ทหารคุมตัว 10 ผู้ต้องหาคดีส่งระเบิดทางไปรษณีย์ มาสอบสวนที่กองปราบฯ

เจ้าหน้าที่ทหารมทบ.11 ควบคุมตัว 10 ผู้ต้องหาในคดีส่งพัสดุอาวุธสงครามผ่านทางไปรษณีย์ หลังถูกคุมตัวไว้ในมณฑลทหารบกที่ 11 ครบ 7 วัน

วันนี้ (9 มิ.ย.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่กองบังคับการปราบปราม เจ้าหน้าที่ทหารมทบ.11 ควบคุมตัว 10 ผู้ต้องหาในคดีส่งพัสดุอาวุธสงครามผ่านทางไปรษณีย์ หลังถูกคุมตัวไว้ในมณฑลทหารบกที่ 11 ครบ 7 วัน หลังจากที่วานนี้(8 มิ.ย.) เจ้าหน้าที่ได้ขออนุมัติต่อทางศาลทหารและศาลอาญาออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องรวมทั้งหมด 17 ราย ประกอบด้วยทหารประจำการ ข้าราชการตำรวจ และพลเรือน ซึ่งได้ถูกควบคุมตัวแล้วทั้งหมด โดยเมื่อวานนี้นำผู้ต้องหามาสอบปากคำแล้ว 2 ราย

ทั้งนี้ ในวันนี้ผู้ต้องหาทั้งหมด 10 คน แบ่งเป็น ทหาร 5 นาย และ พลเรือน 5 คน โดยผู้ต้องหาทั้งหมดถูกควบคุมตัวมาให้แพทย์จากรพ.ตำรวจ ทำการตรวจร่างกาย พิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมถ่ายรูปทำประวัติ ตามขั้นตอนในการรับมอบตัว นอกจากนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทหารยังได้นำของกลางที่ตรวจยึดได้อาทิ ระเบิด ปืนยาว และเครื่องคอมพิวเตอร์ มามอบให้กับพนักงานสอบสวน เพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย

จากการสอบสวนกลุ่มผู้จำหน่าย ให้การรับสารภาพว่า เมื่อมีลูกค้าโพสต์ขอซื้อลูกระเบิด,เครื่องกระสุนปืนในเฟซบุ๊ก(กลุ่มปิด) หรือกลุ่มซื้อขายอาวุธปืนเถื่อน ผ่านทางไลน์ ก็จะประสานจัดหาวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุนปืนนำไปขายให้ลูกค้าทั่วไป

ขณะที่กลุ่มผู้ซื้อ ยอมรับว่า ซื้อจริงแต่ในจำนวนที่น้อย และซื้อตามความชอบส่วนตัวเท่านั้น โดยคำให้การสอดคล้องกับผลการสืบสวน ที่ไม่พบว่าวัตถุระเบิดและเครื่องกระสุน ถูกนำไปใช้ก่อเหตุความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้งหมดจะถูกแยกกลุ่มฝากขัง โดยผู้ต้องหาที่เป็นทหารก็จะถูกส่งตัวควบคุมฝากขังที่ศาลทหาร ส่วนพลเรือนก็ต้องนำตัวฝากขังดำเนินคดีที่ศาลอาญาต่อไป

ฮือฮา! พบค้างคาวจิ๋วที่กระบี่ คาดค้างคาวมงกุฎพันธุ์หายาก

เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ พบค้างคาวขนาดจิ๋ว ขนาดเกือบเท่าหัวแม่มือสีน้ำตาลอ่อน เบื้องต้นยังไม่ทราบชนิด คาดเป็นค้างคาวมงกุฎ เตรียมประสานผู้เชี่ยวชาญสำรวจ

วันที่ 9 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า นายจำเป็น ผอมภักดี หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะห้อง อุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ ได้บันทึกภาพค้างคาวขนาดเล็ก ตัวใหญ่กว่าหัวแม่มือเล็กน้อย ยาวตั้งแต่หัวถึงปลายขาที่เกาะประมาณ 10 ซม. มีสีน้ำตาลอ่อน กำลังเกาะต้นไม้ พร้อมส่ายหัวไปมาภายในเกาะห้อง ต.เขาทอง อ.เมืองกระบี่ ที่บินมาเกาะเมื่อคืนที่ผ่านมาไว้ได้

โดยพบว่ามีเพียงแค่ตัวเดียว จากนั้นประมาณ 5 นาที ค้างคาวตัวดังกล่าวก็บินหายไป ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ระบุว่า ไม่เคยพบเห็นค้างคาวประเภทนี้มาก่อน เนื่องจากใบหน้านั้นมีรูปร่างแปลก คล้ายหน้ายักษ์ หรือ ค้างคาวหน้ายักษ์ หรืออาจเป็นค้างคาวมงกุฎ แต่ไม่เคยพบเห็นในบริเวณนี้ ซึ่งเบื้องต้นได้รายงานให้ทางหัวหน้าอุทยานฯ ทราบแล้ว

ด้านนายวีระศักดิ์ ศรีสัจจัง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จ.กระบี่ กล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องค้างคาวดังกล่าวและได้ดูภาพที่บันทึกไว้แล้ว พบว่าน่าจะเป็นค้างคาวหน้ายักษ์ หรืออาจเป็นค้างคาวมงกุฎ ซึ่งหาดูได้ยาก ส่วนใหญ่อาศัยตามถ้ำในป่าและต้องมีความสมบูรณ์ทางระบบนิเวศน์

ขณะนี้ได้ประสานกับทางนักวิชาการเข้ามาทำการสำรวจภายในหมู่เกาะห้องเกี่ยวกับชนิดของค้างคาวว่าประจำถิ่นนี้หรือไม่ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลทางวิชาการ หากเป็นค้างคาวประเภทใหม่ ก็จะถือเป็นการค้นพบที่สำคัญ แต่หากเป็นค้างคาวประจำถิ่นก็จะเป็นข้อมูลของสัตว์ต่างๆ ภายในหมู่เกาะห้อง ซึ่งถือเป็นความหลากหลายทางด้านระบบนิเวศน์อย่างยิ่งทังนี้หากเป็นค้างคาวมงกุฎ ถือว่าพบไม่บ่อยนัก ถือเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ปี 2535 ปกติอาศัยอยู่เป็นฝูงขนาดใหญ่ อาศัยตามถ้ำ

ญาติพยานคดีฆ่าสามเณรปลื้ม ผวา.. เก๋งสีดำฟิล์มมืด-ชายฉกรรจ์ วนเวียนหน้าบ้าน

ญาติ ๆ พยานคดีฆ่าสามเณรปลื้ม ผวา.. เก๋งสีดำฟิล์มมืด-ชายฉกรรจ์ ผอมสูงผมยาว มีรอยสักที่ต้นคอ ขับรถ จยย. ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน วนเวียนหน้าบ้าน

เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (8 มิ.ย. 60) พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย สวป.สภ.เมือง นศ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ เข้าตรวจสอบบ้านญาติของพยานในคดีฆ่าสามเณรปลื้ม อยู่บริเวณถนนยมราช ด้านหลังวัดวังตะวันตก หลังจากมีผู้ต้องสงสัย ได้ขับมาวนเวียนหน้าบ้านหลาย ๆ ครั้ง โดยเป็นรถยนต์เก๋งสีดำ ลักษณะคล้ายๆ รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีอ้อส ลักษณะติดฟิล์มมืด จำป้ายทะเบียนไม่ได้ ขับรถวนเวียนและจอดหน้าหน้าบ้าน แต่ไม่ลงจากรถ

นอกจากนี้ยังมีชายฉกรรจ์อายุประมาณ 40 – 45 ปี รูปร่างผอมสูง ผมยาว มีรอยสักที่ต้นคอด้านหลัง ขับรถจักยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน มาวนเวียนพร้อมกับมองหน้าบ้าน ทำให้ตนและครอบครัว เกรงจะไม่ได้รับความปลอดภัย เนื่องจากเป็นญาติกับพยานในคดีฆ่าสามเณรปลื้ม

ขณะที่ ญาติพยานคดีฆ่าสามเณรปลื้ม บอกว่า บ้านพักหลังดังกล่าวมีเพียง มารดา ภรรยา และบุตร พี่สาว น้องสาว และน้องเขย อยู่เท่านั้น ส่วนญาติๆที่เป็นพยานคดีฆ่าสามเณรปลื้ม ย้ายไปอยู่อาศัยบ้านญาตินอกเมืองคอน เพื่อความปลอดภัยแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช กล่าว่า หลังจากนี้จะส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ จยย. ตรวจบ้านพักของญาติพยานคดีฆ่าสามเณรปลื้ม อย่างใกล้ชิด พร้อมกับแจ้งหากพบเห็นผู้ต้องสงสัยหรือสิ่งผิดปกติให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยทันที