เตือนภัย! โดนกรีดรถในห้างดัง ผู้เสียหายเผย “ห้างบอกมีกล้องแต่ไม่มีสาย”

สาวโพสต์เตือนภัย! โดนกรีดรถในห้างดัง อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เผย “ห้างบอกมีกล้องแต่ไม่มีสาย”

วันนี้ (8 มิ.ย.60) สมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่งได้โพสต์เรื่องราวของตัวเองเพื่อเตือนภัยผู้คนในสังคม หลังถูกกรีดรถในห้างชื่อดัง  โดยผู้โพสต์ระบุว่า ตนและสามีได้ขับรถจอดส่งของที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

หลังจากทำธุระเรียบร้อยและกลับมายังจุดจอดรถก็ได้พบว่า รถของตนถูกกรีดเป็นรอยยาว หลังเกิดเหตุจึงติดต่อทางห้างฯเพื่อขอดูกล้องวงจรปิด หวังจะหาตัวผู้ก่อเหตุได้ แต่ทางห้างฯแจ้งว่ากล้องเสีย มีเพียงตัวกล้องแต่ไม่มีสาย

รายละเอียดที่ทางผู้โพสต์ระบุมีดังนี้

ทหารบุกค้นร้านจำหน่ายไม้หอม ญาติของอดีตที่ปรึกษา “รมว.สาธารณสุข”

ทหารค้นร้านจำหน่ายไม้หอมญาติของอดีตที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข และอีกหลายจุดรวมอีก 5 จุด ในอำเภอแม่สอด

หน่วยทหารจากมณฑลทหารบก ( มทบ.) ที่ 310 จังหวัดตาก และหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 อ.แม่สอด พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด อ.แม่สอด จ.ตาก นับ 100 นาย ได้กระจายกำลัง ไปตรวจค้นตามจุดต่าง ๆ ในพื้นที่อำเภอแม่สอดตามนโยบายของหน่วยเหนือ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

โดยจุดแรกได้ ตรวจค้นร้านจำหน่ายไม้หอม และเครื่องเทศ ซึ่งเป็นญาติของนายอดิศักดิ์ อัสมิมานะ อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวิทยา บูรณศิริ สมัยรัฐบาลพรรคเพื่อไทย อยู่ด้านหน้าโรงพยาบาลแม่สอด ซึ่งมีกำลังทหารเข้าไปตรวจค้นหน้าบ้าน หลังบ้าน ซึ่งบ้านอยู่ภายในรอบรั้วเดียวกัน และบ้านนักธุรกิจชื่อดัง บนถนนศรีพานิช มีนายสุวิทย์ คามณีวงศ์ เป็นเจ้าของบ้าน และพ่อค้า รวมทั้งอดีตผู้บริหารท้องถิ่น ออกมาพูดคุยกับเจ้าหน้าที่

โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นภายในบ้านอย่างละเอียด และอีก 2 จุดคือ มีกำลังทหารไปตรวจค้น ที่หมู่บ้านแม่สอด วิลล่า ถนนอินทรคีรี ตำบลแม่สอด ซึ่งเป็นเป้าหมายเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด และยังมีท่าขนส่งสินค้าไปเมียวดี ของเสี่ยกวง นักธุรกิจชื่อดังคนหนึ่งของแม่สอด ซึ่งเป็นคลังสินค้ารถยนต์จากญี่ปุ่น มือ 2 และจักรยาน มือ 2 รวมทั้งการขนส่งสินค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสินค้า ต่าง ๆ ถึงที่มา เนื่องจากท่าขนส่งสินค้าดังกล่าว อยู่ตรงข้ามกับเขตอิทธิพลของ ชนกลุ่มน้อยกะเหรี่ยง ชายแดนไทย เมียนมา สำหรับจากการตรวจค้นในวันนี้ยังไม่ทราบผลการตรวจค้นแต่ประการใด

ผู้คนเชียงใหม่กินทุเรียนวันละเกือบ 8 ตัน เทศบาลเก็บเปลือกทำปุ๋ยหมักแจก

พบผู้คนเชียงใหม่กินทุเรียนเฉลี่ยวันละเกือบ 8 ตัน เทศบาลนครเชียงใหม่ ต้องเก็บเปลือกไปทำปุ๋ยหมักแจกชาวบ้าน

แฟนเพจเฟซบุ๊กที่ชื่อว่า “เขาว่าเชียงใหม่” ได้โพสต์รูปภูเขาเปลือกทุเรียน ที่นำกองสุมขนาดใหญ่บริเวณจุดทำปุ๋ยของเทศบาลนครเชียงใหม่ พร้อมกับโพสต์ข้อความระบุว่า เขาว่า…คนเชียงใหม่ กินทุเรียนวันละกว่า 4 ตัน !!!

นายชาตรี เชื้อมโนชาญ รองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน พฤษภาคม-สิงหาคมของทุกปี คาดการณ์กันว่า แต่ล่ะวันในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงใหม่ จะมีการบริโภคทุเรียนประมาณ 8 – 9 ตัน (น้ำหนักทุเรียนทั้งลูกรวมน้ำหนักทั้งเปลือกและเนื้อทุเรียน) และปัญหาคือขยะจากเปลือกทุเรียน 4-5 ตันต่อวัน คิดเป็น 50 % เทศบาลนครเชียงใหม่ได้เก็บเปลือกทุเรียนจากตลาดร้านค้า และเปลือกทุเรียนอีกประมาณ 3-4 ตัน คิดเป็น 40 % จะถูกทิ้งจากขยะครัวเรือนของผู้บริโภคเอง

หากรวมปริมาณขยะเปลือกทุเรียนแล้วจะมีปริมาณไม่ต่ำกว่า 8 ตันต่อวัน ดังนั้นเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้หาวิธีการลดปริมาณขยะมูลฝอย เศษวัสดุเหลือใช้จากผลผลิตทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นเปลือกทุเรียน ,ลูกมะพร้าว และเศษสับปะรด ก็นำมาเข้าสู่กระบวนการผลิตเป็นปุ๋ยหมักอินทรีย์ ที่บริเวณหลังสวนหลวงล้านนา ร.9 เมื่อได้ปุ๋ยหมักก็จะนำไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชน และใช้ในหน่วยงานของเทศบาลเชียงใหม่ อีกด้วย

ด้านนางสุภัค ดวงใหญ่ แม่ค้าผลไม้ในตลาดเมืองใหม่ เปิดเผยว่า ปีนี้ผลผลิตทุเรียนมีมากกว่าปีที่ผ่านมากว่า เท่าตัวเนื่องจากทุเรียนได้รับความนิยมจากทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวจีนจะชื่นชอบทุเรียนมาก ซึ่งทุเรียนที่ออกช่วงนี้จะเป็นทุเรียนจากภาคตะวันออก โดยตนรับซื้อถึงที่มาจำหน่ายวันล่ะ 4 ตันเพิ่มจากปีที่ผ่านมา 2 ตัน นำมาขายปลีกกิโลกรัมล่ะ 70-80 บาท บางร้านเกรดสวย 80-100 บาท