ชาวบ้านร้อง หลังนำขยะมีพิษจาก อบต.อื่นมาทิ้ง ‘ส่งผลป่วยอื้อ’

ชาวบ้านรอบบ่อขยะป่วยอื้อ ด้วยโรคทางเดินหายใจ หลังมีมีดีลักลอบนำขยะมีพิษมาทิ้ง 

วันที่ 29 มิถุนายน 2560 เวลา 08.00 น. ที่ อบต.คลองชีล้อม อ.กันตัง จ.ตรัง นายแพทย์ยศกร เนตรแสงทิพย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันตัง จ.ตรัง นำทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่ ออกให้บริการตรวจสุขภาพเด็กและชาวบ้านชุมชนรอบบ่อขยะ รอยต่อระหว่างหมู่ที่ 5 ต.บางหมากกับหมู่ที่ 4 ต.คลองชีล้อม อ.กันตัง

หลังมีการร้องเรียนว่าบ่อขยะแห่งนี้ นำขยะจาก อบต.อื่นที่ไม่อยู่ในคู่สัญญากับ อบต.คลองชีล้อม จำนวนหลายพันตันมาทิ้ง โดยเฉพาะขยะมีพิษ ส่งผลให้ชาวบ้านข้างเคียงจำนวนมากได้รับความเดือดร้อนจากกลิ่นเหม็น แมลงวันและน้ำเน่าเสีย ทำให้เด็ก ๆ และชาวบ้านล้มป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้และโรคหอบหืดจำนวนหลายสิบราย จึงได้ร้องขอให้หน่วยแพทย์เข้าไปทำการตรวจรักษา

โดยชาวบ้านทั้งสองหมู่ที่อาศัยอยู่รอบบ่อขยะ สงสัยว่าตัวเองจะได้รับผลกระทบจากปัญหาบ่อขยะ จึงทยอยเดินทางมาตรวจประมาณ 40 คนละพบว่าส่วนใหญ่ป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ ผื่นคันและโรคหวัดเกือบทุกคน บางรายที่มีอาการหนักเป็นโรคปอดและโรคหอบหืดมา 3-4 ปีแล้ว

แพทย์แนะนำให้ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลกันตัง พร้อมจัดส่ง อสม.และเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสำรวจแหล่งน้ำ สภาพความเป็นอยู่จริง พบปัญหากลิ่นและมลพิษอื่น ๆ  โดยการลงพื้นที่ตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ได้สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมากเพราะที่ผ่านมายังไม่มีหน่วยงานเข้ามาให้ความช่วยเหลือ

ด้าน “นายพล เพชรเอียด” อายุ 41 ปีชาวบ้านหมู่ 4 ต.คลองชีล้อม อ.กันตัง ซึ่งป่วยด้วยโรคปอดกล่าวว่า เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมามีอาชีพเก็บขยะในบ่อขยะใกล้บ้าน ต่อมาเกิดอาการหอบหืดและหายใจไม่ออก จึงรู้ว่าเป็นโรคปอด และเชื่อว่าเกิดจากการสูดดมอากาศที่เป็นพิษในบ่อขยะ แต่ทุกวันนี้ก็ยังออกไปเก็บขยะอยู่บ้างนาน ๆ ครั้งเนื่องจากฐานะยากจน

ทั้งนี้ “น.พ ยศกร เนตรแสงทิพย์” ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกันตัง จ.ตรัง กล่าวยอมรับว่า มีผู้ป่วยที่อยู่รอบบ่อขยะเข้ารับการตรวจแล้ว 36 คน พบป่วยด้วยโรคทางเดินหายใจจำนวน 14 คน ภูมิแพ้ 3 คน ไข้หวัด 11 คนและผื่นคัน 8 คน ซึ่งอาจเกิดจากสาเหตุอื่นร่วมด้วย จึงให้เจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสภาพความเป็นจริงอีกครั้งเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานสาธารณสุข จ.ตรัง มีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถเจาะเลือดตรวจทั้งหมดได้ ตามที่ชาวบ้านได้ร้องขอ ซึ่งในกลุ่มเด็กเล็กต้องไปโรงเรียนจึงไม่ได้มาตรวจร่างกาย “ทำให้ชาวบ้านยังเกิดความกังวลว่าบุตรหลานจะเกิดอาการป่วยสะสมหรือไม่ ?”

‘ช่อง 3’ ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข่าวลือ ‘ทักษิณ’ เทกโอเวอร์

ประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ (ช่อง 3) แถลงการณ์ปฏิเสธกระแสข่าวอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เข้าเทกโอเวอร์

จากกรณีมีกระแสข่าวว่า นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เทกโอเวอร์ สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ซึ่งล่าสุด (28 มิ.ย.60) นายประชุม มาลีนนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ ได้ทำหนังสือชี้แจงถึงพนักงานในสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยระบุว่า

จากที่มีกระแสข่าวเรื่องช่อง 3 ถูกเทกโอเวอร์ ที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์บางช่อง รวมถึงสื่อสังคมออนไลน์ ขอเรียนว่า ข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง กลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ มิได้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นแต่อย่างใด การบริหารจัดการเรื่องต่างๆ ยังอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทีมบริหารที่ผม คุณรัตนา คุณอัมพร และ คุณรัชนี รวมถึงผู้บริหารท่านอื่นร่วมกันบริหารจัดการ

ที่ผ่านมา บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) มีการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร และได้ดึงผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาเสริมทีม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ ให้องค์กรก้าวลงสนามการแข่งขันทางธุรกิจในยุคดิจิตอลได้อย่างมั่นคงและมั่นใจยิ่งขึ้น

บริษัทมีการปรับรูปแบบการบริหารจัดการ ที่เน้นความเป็นสากลให้สอดรับกับทิศทางการดำเนินธุรกิจที่กำลังจะก้าวไป เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ในทางธุรกิจ รวมถึงการสร้างรายได้ในรูปแบบอื่นเพิ่มมากขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีผู้จับจ้องมองมายังบริษัท และหยิบยกเป็นประเด็นข่าว

ผมขอให้พนักงานและผู้บริหาร รวมถึงผู้ร่วมทำธุรกิจกับกลุ่มบริษัท บีอีซี เวิลด์ ทุกท่าน มีความมั่นใจว่า ผมและทีมผู้บริหารทุกท่านจะผสานพลังในการทำงานอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้สถาบันอันเป็นที่รักของพวกเราทุกคนนี้ เติบโต และดำรงคงอยู่อย่างสมเกียรติและยั่งยืน

ความร่วมมือร่วมใจ ความสามัคคีของพวกเรา จะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ ที่ช่วยให้เราก้าวพ้นอุปสรรคต่างๆ สร้างสรรค์คุณค่าแก่สังคมและประเทศชาติ ดังเช่นที่ได้ทำมาโดยตลอด และขออย่าได้หวั่นไหวไปกับข่าวลือต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ร้านข้าวแกง มอบน้ำใจให้ชาวบ้าน ปรับราคาขายจานละ 20 หลังราคายางตก

ร้านข้าวแกง “เย่สิบ” จ.ตรัง ปรับราคาถูก หลังเห็นใจเศรษฐกิจฝืดเคือง เนื่องจากราคายางพาราและปาล์มตกต่ำ 

วันนี้ (29 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบ ร้านขายข้าวแกง “เย่สิบ” หรือ  20 บาท  หลังสืบทราบว่ามีการปรับลดราคาลงเพื่อช่วยชาวบ้าน หลังจากประสบปัญหาเศรษฐกิจราคายาง – น้ำมันปาล์มตกต่ำ


ซึ่งจากการสอบถาม  “นายมนเทียร นุ้ยภิรมณ์” เจ้าของร้านขายข้าวแกง  เย่สิบ” บาทกล่าวว่า ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ พบผู้มีรายได้น้อยจำนวนมาก ตนจึงอยากขายข้าวแกงราคาประหยัดหรือราคามิตรภาพ แต่คนขายก็ต้องอยู่ได้ด้วย จึงขายข้าวแกง  ราดแกง 2 อย่าง จานละ 20 บาท 

โดยแต่ละวันทางร้านจะขายทั้งข้าวแกงและข้าวมันไก่ ข้าวหมูทอด ข้าวมันไก่ทอด ก๋วยจั๊บ หมี่ไก่ตุ๋น และอาหารตามสั่ง ในราคา 20 บาทเช่นกัน  และที่ผ่านมามีประชาชน หลากหลายสาขาอาชีพได้ มาอุดหนุนร้านข้าวแกงดังกล่าวอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งกับข้าวที่นำมาขายวันละ 20 อย่าง จะหมุนเวียนไปในแต่ละวันไม่ซ้ำกันและขายหมดในทุก ๆ วัน โดยจะเริ่มขายตั้งแต่เช้าถึงเย็นหรือจนกว่ากับข้าวจะหมด