะที่สื่อบางแขนง ระบุว่า มูลเหตุของการโจมตี มาจากนโยบายการกีกกันผู้อพยพชาติมุสลิม 6 ประเทศเข้าสหรัฐฯ มีการรายงานด้วยว่าคนร้ายใช้ปืนชนิดไรเฟิล ในการก่อเหตุ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกแถลงการณ์ว่า ได้มีการควบคุมตัวคนร้ายที่ก่อเหตุยิงบุคคลสำคัญจากพรรครีพับลิกันไว้ได้หลายคน ขณะที่ในตอนแรก มีรายงานว่าคนร้ายถูกวิสามัญ

ที่มา  www.latimes.com

ชาวบ้านแห่ดู ต้นสะเดาเผือก ในวัดป่าช้า กิ่งก้านใบเป็นสีขาวทั้งต้น

ฮือฮา ชาวบ้านอำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก พบต้นสะเดาสีเผือกทั้งต้น ในวัดป่าช้า แตกต่างจากต้นที่โตจากรากและเมล็ดทั่วไปจะเป็นสีเขียว

วันนี้ชาวบ้าน บ้านน้ำริน ตำบลบ้านกลาง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ให้ความสนใจ ต้นไม้แปลกและมีการบอกต่อกันภายในหมู่บ้านและสื่อสังคมออนไลน์ เช่นเฟซบุ๊ก กันแพร่หลายว่า มีชาวบ้านพบเจอ ต้นไม้แปลก งอกขึ้นมาเอง ไม่มีใครปลูกเป็นสีขาว และจากการสำรวจจึงพบว่าต้นไม้สีเผือกหรือสีขาวนี้ เป็นต้นสะเดาสีเผือก เจริญเติบโตขึ้นมาจำนวน 4 กอ ความสูงประมาณ 60 เซนติเมตร เรียงกันบนแนวราก ที่แผ่ขยายมาจากต้นสะเดาขนาดใหญ่ ภายใน วัดป่าช้า หรือวัดป่าอรัญวาส ป่าช้าของหมู่บ้าน และที่ผ่านมา ชาวบ้านได้ทำแนวรั้วไม้ไผ่เล็กล้อมรอบเอาไว้ เพื่อ ป้องกันไม่ให้คนที่เข้ามาเผาฝังหรือเผาศพเผลอเหยียบย่ำจนทำให้ต้นไม้แปลกเหล่านี้ตายไป

นางสาวรัชนีกร แสนพรหม อายุ 22 ปี ชาวบ้านที่นี่บอกว่า ตนเองมีบ้านอยู่ใกล้วัดป่าอรัญวาส แต่ไม่ค่อยได้เข้ามา แต่ได้ยินคำบอกเล่าของชาวบ้านจึงตัดสินใจเข้ามาดูก็พบว่า ต้นสะเดาเผือกเหล่านี้มีความแตกต่างจาก ต้นสะเดาที่แตกออกจารากหรืองอกออกมาจากเมล็ดทั่วไป ซึ่งตามปกติจะเป็นสีเขียวเหมือนกันหมด แต่ในคราวนี้กลับเป็นสีเผือกหรือสีขาว ซึ่งตนเองและเพื่อนๆไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นมาได้อย่างไร จึงถือว่าแปลกมาก เบื้องต้นได้ถ่ายภาพและเตรียมจะนำเอาเรื่องราวของต้นสะเดาเผือกนี้ไปบอกเล่าต่อเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันหลังจากที่ชาวบ้านได้นำอาเรื่องราวของ ต้นสะเดาสีเผือกนี้ไปโพส ในเฟซบุ๊ก มีผู้ที่สนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า เป็นต้นสะเดาที่มีความสวยงาม และไม่เคยมีโอกาสพบเห็นได้ และอาจนำพาโชคลาภให้แก่ผู้ที่พบเจอหรือได้เห็น แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือชาวบ้านในพื้นที่จะต้องช่วยกันดูแลรักษาต้นไม้แปลกเหล่านี้เอาไว้ ให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเก็บเอาไว้ให้ลูกหลานได้ดูและศึกษาว่าสาเหตุอะไร จึงทำให้ต้นสะเดาเหล่านี้มีสีที่แตกต่างจากธรรมชาติ

แท็กซี่รวมพลังไล่ล่าอูเบอร์เมืองพัทยาคสช.ขู่ฟันทั้งคู่

แท็กซี่รวมพลังไล่ล่าอูเบอร์กลางเมืองพัทยา ด้าน คสช. ลั่นเอาจริง หากพบทั้งสองฝ่ายยังประชันหน้ากัน

กลุ่มผู้ประกอบการรถแท็กซี่เมืองพัทยา ได้ช่วยกันตามจับรถอูเบอร์รับส่งนักท่องเที่ยวที่พัทยา จ.ชลบุรี เพราะมองว่าเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการและเป็นการกระทำที่ผิด

พ.ร.บ.รถยนต์ ก่อนจะมีการแชร์คลิปเหตุการณ์และภาพนิ่งแสดงเหตุการณ์ผ่านเพจดังอย่าง “ประเทศพัทยา” และ “เรารักพัทยา” ทางเฟซบุ๊ก โดยในคลิปปรากฏภาพรถยนต์เก๋งฮอนด้า แอ็คคอร์ด สีขาว ที่จอดรับนักท่องเที่ยว บริเวณถนนพัทยาสายสอง ก่อนจะมุ่งหน้าไปออกจากเมืองพัทยา ไปตามเส้นทางวงเวียนปลาโลมาและถนนพัทยาเหนือ โดยมีผู้ประ กอบการรถสหกรณ์แท็กซี่จำนวนหลายขับตามประกบ สุดท้ายก็มีการตัดสินใจจอดรถขวางด้านหน้าและปิดท้าย เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ตรวจจับ

เบื้องต้นพบว่ามี นางกรธิรา อายุ 39 ปี โดยมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินั่งอยู่ด้านหลัง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวกับข้อกฎหมาย และการใช้รถผิดประเภท ทั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการเปรียบเทียบปรับ จำนวน 2,000 บาท ส่วนนักท่องเที่ยวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานให้รถที่ถูกต้องตามกฎหมายมารับไปส่งยังจุดหมายต่อไป มีรายงานว่าภาพเหตุการณ์กลุ่มแท็กซี่จำนวนหลายคันรุมล้อมรถเก๋งอูเบอร์คันดังกล่าวนั้น ได้ส่ง ผลให้การจราจรบริเวณดังกล่าวติดขัดเป็นอย่างมาก เพราะมีการล้อมรถอูเบอร์บริเวณช่องจราจรในฝั่งขวาจนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล

กระทั่งล่าสุด คสช. โดยการนำของ พลตรี ภพอนันฒ์ เหลืองภานุวัฒน์ ซึ่งรับผิดชอบดูแลความสงบในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ได้ประกาศว่าจะเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง หากพบว่าทั้งสองฝ่ายมีพฤติกรรมที่ส่อเค้าความรุนแรงและสร้างภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยวขึ้นอีก

ที่มา INN