นาทีนายตร.ระดับสูงญี่ปุ่น คำนับขอโทษ ปมลูกน้องฆ่าลูก-เมียตัวเองดับ

ผู้บังคับบัญชาการตำรวจนครบาลฟุคุโอกะ ออกมาแถลงข่าวขอโทษ หลังลูกน้องใต้บังคับบัญชา ตกผู้ต้องสงสัย ฆาตกรรมภรรยาและลูกของตัวเองเสียชีวิต รวม 3 ศพ 

วานนี้ (8 มิ.ย. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก  Thanakorn Jaisuksakuldee ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงของญี่ปุ่น นำโดยผู้บังคับบัญชาการตำรวจนครบาลฟุคุโอกะ ออกมาแถลงข่าวขอโทษประชาชนทั้งประเทศอย่างสุดซึ้ง ที่ลูกน้องผู้ใต้บังคับบัญชา ถูกออกหมายจับในข้อหาเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆาตกรรมภรรยาและลูกของตัวเองรวมเป็นสามคนภายในบ้านของตัวเองในตอนเช้าวันที่ 6มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นคดีที่ทั้งเศร้าและสะเทือนอารมณ์สังคมญี่ปุ่นเป็นอย่างมากในรอบปีเลย

โดยผู้โพสตืได้เผยว่า ผู้บังคับบัญชาการตำรวจและระดับหัวหน้ารองๆ ลงมาอีกหลายท่านได้ออกมาก้มศีรษะโค้งคำนับขอโทษประชาชนเป็นเวลานานถึงสามนาทีครึ่ง และทุกท่านยังได้แสดงความเสียใจอย่างที่สุด เพราะสังคมญี่ปุ่นถือว่าเป็นความบกพร่องและเป็นความรับผิดชอบของนายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาการด้วยในการดูแลความประพฤติของนายตำรวจชั้นผู้น้อยผู้อยู่ใต้บังคับบัญชา

โดยท่านได้ให้สัญญากับประชาชนว่า จะรีบเร่งสืบสวนสอบสวนคดีนี้ให้กระจ่างโดยเร็วที่สุดให้ได้ เพราะถือเป็นคดีสะเทือนขวัญประชาชนทั้งประเทศเป็นอย่างมากที่สุด คนตายตั้งสามคน และเป็นเด็กตัวเล็กๆ ถึงสองคน เป็นอะไรที่เศร้ามากมายสุดๆ

ข่าวล่าสุดนายจ่าตำรวจสามีผู้ตาย ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยยังคงให้การปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น แต่คาดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจน่าจะมีหลักฐานเด็ดๆ อยู่ในมืออย่างแน่นอน ล่ะถึงกล้าออกหมายจับ ข่าวล่าสุดรายงานว่า ตำรวจพบหลักฐานเพิ่มเติมก็คือ รอบๆ ข้างศพของผู้ตายที่เป็นภรรยานั้นตรวจพบรอยคราบน้ำมันด้วย  ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงว่า ผู้ร้ายอาจจะวางแผนจุดไฟเผาบ้านเพื่อทำลายหลักฐานทั้งหมดอีกด้วย แต่ก็ยังไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดผู้ร้ายจึงยังไม่ได้ลงมือทำ

จากการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งพบว่า ทั้งสามคนน่าจะเสียชีวิตในระหว่างเวลา 00.00-06.00 ดังนั้นในเวลา 06.45 ซึ่งเป็นเวลาที่คุณจ่าตำรวจสามีให้การยืนยันว่าได้เดินทางออกไปทำงานและบอกว่า ทุกคนนอนหลับอยู่นั้น ความจริงก็คือในเวลาดังกล่าวทั้งสามคนได้เสียชีวิตไปทั้งหมดแล้ว

ข่าวญี่ปุ่น, ตำรวจญี่ปุ่น
นอกจากนั้นตำรวจนิติเวชยังพบอีกว่า กระดูกลำคอของภรรยาที่เสียชีวิตมีรอยร้าวอีกด้วยล่ะ ทำให้สันนิษฐานได้ว่า ฆาตกรมีความโกรธแค้นผู้ตายเป็นอย่างมากและมีข่าวดีอีกนิดตรงที่ว่า ตำรวจตรวจพบเศษเนื้อเยื่อของฆาตกรบนนิ้วมือของผู้ตายด้วย ขณะนี้ตำรวจกำลังเร่งมือพิสูจน์ดีเอ็นเออย่างเร่งด่วนแล้วเพื่อใช้เป็นหลักฐานมัดฆาตกรให้ดิ้นไม่หลุดต่อไป

ค่อนข้างเป็นที่แน่ชัดแล้วล่ะว่า ภรรยาถูกทุบตีอย่างรุนแรงที่บริเวณลำคอ จากนั้นถูกรัดคอซ้ำอีกทีด้วยเชือกอย่างรุนแรงจนขาดใจตาย ส่วนผลการชันสูตรศพของลูกสองคนนั้นยังไม่ได้ผลสรุปที่ชัดเจน คาดว่าคงต้องใช้เวลาอีกสักเล็กน้อย

ส่วนการสอบสวนจ่าตำรวจนาคาตะวัย38ปี ผู้ต้องสงสัยก็กำลังดำเนินต่อไป ทีมงานตำรวจสืบสวน ตำรวจนิติเวชวิทยา ขณะนี้กำลังเร่งมือทำงานตลอด24 ชั่วโมงครับ ขอเป็นกำลังใจให้ตำรวจที่ดีๆนะครับ 〜

อนึ่ง เพื่อนบ้านบอกว่าแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นายตำรวจผู้มีบุคลิกนุ่มนวลและสุภาพอ่อนโยน แลดูรักครอบครัวนายนี้จะลงมือทำในสิ่งที่สุดแสนเลวร้ายอย่างนี้ได้ สงสารสังคมญี่ปุ่นจัง คนแต่งงานมีน้อย เด็กยิ่งมีน้อยอยู่ด้วย เศร้าใจจนหมดคำจะพูดล่ะครับ 〜

#ตำรวจญี่ปุ่นทำงานเร็วมากมาย #福岡警察2017

บรรเจิด! ร้านตามสั่งพะเยาขุดหนังสือ ‘คู่สร้างคู่สม’ พันกว่าเล่มประดับร้าน

เจ้าของร้านอาหารตามสั่ง จ.พะเยา ติดตั้งหนังสือ “คู่สร้างคู่สม” ประดับร้านกว่าพันเล่ม เพื่อสร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัว 

วันนี้ (9 มิ.ย. 2560)  ผู้สื่อข่าว MThai  รายงานว่า ใน จ.พะเยา พบร้านอาหารตามสั่งชื่อร้าน “แอด คิทเช่น” ตั้งอยู่ที่ บ้านศรีเมืองชุม หมู่ 8 ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา ซึ่งเป็นร้านของ “นายสิทธิกร สำราญ” อายุ 42 ปี บ้านเลขที่ 6/1 บ.ศรีเมืองชุม ม. 8 ต.ลอ อ.จุน จ.พะเยา

ที่ได้เปิดร้านขายอาหารตามสั่งมาหลายปีแล้ว   แต่ร้านนี้ไม่เหมือนร้านขายอาหารตามสั่งทั่วไป  คือเจ้าของได้ใช้หนังสือ คู่สร้างคู่สม มาตบแต่งร้านโดยการแขวนห้อยจนเต็มร้าน ที่กว่า 1,000 เล่ม ซึ่งเป็นร้านอาหาร 1 เดียวในจังหวัดที่แปลกกว่าร้านอื่น จนผู้คนทราบและพากันมาชมและชิมอาหารร้านนี้ต่อเนื่อง  โดยเจ้าของร้านสะสมมาหลายสิบปีแล้ว  เมื่อเปิดร้านขายอาหารจึงเอามาประดับตบแต่งร้านเพื่อทำให้ดูแปลกและไม่เหมือนร้านทั่วไป


นอกจากนี้ “นายสิทธิกร”(แอ๊ด) สำราญ กล่าวอีกว่า แต่ก่อนเคยทำงานที่ จ.ชลบุรี  เป็นร้านอาหาร โดยทางเจ้าของร้านได้สะสมรวบรวมหนังสือคู่สร้างคู่สม อีกทั้งรู้จักคุณดำรง “พุฒตาล”  ที่มีการนำเอาหนังสือมาประดับร้าน ทำให้ตนเองได้แรงบันดาลใจ  สะสมหนังสือคู่สร้างคู่สมมาตลอด  หลังจากนั้นได้กลับมาบ้านเพื่อมาดูแลแม่ จึงมาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งในหมู่บ้านและนำเอาหนังสือคู่สร้างคู่สมที่สะสมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2534

ปัจจุบันนั้นหนังสือ คู่สร้างคู่สม มีมากกว่า  1,000 เล่ม และได้ถูกนำมาทำเป็นเครื่องประดับตบแต่งโดยการห้อยแขวนภายในร้านที่เปิดขึ้นในบ้านของตัวเอง โดยเปิดมาได้ประมาณ 3 ปีแล้ว และตนเองก็ได้เป็นคนทำอาหารเองทั้งหมด หนังสือที่มีอายุเก่าก็มีปี พ.ศ.2534  หรือราว 26 ปี

สำหรับร้านอาหารตามสั่งของ “นายสิทธิกร”(แอ๊ด) เป็นร้านอาหารตามสั่งที่มีเพียง 1 เดียวในจังหวัดพะเยาที่เอาหนังสือ “คู่สร้างคู่สม” มาประดับร้านแทนดอกไม้หรือสิ่งประดับอื่นๆ ซึ่งเห็นว่าแปลกไม่มีที่ไหนเพราะใช้หนังสือคู่สร้างคู่สมเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

สาวร้องขอความเป็นธรรม หลังแฟนหนุ่มถูก ตร.นอกเครื่องแบบซ้อมบาดเจ็บ

สาวโพสต์ร้องขอความเป็นธรรม หลังเธออ้างแฟนหนุ่มชาวจีน ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบตามจับ ก่อนซ้อมได้รับบาดเจ็บ  

วันนี้ (9 มิ.ย. 60) เพจ ‘แหม่มโพธิ์ดำ‘ ได้เผยแพร่ข้อความร้องทุกข์จากหญิงสาวคนหนึ่งที่ส่งมาขอความช่วยเหลือเรียกร้องความยุติธรรม ภายหลังเกิดเหตุแฟนหนุ่มซึ่งเป็นคนจีน ถูกคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะยึดเงินไป 200 บาท โดยมีข้อความระบุว่า

#หนุ่มจีนเคราะห์ร้าย เจอตำรวจนอกเครื่องแบบสกัด #วิ่งหนีตายนึกว่าโจรดักปล้น #เจอตำรวจซ้อมเละยึดเงินไป200 #แฟนสาวชาวไทยร้องขอความเป็นธรรม

สวัสดีค่ะควีน หนูมีเรื่องอยากร้องเรียน เมื่อคืนเวลาประมาณตี 1 เกือบตี 2 ซึ่งเป็นเวลาที่แฟนหนูเลิกงานขับรถกลับมาจากแถวถนนเลียบทางด่วนรามอินทรา เพื่อมาบ้านพักแถว รังสิตคลอง3 เขาขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้านเวลานี้ประจำทุกวัน

อยู่ดีๆ ตำรวจนอกเครื่องแบบ ขับรถกระบะส่วนบุคคลมาประชิดรถจักรยานยนต์ของแฟน เหตุเกิดทางเข้าหน้าหมู่บ้าน และตำรวจก็ขับรถไล่แฟนหนูมาตรงหมู่บ้านอินเนสสิโอ้ และแฟนหนูก็หยุดรถ ตำรวจนายนั้นก็บอกให้แฟนหนูลงจากรถและแฟนหนูก็ลง แต่แฟนหนูวิ่งหนีเพราะเขาไม่รู้ว่าเป็นตำรวจจริงหรือตำรวจปลอม

เขาเป็นคนต่างชาติเขาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เขาก็วิ่งเข้าไปในป้อมยามหมู่บ้านอินเนอสิโอ เพื่อขอหลบแต่ตำรวจตามไปจับเขา ต่อยเขาที่หัว ที่อก และตามลำตัวซึ่งช่วงนั้นมันชุลมุนมาก เขาร้องขอชีวิตแต่ไม่มีคนช่วยเขา เขาถามว่าเขาทำผิดอะไรถึงมาจับเขา ทำไมไม่คุยดีๆ ขอดูพาสปอตก่อนก็ได้ #ทำไมไม่บอกว่าคือเจ้าหน้าที่ตำรวจและแสดงตัว #เขาจะได้ไม่หนี

และหลังจากที่บุคคลอ้างตัวว่าเป็นตำรวจจับเขาใส่กุญแจมือ และให้เขาขึ้นกระบะไปในซอยมืด ระหว่างขับรถไปเขาถามว่าแฟนหนูจะหนีทำไม แฟนหนูบอกเครื่องแบบเขาก็ไม่ใส่อะไรก็ไม่แสดงตัวเขาจะรู้ได้ยังไงว่าเป็นตำรวจ เขาพาแฟนขับรถไปตรงซอยคลองสาม 1/3 และไปหยุดอยู่ตรงที่เปลี่ยวๆ และพาตัวแฟนหนูลงมา และถอดรองเท้าซึ่ง ณ เวลานั้นแฟนหนูขออนุญาตโทรกลับบ้านมาหาหนู ซึ่งใกล้นิดเดียวเขาก็ไม่ให้โทรกลับ ยึดโทรศัพท์ไป แต่เขาเปิดรหัสไม่ได้เลยคืนมา

และไปถึงตรงที่ซอยเปลี่ยว เขาพาแฟนหนูลงจากรถ และตรวจร่างกาย แต่แฟนหนูถามว่าทำไมไม่ตรวจตั้งแต่ตรงป้อมยามให้เสร็จ และก็ปล่อยเขากลับ ตำรวจบอกตอนแรกกะว่าจะพาเขาไปโรงพักแต่เปลี่ยนใจคงคิดว่าไม่น่าจะมีอะไรเลยไปปล่อยเขาไว้ตรงซอยนั้นแต่ให้แฟนหนูถอดเสื้อผ้าและถ่ายรูปไว้ ซึ่งมันทำเกินกว่าเหตุ เป็นตำรวจไม่มีจรรยาบรรณเลยหรอทำถึงขนาดนี้

และแฟนบอกตำรวจขอดูเงินในกระเป๋าว่ามีเท่าไหร่ แฟนเอาให้ดูและเอาเงินเขาไปน่าจะ200 เพราะแฟนบอกมีอยู่ประมาณ260 หลังจากนั้นเขาก็บอกเขาคิดว่าแฟนหนูเป็นผู้ค้ายาเสพติดหรือว่าขโมยอะไรสักอย่าง แฟนหนูบอกว่าถ้าเสพติดจริงคงไม่ยอมให้จับหรอก

และเมื่อคืนหลังจากถูกปล่อยตัวเขาก็ได้ขี่มอร์เตอร์ไซค์กลับมาที่บ้านและหนูกับแฟนหนูก็รีบไปโรงพักเลยเพื่อแจ้งความว่าคนๆ นี้เป็นใครตำรวจชื่ออะไร ทำไมถึงทำได้ขนาดนี้ ทั้งที่เขาบอกเขาเป็นคนต่างชาติไม่ใช่คนไทย ทำไมถึงไม่ฟังเหตุผล ทำไมถึงไม่แสดงบัตรเจ้าหน้าที่ของพนักงานก่อนการจับกุม ควีนช่วยพวกเราด้วยนะคะ ตอนนี้แฟนกำลังร้องเรียนไปที่สถานทูตจีนว่าถูกคุกคามและทำร้าย