ลูกใช้ไม้ตีแม่วัย80ดับลากศพทิ้งคลองโคราช

ลูกป่วยจิตใช้ไม้หน้าสามตีแม่วัย 80 เสียชีวิต ก่อนลากศพทิ้งลงคลองที่ จ.นครราชสีมา

พ.ต.อ.พฤทธิ์ บุญปก ผกก.สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งมีผู้พบศพผู้หญิงลอยอืดในคลองท่าแค บริเวณจุดสร้างสะพาน ริม ถ.สุรนารายณ์ เขตเทศบาลตำบลโนนไทย อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย พบศพหญิงไทยทราบชื่อคือนางสัมฤทธิ์ อายุ 80 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11/1 หมู่ 1 ต.โนนไทย อ.โนนไทย ตั้งอยู่ห่างคลองน้ำสาธารณะที่พบศพประมาณ 7 เมตร สภาพศพผู้ตายมีแผลถูกตีด้วยของแข็งบริเวณกลางหน้าผากเป็นรอยยุบ มีคราบเลือดติดอยู่ ลอยอืดอยู่ริมตลิ่ง แพทย์ รพ.โนนไทยชันสูตรพบว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรที่ รพ.โนนไทย

เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ได้ตรวจที่เกิดเหตุและพยายามสอบถาม นายบุญชัย อายุ 44 ปี บุตรชายนางสัมฤทธิ์ที่ป่วยโรคจิตและปิดล็อกประตูไม่ยอมออกมาจากบ้านและสงสัยว่า ผู้ก่อเหตุทำร้ายนางสัมฤทธิ์จนเสียชีวิตน่าจะเป็นลูกชายของผู้ตาย เจ้าหน้าที่ช่วยกันงัดบ้านเข้าไปพบ นายบุญชัย นอนหมดสติพบหลักฐานไม้หน้าสาม ยาว 1.2 เมตร ติดตะปู มีคราบเลือดเปื้อนอยู่ พร้อมยาระงับประสาทอีกหลายเม็ดวางอยู่ใกล้ตัวภายในบ้าน จึงได้ควบคุมตัวมาไปสอบสวนที่โรงพัก

พ.ต.อ.พฤทธิ์ เปิดเผยหลังสอบสวนว่า จากหลักฐานที่เกิดเหตุเชื่อได้ว่า นายบุญชัย มีอาการทางประสาท เป็นผู้ก่อเหตุใช้ไม้หน้าสามตีศีรษะผู้เป็นแม่จนเสียชีวิต ก่อนลากศพไปโยนทิ้งคลองน้ำเพื่ออำพราง ทั้งนี้ เพื่อนบ้านให้ข้อมูลว่า นายบุญชัย มีอาการทางประสาทมานานหลายปี พักอาศัยอยู่กับแม่ลำพัง 2 คน มักทะเลาะตบตีทำร้ายร่างกายแม่เป็นประจำ กระทั่งวันเกิดเหตุน่าจะมีอาการทางประสาทกำเริบ

ค้านประกันตัว ‘บอย ยูนิตี้’ เตรียมฝากขัง

พนักงานสอบสวนค้านประกันตัวเตรียมฝากขัง “บอย ยูนิตี้” พรุ่งนี้ ด้านทนายความเตรียมหลักทรัพย์ขอประกันตัว ยืนยันเป็นผู้บริสุทธิ์

นายธีรสิทธิ์ สุริยันชัยเจริญ ทนายความของนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” กรรมบริษัทเอสทีที ออโต้ เซอร์วิส จำกัด กล่าวภายหลังพนักงานสอบสวนกองปราบปราม สอบปากคำนายอินทระศักดิ์นานกว่า 3 ชั่วโมงว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการให้ประกันตัวแต่ด้วยเหตุผลใดไม่ทราบได้

ทั้งนี้ ทางพนักงานสอบสวนกองปราบปราม จะนำตัวลูกความตนไปทำการฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น ซึ่งในขั้นตอนต่อไปนั้น ทางตนก็จะเตรียมหลักทรัพย์เพื่อไปขอยื่นประกันปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นศาล

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของรายละเอียดการสอบปากคำ หรือพฤติกรรมในทางคดีจะยังขอไม่เปิดเผย แต่ยืนยันว่าทางลูกความตนเองนั้นบริสุทธิ์ และมีเอกสารหลักฐานในการยืนยัน ทั้งนี้ จากการที่ได้พูดคุยกับนายอินทระศักดิ์ เตชธีรสิริ หรือ “บอย ยูนิตี้” มีสภาพจิตใจดีไม่กังวัล 

มีรายงานว่า

สำหรับคดีของบอย ยูนิตี้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้รับเรื่องดำเนินคดีมีด้วยกันอยู่ 6 คดี ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานทำสำนวนเสร็จสิ้นไปแล้วสองคดี เหลืออีก 4 สำนวน ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานซึ่งเป็นความผิดในลักษณะเดียวกัน

‘วสุ’ อบต.บ้านใหม่ รายงานตัวครั้งที่ 3 ศาลคดีทุจริต ขู่ฟ้อง PPTV รุกบ้าน


“วสุ” รายงานตัวครั้งที่ 3 ศาลคดีทุจริตฯ ศาลนัดอีกครั้งเช้า 27 มิ.ย. เจ้าตัวเผย ตร.แจ้งข้อหาเพิ่มอีกปลอมเอกสาร จากเดิม 2 ข้อหา พร้อมเตรียมเงินประกันเพิ่มหากโดนฟ้อง ขู่ฟ้องแน่พีพีทีวีบุกรุกบ้านหาตัว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 14 มิ.ย. ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ถ.นครไชยศรี นายวสุ ผันเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านใหม่ ผู้ต้องหาคดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบและรับรองเอกสารเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 ได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลครั้งที่ 3 ตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวชั่นฝากขังซึ่งศาลให้ประกันไปเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมาในการฝากขังครั้งแรก โดยตีราคา 400,000 บาท และกำหนดเงื่อนไข สั่งห้ามยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน

โดยนายวสุ กล่าวภายหลังการเข้ารายงานตัวกับศาแล้วว่า ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้เเจ้งข้อกล่าวหาตนเพิ่มฐานปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม ขณะนี้ตนจึงถูกดำเนินคดีรวม 3 ข้อหา โดยศาลนัดให้รายงานตัวอีกครั้งในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ เวลา 08.30 น. ซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีการยื่นฟ้องตนในวันดังกล่าวเลยหรือไม่

ทั้งนี้ตนได้เตรียมพร้อมไว้โดยการเตรียมหลักทรัพย์ไว้จะยื่นเพิ่มประมาณ 150,000 – 200,000 บาท จากของเดิมที่เคยยื่นในชั้นฝากขังครั้งแรกไปแล้ว 400,000 บาท

นายวสุ กล่าวอีกว่า คดีที่ตนถูกกล่าวหาขณะนี้มีเพียงเรื่องปฏิบัติหน้าที่มิชอบเกี่ยวกับเอกสารที่มีตนและปลัด อบต.บ้านใหม่ ตกเป็นผู้ต้องหา ซึ่งการต่อสู้คดีเกี่ยวกับเอกสาร ตนก็ได้ชี้แจงไว้แล้วเกี่ยวกับเรื่องขั้นตอนการเบิกจ่าย ส่วนจะผิดจะถูกอย่างไรก็มให้เป็นไปตามกระบวนการ ตนก็ไม่ได้ไปเอาคนภายนอกมาเบิกงบใช้จ่าย มีแต่พนักงานภายในและข้าราชการ ซึ่งเราก็จะต้องชี้แจงกันต่อไปอย่างไรก็ดีส่วนข้อหาที่เกี่ยวกับการค้าประเวณีก็เป็นที่พิสูจน์แล้วว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางแม่ฮ่องสอน ซึ่งสื่อควรจะให้ความเป็นธรรมกับตน

นายวสุ ยังกล่าวถึงประเด็นการฟ้องกลับ สื่อด้วยว่า ตอนนี้ตนเตรียมที่จะฟ้องสถานีโทรทัศน์พีพีทีวี ที่มีนักข่าวของสถานีดังกล่าวมาบุกที่บ้านตน ซึ่งนักข่าวดังกล่าวบุกเข้ามาในบ้านตน จึงอยากให้เรื่องนี้ไปคุยกันในศาล การที่คุณเข้าไปในบ้านและนำภาพแม่ตนมาออกอากาศก็มีคนเห็นกันทั้งประเทศ การที่จะนัดให้ตนไปคุยที่สถานีหรือที่ อบต. ตนคิดว่าไม่ยุติธรรมกับตน เบื้องต้นยังไม่มีการคุยกับสถานีดังกล่าว โดยคาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้าตนจะยื่นฟ้องพีพีทีวีในข้อหาบุกรุก และมีการพาแม่ของตนซึ่งมีอายุกว่า 70 ปี เดินไปสัมภาษณ์

“ซึ่งข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ บ้านผมอยู่ห่างจากรั้วขอบถนนกว่า 200 เมตร แม่ของผมจะเดินเรียกเข้าบ้านได้อย่างไร ท่านก็เข้าไปเอง ยังไงคุณก็ต้องเข้ากระบวนการ จะไม่พูดคุยกันข้างนอก แต่ถ้าศาลอยากให้คุยกัน ผมก็พร้อมจะพูดคุย ส่วนจะเรียกค่าเสียหายหรือไม่ ผมเป็นคนสบายๆ ไม่มีอะไร ” นายก อบต.ใหม่ กล่าวย้ำ

เมื่อถามว่าจะฟ้องระดับผู้บริหารพีพีทีวีด้วยหรือไม่ นายวสุ กล่าวว่า คงจะฟ้องแค่ตัวนักข่าว แต่เชื่อว่าผู้บริหารของพีพีทีวีคงพร้อมที่จะเข้าพูดคุยและปกป้องลูกน้อง

นายวสุ ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า จริงๆ แล้วมีเรื่องที่จะฟ้องคนอื่นอีก เมื่อถามว่าจะฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐหรือไม่ นายวสุกล่าวพร้อมถลึงตาใส่และพูดอย่างมีอารมณ์ว่า “ไม่หรอกมั้ง กลัวจะแย่อยู่แล้ว”