ศาลออกกฎเหล็กคุมสื่อฯ ห้ามไลฟ์สด-ถ่ายติดโซ่ตรวน

ศาลอาญา ออกมาตรการใหม่ ในการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน ขณะนำตัวผู้ถูกกล่าวหาเดินทางมาในพื้นที่ของศาล โดยห้ามไลฟ์สด และถ่ายติดโซ่ตรวน เพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน

วันนี้(14 มิ.ย.) นายเจตสิริ อังศุพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา เปิดเผยว่า จากเหตุการณ์ที่สื่อมวลชนหลายสำนัก ต่างกรูกันเข้าถ่ายภาพ หรือ เฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) เพื่อนำเสนอข่าวการฝากขัง นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงิน และให้การสนับสนุน ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติด จนทำให้อยากต่อการควบคุม และรักษาความปลอดภัย

ทางศาลอาญาจึงมีมติ ให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพ ถ่ายภาพได้ 3 จุด ได้แก่

จุดแรก ที่หน้าศาล สามารถถ่ายได้ในเขตที่กำหนด หรือ เฟซบุ๊คไลฟ์ได้

จุดที่ 2 คือ หน้าทางเข้าห้องขัง สามารถถ่ายภาพจำเลยได้ในจุดที่กำหนด แต่อย่าให้ติดเครื่องพันธนาการ หรือโซ่ตรวนของจำเลย เพื่อปกป้องสิทธิของจำเลย นอกจากนี้ ไม่อนุญาตให้เฟซบุ๊กไลฟ์ และห้ามแพนกล้องเข้าไปถ่ายภายในห้องขัง แนวลูกกรง หรือวิ่งตามผู้ต้องขัง

จุดที่ 3 กรณีถ่ายภาพฝากขัง ขณะนำตัวมาที่ห้องเวรชี้ หรือ ห้องพิจารณาคดีในศาล ที่ใช้สำหรับการพิจารณาคดีที่ถูกส่งมาขึ้นศาลเป็นวันแรก สามารถถ่ายภาพผู้ต้องหาได้ แต่ห้ามติดกุญแจมือ และไม่อนุญาตให้เฟซบุ๊คไลฟ์ เช่นกัน

สำหรับมาตรการนี้ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการประจำศาลอาญา เชื่อว่า จะไม่กระทบสิทธิของการนำเสนอของสื่อมวลชนรวมถึงจะไม่กระทบสิทธิของผู้ต้องหาและศาลแน่นอน

ชลประทานเตือน! เตรียมรับมือฝนทิ้งช่วง หลังระดับน้ำเหนือเริ่มลดลง

สำนักชลประทานที่ 12 ชัยนาท เผยขณะนี้ระดับน้ำเหนือเริ่มลดลงแล้ว เตรียมรับมือฝนทิ้งช่วง หลายพื้นที่ในเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยาอาจเสี่ยงภาวะขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร

วันที่ 14 มิ.ย. 60 นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานสำนักชลประทานที่ 12 ชัยนาท เปิดเผยว่า เช้าวันนี้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำค่ายจิรประวัติ อ.เมืองนครสวรรค์ มีแนวโน้มลดลง โดยวัดได้ 1,139 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาพื้นที่ อ.มโนรมย์ อ.วัดสิงห์ และ อ.เมืองชัยนาท มีระดับน้ำทรงตัว

โดยที่ระดับน้ำที่จุดวัดน้ำเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เช้าวันนี้ เหนือเขื่อนยังทรงตัวอยู่ที่ 16.50 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยเขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 699 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่ 12 ส่วนระดับน้ำท้ายเขื่อนเริ่มลดลงเช่นกัน โดยวัดได้ 10.40 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งจะทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยา ระดับน้ำจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

ผู้อำนวยการสำนักงานสำนักชลประทานที่12 ชัยนาทแจ้งเพิ่มเติมว่าหลังจากนี้ประมาณปลายเดือนมิถุนายนนี้ จะเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง ซึ่งจะส่งผลให้ในหลายพื้นที่โดยเฉพาะลุ่มเจ้าพระยา ที่อาจจะเกิดภาวะขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกจึงควรเตรียมแหล่งน้ำสำรองรับสถานการณ์ ซึ่งประเทศไทยจะเริ่มกลับมามีปริมาณฝนอีกครั้งในเดือนสิงหาคม

ผบ.ทบ. ยันซื้อรถถังจีนเหมาะสม เตือนป่วน 3จังหวัดใต้ เข้าใจผิด

“พล.อ.เฉลิมชัย”  ยันเตือน 3 จังหวัด ไม่โยงชายแดน ไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย โยนตำรวจแจงคืบหน้าระเบิด รพ.พระมงกุฏเกล้า ยันซื้อรถยานเกราะจากจีนตามความเหมาะสม เปรียบเทียบหลายชาติแล้ว

ความเคลื่อนไหวของ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก เช้าวันนี้ ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ จากกองพลทหารม้า ที่ 2 รักษาพระองค์ เพื่อลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยมกองกำลังบูรพา พร้อมตรวจจุดผ่อนปรนบ้านเขาดิน อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว โดยมี พล.ท.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่ 1 ร่วมคณะเดินทางลงพื้นที่ครั้งนี้ด้วย

ทั้งนี้ ก่อนออกเดินทางนั้น ผู้บัญชาการทหารบก ได้ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีจดหมายเวียน แจ้งเตือน 3 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ พังงา กระบี่ และ ภูเก็ต ให้มีการเฝ้าระวังเหตุระเบิดที่อาจเกิดในพื้นที่ และมีกระแสว่าได้จับกุมคนร้ายพร้อมระเบิดได้ เบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มคนร้ายใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

และยังไม่มีการจับกุมผู้ต้องสงสัย เพราะเป็นเพียงการแจ้งเตือนทางไลน์ ที่ทำให้เกิดคลาดเคลื่อน จนเกิดความตื่นตระหนก พร้อมระบุว่า ในการแจ้งเตือนนั้น หน่วยข่าวจะต้องทำหนังสือแจ้งเตือนอย่างเป็นทางการ ส่วนความคืบหน้าการจับกุมผู้ก่อเหตุระเบิด ที่ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า นั้น ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ

ผู้บัญชาการทหารบก ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการจัดซื้อรถยานเกราะล้อยาง VN1 จำนวน 34 คัน จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ด้วยงบประมาณ 2,300 ล้านบาท ว่า ในการเดินทาง ไปลงนาม การซื้อขาย โครงการดังกล่าวนั้นเป็นหน้าที่ของผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบกซึ่งคาดว่า จะเดินทางไปในเดือนนี้หรือต้นเดือนหน้า อย่างไรก็ตาม การจัดหารถยานเกราะล้อยาง VN 1 เป็นการดำเนินงานตามกรอบงานของกองทัพในปี 2560-2564

ส่วนที่มีการตั้งข้อสงสัยว่าทำไมถึงต้องซื้อจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์หรือไม่ นั้น ในการจัดหายุทโธปกรณ์ มีปัจจัยหลายอย่างเข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งที่สำคัญที่สุดก็คือความเหมาะสมในการใช้งานกับกองทัพไทย รวมถึงราคา และยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมาสถานการณ์ที่อยู่ภายใต้การบริหารงานของ คสช. การซื้อยุทโธปกรณ์จากประเทศตะวันตกจึงค่อนข้างจะลำบาก

และในประเทศก็มีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้นการจัดซื้อยุทโธปกรณ์จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน มีราคาถูกและคุ้มค่ากับการใช้งาน ซึ่งในการพิจารณารถยานเกราะล้อยาง ได้พิจารณาทั้ง ของ จีน รัสเซีย และ ยูเครน โดยมีการส่งคณะกรรมการเดินทางไปดูและเปรียบเทียบ ในทุกๆ ด้านทั้งราคาคุณภาพ และการส่งกำลังบำรุง

ข่าวจาก INN  ภาพจาก Wassana Nanuam