โหดเกินมนุษย์! ภาพสยองหญิงวัยรุ่นถูกอริกรีดเจ็บสาหัส

สุดโหด!  หญิงวัยรุ่นถูกคู่กรณีกรีดหน้าเจ็บ หลังเกิดเหตุทะเลาะวิวาท ด้านชาวเน็ตจี้ตำรวจล่าตัวเหตุเข้าข่ายพยายามฆ่า 

วันนี้ (9 มิ.ย. 60)  ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘อิ๊นู๋ดาว ร้ายตัวแม่‘ ได้เผยภาพสุดสยองของเด็กหญิงคนหนึ่ง ที่มีรอยเย็บบนใบหน้า ตั้งแต่หน้าผากจนถึงริมฝีปาก โดยมีสาเหตุมาจากการทะเลาะวิวาทก่อนถูกคู่กรณีใช้มีดกรีดที่ใบหน้าจนได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ขณะที่ผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

คัยทำน้อง . . . ขนาดนี้ มึงเตรียมตัวไว้
😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭😭
ช้าหรือเร็วมึงปวดร้าวแน่ #มึงมีอีเปรี้ยวเป็นไอดอลไง
ใจมึงทำด้วยอะไรถึงกล้าฟันหน้าน้องกู
#อีกอย่างแร้วทำไมตำรวจให้ยอมความง่ายจัง
นี่มัน”พยายามฆ่าเลยนะ” ถ้าเป็นแบบนี้คนสุจริตก็ไม่มีที่ยืนอ่ะดิ
#ขอคนล่ะ1แชร์เพื่อความยุติธรรม

เวรกรรมมันมีจิง #พวกกูนี่แหละจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรให้มึง
😡😡😡😡😡😡😡😡😡😡😡😡😡
สงสารน้องกูเด้เนาะ 😖😖😖😖

ทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่ได้ให้กำลังใจหญิงสาวคนดังกล่าว พร้อมเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตัวคู่กรณีที่ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพราะเหตุที่เกิดขึ้นไม่ใช่การทะเลาะวิวาทธรรมดาแต่เข้าข่ายฆาตรกรรมชัดเจน

ภาพจาก อิ๊นู๋ดาว ร้ายตัวแม่

น้อมรำลึก 9 มิถุนายน วันอานันทมหิดล

วันอานันทมหิดล 9 มิถุนายน ผู้ให้กำเนิดวงการแพทย์ศาสตร์

9 มิถุนายน เป็นวันสำคัญวันหนึ่งคือ “วันอานันทมหิดล” ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู๋หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ผู้ที่เป็นผู้ให้กำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหวิทยาลัย ซึ่งวันนี้เราจะมาศึกษาและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านกัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลุ ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมือง ไฮเดเบอร์ก ประเทศเยอร์มัน ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชนก และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ได้ทรงศึกษาจากต่างประเทศและได้เสด็จนิวัตเมืองไทยบ้าง เพราะเนื่องจากอยู่ในระหว่างการศึกษา

ภายหลังการปกครองมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อปี พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสละราชสมบัติ จึงมีการลงมติเห็นชอบอัญเชิญพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าอานันทมหิดล ขึ้นครองราชย์สืบราชสันติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยทรงพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล” เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 ซึ่งคณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา เท่านั้น จึงต้องทรงมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพื่อทำการบริหารแผ่นดินแทนจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ

ในระหว่างการศึกษาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็จะเสด็จนิวัตเมืองไทย เพื่อกลับมาดูแลทุกข์สุขของประชาราชฎร จนพระองค์พระชนมายุได้ 21 พรรษา ได้เสด็จนิวัตเมืองไทยอีกครั้ง เดิมทรงตั้งพระราชหฤทัยจะประทับอยู่เพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายในฐานะประมุขของประเทศ พระองค์ทรงเลื่อนเวลาเสด็จนิวัตสวิตเซอร์แลนด์ออกไป

ในระหว่างที่พระองค์ประทับอยู่ในพระนคร เมื่อคราวเสด็จนิวัตเมืองไทยครั้งที่ 2 พระองค์เสด็จสวรรคต เนื่องจากถูกพระแสงปืน ณ ห้องบรรทมในพระที่นั้งบรมพิมาน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 หลังจากเสวยราชสมบัติเพียง 12 ปี เท่านั้น

ในฐานะเราปวงชนชาวไทย จึงควรรำลึกถึงพระเมตตาธิคุณและมหากรุณาธิคุณ อันเป็นอเนกประการ จึงร่วมใจ ถือเอาวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันอานันทมหิดล” ในปี พ.ศ. 2528 สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ได้รวบรวมทุนบริจาค จากทุกรุ่นมาจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นไว้หน้าตึกอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงบันดาลให้เกิดคณะแพทยศาสตร์ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระองค์ท่านสืบไปอีกด้วย

น้อมรำลึก 9 มิถุนายน วันอานันทมหิดล

วันอานันทมหิดล 9 มิถุนายน ผู้ให้กำเนิดวงการแพทย์ศาสตร์

9 มิถุนายน เป็นวันสำคัญวันหนึ่งคือ “วันอานันทมหิดล” ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู๋หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ผู้ที่เป็นผู้ให้กำเนิดคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหวิทยาลัย ซึ่งวันนี้เราจะมาศึกษาและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านกัน

พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 11 ปีฉลุ ตรงกับวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2468 ณ เมือง ไฮเดเบอร์ก ประเทศเยอร์มัน ทรงเป็นพระราชโอรสองค์ที่ 2 ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศรอดุลยเดชวิกรมพระบรมราชนก และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระองค์ได้ทรงศึกษาจากต่างประเทศและได้เสด็จนิวัตเมืองไทยบ้าง เพราะเนื่องจากอยู่ในระหว่างการศึกษา

ภายหลังการปกครองมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อปี พ.ศ. 2475 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงละราชสมบัติ จึงมีการลงมติเห็นชอบอัญเชิญพระวรวงศ์เธอพระองคเจ้าอานันทมหิดล ขึ้นครองราชย์สทบราชสันติวงศ์เป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ โดยทรงพระนามว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล” เมื่อวันที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2477 ซึ่งคณะนั้นพระองค์มีพระชนมายุเพียง 9 พรรษา เท่านั้น จึงต้องทรงมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เพื่อทำการบริหารแผ่นดินแทนจนกว่าพระองค์จะทรงบรรลุนิติภาวะ

ในระหว่างการศึกษาประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็จะเสด็จนิวัตกลับเมืองไทย เพื่อกลับมาดูแลทุกข์สุขของประชาราชฏรษ์ จนพระองค์พระชนมายุได้ 21 พรรษา ได้เสด็จกลับนิวัตเมืองไทยอีกครั้ง เดิมทรงตั้งพระราชหฤทัยจะประทับอยู่เพียง 1 เดือนเท่านั้น แต่เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจมากมายในฐานะประมุขของประเทศ พระองค์ทรงเลื่อนเวลาเสด็จกลับสวิตเซอร์แลนด์ออกไป

ในระหว่างที่พระองค์ประทับอยู่ในพระนคร เมื่อคราวเสด็จนิวัตกลับเมืองไทยครั้งที่ 2 พระองค์เสด็จสวรรคต เนื่องจากถูกพระแสงปืน ณ ห้องบรรทมในพระที่นั้งบรมพิมาน เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 หลังจากเสวยราชสมบัติเพียง 12 ปี เท่านั้น

ในฐานะเราปวงชนชาวไทย จึงควรรำลึกถึงพระเมตตาธิคุณและมหากรุณาธิคุณ อันเป็นอเนกประการ จึงร่วมใจ ถือเอาวันที่ 9 มิถุนายน ของทุกปี เป็น “วันอานันทมหิดล” ในปี พ.ศ. 2528 สมาคมศิษย์เก่าแพทย์จุฬาลงกรณ์ ได้รวบรวมทุนบริจาค จากทุกรุ่นมาจัดสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์ขึ้นไว้หน้าตึกอานันทมหิดล คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ได้ทรงบันดาลให้เกิดคณะแพทย์ศาสตร์ และเป็นการเฉลิมพระเกียรติยศให้ประชาชนได้รำลึกถึงพระองค์ท่านสืบไปอีกด้วย