กมธ. มั่นใจ สนช. เสียงไม่แตก ถกร่าง พ.ร.ป.กกต.วันนี้

กมธ. มั่นใจ สนช. เสียงไม่แตก ถกร่าง พ.ร.ป.กกต.วันนี้ ย้ำไร้อคติ พิจารณายึดประโยชน์ของชาติเพื่อการปฏิรูปประเทศ

นายตวง อันทะไชย ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ร่างพ.ร.ป.กกต.) สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผย ว่า ตามที่ กมธ. มีมติเสียงส่วนใหญ่ในการพิจารณาให้เซตซีโร่ กกต.และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยนั้น ไม่ได้ทำให้ กมธ.วิตก หรือเป็นกังวลเกี่ยวกับการพิจารณาวาระ 2 และ 3 ของสภาในวันนี้แต่อย่างใด โดยยังคงเชื่อมั่นว่า สมาชิก สนช. จะยืนตามที่ กมธ.ได้พิจารณามาอย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ประธานกมธ. ยืนยันว่า กมธ.พิจารณา โดยไร้อคติ หรือตั้งธงมาแต่ต้น แต่ได้พิจารณาโดยยึดผลประโยชน์ของชาติ เพื่อให้เกิดการปฏิรูปประเทศเป็นสำคัญ

เปิดรายชื่อ 12 ผู้ต้องหา โยงคดีระเบิดส่งทางไปรษณีย์

ศาลทหารอนุมัติออกหมายจับ 12 ผู้ต้องหา คดีระเบิดส่งทางไปรษณีย์ เตรียมส่งมอบตัวกองปราบพรุ่งนี้ ขณะ “พล.ต.อ.ศรีวราห์” จะเดินทางไปรับมอบตัวผู้ต้องหาพรุ่งนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าทางพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้เดินทางไปศาลทหารเพื่อขออำนาจศาลออกหมายจับผู้ต้องหา 12 รายที่เชื่อมโยงกับคดีระเบิดที่ส่งทางไปรษณีย์ โดยในวันพรุ่งนี้ (9 มิ.ย. เวลา 09.00 น.) ที่กองปราบปราม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ จะเดินทางมารับมอบตัวผู้ต้องหาคดีระเบิดที่ส่งทางไปรษณีย์ จำนวน 12 ราย

หลังถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อำนาจตามมาตรา 44 คุมตัวไว้ได้ ซึ่งจะครบกำหนดในวันพรุ่งนี้ ประกอบไปด้วย ร.ท.สันติ นามวิเศษ, จ.ส.อ.ประดิพัทธ์ เสน่ห์ดี, จ.ส.อ.ฉัตรชัย เอี่ยมสมบูรณ์, จ.ส.อ.พลหงส์ศาสตร์ (ไม่ทราบนามสกุล), ส.อ.สุทธิโชค ไพเราะ, ส.อ.ธนากรณ์ บุญกาญจน์, พลทหาร สกลนที พรหมทอง, นายเกษมสุข นามศรี, นายสิทธิชัย ทองเชื้อ, นายณัฐพล อยู่ยืด, นายณัฐพงศ์ ทองคำพันธุ์ และนายศักดิ์สิทธิ์ จันทาป

โดยเบื้องต้นศาลทหารได้พิเคราะห์เห็นควรออกหมายจับผู้ต้องหาตามคำร้องของทางพนักงานสอบสวน โดย ศาลทหารได้ออกหมายจับ จ.ส.อ.ฉัตรชัย เอี่ยมสมบูรณ์ ในฐานความผิด ตามมาตรา 147 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตน หรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์สินนั้นเสีย ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ห้าปีถึงยี่สิบปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสี่หมื่นบาท, ความผิดตามมาตรา 157 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ, ครอบครองและจำหน่ายอาวุธสงคราม

ในส่วนของ จ.ส.อ.ประดิพัทธ์ เสน่ห์ดี และ จ.ส.อ.ธนากรณ์ บุญกาญจน์ ศาลทหารได้ออกหมายจับ ในฐานความผิดสนับสนุนตามมาตรา 147 และ 157 รวมทั้งในฐานความผิดร่วมกันครอบครองและจำหน่ายอาวุธสงคราม ในส่วนของผู้ต้องหาที่เหลือเบื้องต้น ศาลได้ออกหมายจับในฐานความผิดซื้อและครอบครองอาวุธสงคราม

“เหลือเฟือ มกจ๊ก” ยันไม่ได้หาเรื่องคู่กรณีก่อน พร้อมโชว์ภาพวงจรปิด

“เหลือเฟือ มกจ๊ก” โต้คู่กรณีกล่าวหาว่าตนเองทำร้าย พร้อมโชว์ภาพวงจรปิด ยืนยันไม่ได้หาเรื่องก่อน

นายเหลือเฟือ มกจ๊ก พร้อมทนายความ แถลงข่าวตอบโต้ กรณีที่ถูก นายราฟิก ปาทาน ใช้อาวุธปืนไล่ยิง และกล่าวหาว่าตนเองจะเข้าทำร้ายคู่กรณีก่อน พร้อมเปิดภาพจากกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุให้ผู้สื่อข่าวดู โดยเหลือเฟือ กล่าวว่า ขอยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เป็นฝ่ายหาเรื่องและจะทำร้ายร่างกายอะไรนายราฟิกก่อน วันเกิดเหตุตัวเองไม่ได้ดื่มสุราและมึนเมาแต่อย่างใด ไม่เคยไปมีเรื่องกับเพื่อนของนายราฟิกมาก่อน

และในวันเกิดเหตุตนถูกนายราฟิกด่าทอด้วยถ้อยคำรุนแรง และพยายามเข้าพูดคุยด้วย ไม่ได้ด่าตอบโต้อะไร มีแต่ยื้อกันเพื่อให้นายราฟิกกลับไป แต่นายราฟิกเดินไปที่รถแล้วนำอาวุธปืนมาก่อเหตุดังกล่าว จนทำให้ตัวเองกับเพื่อนต้องวิ่งหนี ทั้งนี้ในส่วนการดำเนินคดีปล่อยให้ตำรวจทำหน้าที่ไป จะติดตามคดีตลอดพร้อมทั้งแต่งตั้งทนายความมาดูแลคดีนี้ด้วย

ด้านทนายความของเหลือเฟือ มกจ๊ก กล่าวว่า ต้องรอพนักงานสอบสวบรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงในคดีว่า จะสรุปเป็นอย่างไร และจะมีอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่