นายกอบต.บ้านใหม่ ยื่นฟ้องศรีวราห์ หลังถูกกล่าวหาว่า ใช้งบดูงานเข้าข่ายทุจริต

นายก อบต.บ้านใหม่ ยื่นฟ้อง “ศรีวราห์” เอาผิดตามกฏหมาย มาตรา 157 หลังถูกกล่าวหาว่าใช้งบดูงานที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าข่ายทุจริต

นายวสุ ผันเงิน นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ จังหวัดนนทบุรี พร้อมทนายความ เดินทางมาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่ง ในความผิดตามมาตรา 157 เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฎิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด กรณีถูกเจ้าหน้าที่รัฐแจ้งข้อกล่าวหาทุจริตจัดดูงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

นาวาเอกณัฐพงศ์ คชเสนี ทนายความ ระบุว่า ตามขั้นตอนระเบียบวิธีการพิจารณาของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดให้มาฟังคำสั่งว่าจะรับฟ้องหรือไม่ภายในวันที่ 18 กรกฎาคม โดยในช่วงนี้จึงไม่สามารถเปิดเผยชื่อผู้ที่ถูกยื่นฟ้องได้ เพราะกฎหมายให้สิทธิผู้ถูกฟ้อง จนกว่าศาลจะมีคำสั่ง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่รัฐคนที่ นายวสุ ยื่นฟ้อง คือ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นผู้ที่นำตำรวจเข้าตรวจสอบในคดีค้ากามจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งคดีดังกล่าวมีองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ นายวสุ เป็นนายก อบต.อยู่ไปพาดพิงถึงด้วย

“วายแอลจี” แจง หลังผู้เสียหายร้อง DSI อ้างถูกบริษัทหลอกลวงลงทุนซื้อขายทองคำออนไลน์

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “วายแอลจี” แจง หลังกลุ่มผู้เสียหายร้อง DSI อ้างถูกบริษัทหลอกลวงลงทุนซื้อขายทองคำออนไลน์

วันที่ 29 มิ.ย.2560 เวลา 11.30 น. นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนกรณีถูกกลุ่มลูกค้าร้องเรียนกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กล่าวหาว่าเป็นบริษัทที่ชักชวนหลอกลวงให้มาลงทุนซื้อขายทองคำออนไลน์ และขาดทุนต่อเนื่องจนทำให้ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวได้รับความเสียหาย

โดย นางพวรรณ์ กล่าวว่า วายแอลจี ทำธุรกิจถูกต้องตามกฎหมายมานานกว่า 14 ปี ซึ่งการซื้อขายทองคำแต่ละวันมีการส่งมอบทองคำแท่งจริงทุกธุรกรรม และมีกระบวนการตรวจสอบได้ ทั้งนี้การร้องเรียนดังกล่าวจึงเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้จำนวนกว่า 10 ราย ล้วนเป็นลูกค้าที่ซื้อขายทองคำกับบริษัทมาตั้งแต่ปี 2554 โดยเปิดบัญชีและมีการทำสัญญาซื้อขายทองคำแท่งกับบริษัทอีกทั้งยังรับทราบเงื่อนไขการซื้อขายการชำระเงินรวมถึงการส่งมอบทองคำ

สำหรับกระบวนการซื้อขายทองคำแท่ง ลูกค้าจะเป็นผู้ตัดสินใจโดยอ้างอิงราคาทองคำตลาดโลกในขณะนั้น ซึ่งราคาตลาดโลกมีการเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา และมีกำไรจากการซื้อขายทองคำแท่งในภาวะที่ราคาทองคำมีทิศทางเพิ่มขึ้น

แต่ต่อมาช่วงต้นเดือน เม.ษ.2556 เกิดวิกฤตราคาทองคำในตลาดโลกที่มีทิศทางลดลงอย่างมากและต่อเนื่อง ทำให้ลูกค้าได้รับผลกระทบโดยขาดทุน ซึ่งลูกค้าทุกรายทราบวิกฤตและยอมรับผลขาดทุนรวมทั้งได้ชำระหนี้ให้กับบริษัทยกเว้นลูกค้ากลุ่มที่ร้องเรียนที่ไม่ยอมรับผลขาดทุนและผิดนัดชำระหนี้

ทั้งนี้บริษัทได้ดำเนินการฟ้องร้องลูกค้ากลุ่มนี้มาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งคดีความส่วนใหญ่ศาลได้พิพากษาให้บริษัทชนะคดีและมีการบังคับคดีบางส่วนไปแล้ว แต่มีบางคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ และศาลฎีกา

ขณะที่ในการดำเนินคดีกับลูกค้ากลุ่มนี้ ศาลได้พิจารณาแล้วว่าการดำเนินธุรกิจของบริษัทและธุรกรรมการซื้อขายทองคำแท่งของบริษัทเป็นการดำเนินงานตามปกติและชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่การซื้อขายทองคำแท่งล่วงหน้า และไม่ใช่การหลอกลวงหรือฉ้อโกงลูกค้า

อย่างไรก็ตาม นางพวรรณ์ กล่าวยืนยันว่า กรณีลูกค้ากลุ่มนี้ให้ข้อมูลว่า ได้มีการฟ้องร้องบริษัทและศาลชั้นต้นมีคำตัดสินว่าบริษัทกระทำผิดตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนนั้น ศาลชั้นต้นหรือศาลใดไม่เคยตัดสินวายแอลจีทำผิดแต่อย่างใด

ส่วนลูกค้ากลุ่มนี้เคยฟ้องร้องบริษัทในคดีอาญาว่าบริษัทได้ยักยอกฉ้อโกงประชาชน ซึ่งศาลได้พิพากษายกฟ้องทุกคดีและวินิจฉัยให้เป็นเรื่องสัญญาซื้อขายทองคำแท่ง และเป็นความรับผิดทางแพ่ง มิใช่ความผิดอาญาซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว

สำหรับ บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยนอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ก่อตั้งขึ้นในปี 2552 โดยมีทุนจดทะเบียนกว่า 120 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันบริษัทเป็น 1 ใน 5 บริษัทค้าทองคำที่ได้รับอนุญาติเป็นตัวแทน (Broker) ซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่มีการซื้อขายอยู่ในตลาดตราสารอนุพันธ์ (TFRX)

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศ ขอรับเงินสมทบนําส่งไว้เกินที่ประกันสังคม

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศขอรับเงินสมทบที่นําส่งไว้เกินที่ “ประกันสังคม” มีผลบังคับ 29 มิ.ย.นี้

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๐ ระเบียบสํานักงานประกันสังคม ว่าด้วยการขอรับเงินสมทบที่นําส่งไว้เกินจํานวนที่ต้องชําระคืน พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบในการยื่นคําขอรับเงินสมทบที่นายจ้าง และผู้ประกันตนนําส่งไว้เกินจํานวนที่ต้องชําระคืน เพื่อให้การปฏิบัติงานในการคืนเงินสมทบเป็นไปด้วยความรวดเร็วคล่องตัวและมีประสิทธิภาพ อันจะเป็นประโยชน์ต่อนายจ้างและผู้ประกันตนยิ่งขึ้น

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา ๔๗ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกันสังคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ ๑ ระเบียบเรียกว่า “ระเบียบสํานักงานประกันสังคม ว่าด้วยการขอรับเงินสมทบที่นําส่งไว้เกินจํานวนที่ต้องชําระคืน พ.ศ. ๒๕๖๐”

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ระเบียบสํานักงานประกันสังคม ว่าด้วยการขอรับเงินสมทบที่นําส่งไว้เกินจํานวนที่ต้องชําระคืนพ.ศ. ๒๕๔๙
(๒) ระเบียบสํานักงานประกันสังคม ว่าด้วยการขอรับเงินสมทบที่นําส่งไว้เกินจํานวนที่ต้องชําระคืน(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๓

ข้อ ๔ ให้นายจ้างหรือผู้ประกันตนที่นําส่งเงินสมทบให้แก่สํานักงานประกันสังคมเกินจํานวน ที่ต้องชําระยื่นคําร้องขอรับเงินคืนเป็นหนังสือต่อสํานักงานประกันสังคมแห่งใดแห่งหนึ่งที่สะดวกในการติดต่อ

ข้อ ๕ คําร้องขอรับเงินคืนตามข้อ ๔ อย่างน้อยต้องมีรายการสําคัญและหลักฐานประกอบ
ดังต่อไปนี้

๕.๑ กรณีนายจ้างเป็นผู้ยื่นคําร้อง
(๑) ชื่อ ที่อยู่และเลขที่บัญชีทะเบียนนายจ้าง
(๒) เหตุผลในการขอรับเงินคืน และหลักฐานประกอบ (ถ้ามี)
(๓) กรณีมีกิจการหลายสาขา ให้ระบุสาขาที่ขอรับเงินคืน
(๔) ลายมือชื่อผู้ยื่นคําร้อง
(๕) วันที่ยื่นคําร้อง
๕.๒ กรณีผู้ประกันตนเป็นผู้ยื่นคําร้อง
(๑) ชื่อ ที่อยู่และเลขประจําตัวประชาชน (กรณีคนต่างด้าว ให้ใช้เลขบัตรประกันสังคม)
(๒) ลายมือชื่อผู้ยื่นคําร้อง
(๓) วันที่ยื่นคําร้อง

ข้อ ๖ การคืนเงินสมทบให้แก่นายจ้างหรือผู้ประกันตน สํานักงานประกันสังคมจะคืนเงินโดยวิธีผ่านธนาคารที่สํานักงานประกันสังคมกําหนด

ข้อ ๗ ในกรณีที่มีการตรวจสอบพบว่านายจ้างหรือผู้ประกันตนมีการนําส่งเงินสมทบเกินจํานวนที่ต้องชําระ ให้สํานักงานประกันสังคมมีหนังสือแจ้งนายจ้างหรือผู้ประกันตนเพื่อยื่นคำร้องขอรับเงินคืนตามข้อ ๖ ทั้งนี้ สํานักงานประกันสังคมจะคืนเงินสมทบให้ตามข้อ ๗

ข้อ ๘ ให้ข้าราชการซึ่งดํารงตําแหน่งดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีอํานาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินคืนให้แก่
นายจ้างหรือผู้ประกันตน
(๑) เลขาธิการ หรือผู้ว่าราชการ หรือผู้ที่เลขาธิการ หรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย
(๒) ผู้อํานวยการสํานักเงินสมทบ ผู้อํานวยการสํานักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่
ประกันสังคมจังหวัด หรือหัวหน้าสํานักงานประกันสังคมสาขา แล้วแต่กรณี สําหรับการอนุมัติสั่งจ่ายเงินไม่เกินหนึ่งแสนบาท

ข้อ ๙ ให้เลขาธิการรักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐
สุรเดช วลีอิทธิกุล
เลขาธิการสํานักงานประกันสังคม