เค้นสอบ! พ่อเลี้ยง โยงคดีฆ่าถ่วงน้ำเด็กหญิง

เค้นสอบ! พ่อเลี้ยง โยงคดีฆ่าถ่วงน้ำเด็กหญิง ด้าน เจ้าของห้องเช่า เผยให้ย้ายออก เพราะมักเฆี่ยนตีทำโทษลูกสาวเกินสมควร

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำภาพถ่ายศพเด็กหญิง ที่ถูกฆ่าถ่วงน้ำคลองสำโรง ช่วงตัดกับคลองผู้เฒ่า ถนนเทพารักษ์ ซอยซับแดง ต.ศีรษะจระเข้ใหญ่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ เข้าสอบถามเจ้าของห้องเช่า ที่อยู่ห่างจากจุดพบศพประมาณ 1 กิโลเมตร จนได้รับคำยืนยันว่า เป็นคนเดียวกับเด็กหญิงอายุ 12 ปี ที่อาศัยอยู่ในห้องเช่ากับ แม่กับพ่อเลี้ยง และน้องสาวต่างบิดา

โดยทางเจ้าของห้องเช่า สามารถจดจำร่องรอยการถูกทำโทษบริเวณใบหน้าของเด็กหญิง อีกทั้งเพื่อนบ้านก็ยืนยันว่า ผ้าห่อศพที่พบ เป็นผืนเดียวกับที่เด็กหญิงเคยใช้ ส่วนกระสอบปุ๋ยที่คนร้ายใช้ใส่คอนกรีตถ่วงน้ำ ก็เหมือนกับกระสอบปุ๋ยที่แม่ของเด็กใช้

ทั้งนี้ เจ้าของห้องเช่า ยังบอกด้วยว่า พ่อ-แม่ ของเด็กได้ย้ายออกไปวันเดียวกันกับที่พบศพ (11 มิ.ย. 60) แต่ไม่ทราบว่าเด็กหญิงไปไหน เมื่อสอบถาม ก็ได้คำตอบว่า ญาติรับไปอยู่ต่างจังหวัด ส่วนที่ตัวเองให้ย้ายออกไป เพราะมักเฆี่ยนตีทำโทษลูกสาวเกินสมควร และล็อคกุญแจขังไว้ในห้อง

ต่อมา ตำรวจสามารถควบคุมตัว ชายวัย 35 ปี ชื่อ นายวจรัญ หรือ วจะรัน ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงของเด็กหญิงได้แล้ว ก่อนนำตัวมาสอบปากคำอย่างละเอียด พร้อมตรวจสอบดีเอ็นเอว่า ตรงกับที่พบในศพผู้เสียชีวิตหรือไม่

ขณะที่ วันเดียวกัน น.ส.สุกัญญา มนทรา อายุ 24 ปี ซึ่งเป็นน้าสาวของเด็กหญิงรายหนึ่งที่หายตัวไป และมีลักษณะคล้ายกับศพที่พบถูกฆ่าถ่วงน้ำ ได้เข้าให้ปากคำกับตำรวจว่า ก่อนหน้านี้ หลานสาวชื่อ “น้องรุ้ง” อยู่กับครอบครัวตนเองที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่วนแม่เด็กและพ่อเลี้ยง อยู่ที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเมื่อช่วงปิดเทอม แม่ของหลานสาวได้มารับตัวไป แต่หลังจากนั้น ก็ไม่สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้ จนมาทราบข่าวนี้ อีกทั้งยังพบว่า ผ้าห่มห่อศพ ยังเหมือนกับที่แม่ของหลานสาวเคยใช้ อย่างไรก็ตาม ไม่ทราบว่าอุปนิสัยพ่อเลี้ยงของหลานสาวเป็นอย่างไร เพราะไม่สนิทกัน

ระทึก!! ไฟไหม้ตึก 27 ที่ลอนดอน เบื้องต้นพบเจ็บ 2 ราย ยังคุมไม่ได้

จนท.ดับเพลิงรุดระดมฉีดน้ำสกัดหลังเกิดเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเม้นท์ 27 ชั้น ในกรุงลอนดอน ยังควบคุมเพลิงไม่ได้ เบื้องต้นพบคนเจ็บ 2 ราย

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อเวลา 01.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อพาร์ตเม้นท์สูง 27 ชั้น ในเขต นอร์ธ เคนซิงตัน ทางตะวันตกของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ส่งผลทำให้เปลวเพลิงลุกไหม้ กินพื้นที่ตั้งแต่ชั้น 2 ถึง ชั้น 24 จนเกิดความวิตกว่าอาคารทั้งหลังจะพังถล่มลงมา

ด้านเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ระดมกำลังกว่า 200 นายเข้าคุมสถานการณ์ และเร่งอพยพคนแล้ว เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสำลักควัน 2 ราย ส่วนความคืบหน้าอื่นๆ ทางทีมข่าวจะรายงานให้ทราบต่อไป

สั่งสอบ! คลิปเด็กชายรับจัดฟันเถื่อน เจ้าตัว ยันไม่ได้ขาย ทำกันเล่นๆ

สั่งสอบ! คลิปเด็กชายรับจัดฟันเถื่อน ชี้อันตราย-ผิดกฎหมาย เจ้าตัวยืนยัน ไม่ได้มีการขาย ทำกันเล่นๆ เท่านั้น

จากกรณีที่โลกออนไลน์ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะเด็กชายรับจัดฟันแฟชั่นให้กับเพื่อนๆ จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วสังคมออนไลน์นั้น ล่าสุด ทันตแพทย์ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา เปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่อันตรายและผิดกฎหมาย เพราะการใช้เครื่องมือทำฟันต้องเป็นทันตแพทย์เท่านั้น ประเด็นสำคัญในกรณีนี้คือ เด็กไปเอาเครื่องมือมาจากที่ไหน รวมถึงวิธีการทำ โดยเชื่อว่าจะต้องมีคนสอนเด็กให้ทำแบบนี้

เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่า คลิปวิดีโอดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ใด หากทราบที่มาจะได้ให้ผู้ปกครอง หรือครู ทำการตักเตือนเด็ก และให้ความรู้ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเรื่องที่ผิดกฏหมายร้ายแรง และเป็นอันตราย ซึ่งเชื่อว่าเด็กทำไปโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ นอกจากนี้เป็นกังวลว่าจะเกิดพฤติกรรมเลียนแบบหากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอต่อไปในวงกว้าง ซึ่งที่ผ่านมาได้ปรึกษากับทางแพทยสภา และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อช่วยกันกวาดล้างการขายอุปกรณ์จัดฟันเถื่อนในเว็บไซต์ แต่ก็ยังไม่หมดไปจากวงจร

สำหรับ การจัดฟันเถื่อนนั้น ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อช่องปาก ทำให้เหงือกอับเสบ ฟันผุง่าย หากใช้เครื่องมือไม่สะอาด ไม่ได้มาตรฐาน ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดได้

ด้าน เด็กอายุ 15 ปี ที่ปรากฏในคลิป ออกมาระบุว่า เป็นแค่การไลฟ์ผ่านเฟซบุ๊กเล่นๆ ไม่ได้มีการขายของ หรือรับจ้างจัดฟันแต่อย่างใด และไม่ได้นำกาวติดที่จัดฟันให้เพื่อน โดยภาพที่เห็นเกิดจากเพื่อนคนที่ให้จัดฟันซื้ออุปกรณ์มาจากในอินเทอร์เน็ตชุดละ 150 บาท ซึ่งมียางจัดฟัน รีเทนเนอร์ ที่ถ่างปาก ที่เปลี่ยนสียาง อุปกรณ์เปลี่ยนสียาง แต่เพื่อนไม่ชอบสียางจึงนำมาให้ตนเปลี่ยนยางให้ จึงไลฟ์เล่นสนุกๆ

ทั้งนี้ เด็กคนดังกล่าว ยืนยันด้วยว่า ไม่ได้ติดกาว เพียงแค่เปลี่ยนยางให้เพื่อน หลังมีข่าวออกไปพ่อแม่ก็เรียกไปตำหนิแล้ว ส่วนเพื่อนก็เอาที่จัดฟันนั้นออกแล้ว ยืนยันว่าไม่ได้มีการขายอะไรทำกันเล่นๆ เท่านั้น