พังงาฝนหนัก ท่วมถนนเพชรเกษมตะกั่วป่า-ภูเก็ต เตือน3อำเภอเฝ้าระวัง

พังงาฝนหนักน้ำไหลท่วมถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า – ภูเก็ต จังหวัดแจ้งเตือน3อำเภอเฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลาก

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเมฆาตะกั่วป่า จ.พังงา ได้อำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมนำกรวยไปตั้งแจ้งเตือน ประชาชนที่สัญจร บนถนนเพชรเกษมสายตะกั่วป่า – ภูเก็ต บริเวณ หมู่ 7 ต.บางนายสี อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา หลังจากฝนตกหนักตลอดทั้งวันทำให้น้ำ เอ่อล้นไหลท่วมถนนสูงประมาณ 30 – 40 เซนติเมตร ระยะประมาณทาง 500 เมตร

ทำให้การจราจรติดขัดเป็นทางยาวเนื่องจากรถเล็กสัญจรด้วยความยากลำบากประกอบเป็นช่วงที่โรงเรียนเลิกมีรถรับส่งนักเรียนวิ่งผ่าน ซึ่งบริเวณที่มีน้ำท่วมพบว่าสีน้ำมีสีขุ่นเหลือง ไหลผ่านถนนรถที่สัญจรต้องชะลอความเร็วและวิ่งช้า ๆ หวั่นเกิดอันตราย

อย่างไรก็ตามจุดตรงนี้พบว่าเมื่อช่วงฝนตกหนักจะเกิดน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำจากสภาพน้ำรอการระบายลงท่อ ขณะนี้ทางจังหวัดพังงาได้แจ้งเตือนให้ประชาชนในพื้นที่ 3 อำเภอ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคนถล่ม ในพื้นที่ อ.ท้ายเหมือง อ.ตะกั่วป่า และ อ.คุระบุรี หลังจากในพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกันพร้อมให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยที่ราบลุ่ม เชิงเขา เฝ้าติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นสามารถแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เลขา ป.ป.ส. ยันพบข้อมูล “เปรี้ยว” พัวพันค้ายาข้ามชาติ

เลขา ป.ป.ส. ยันพบข้อมูล “เปรี้ยว” พัวพันค้ายาข้ามชาติ แต่ขอเวลารวบรวมหลักฐานให้ชัดเจน

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. เปิดเผย กรณี น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว และพวกอีก 2 คน ที่มอบตัวหลังก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ แอ๋ม สาวคาราโอเกะ ว่า

จากการสืบสวนและพยานหลักฐานยังยืนยันว่า น.ส.ปรียานุช เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ แต่ที่ตำรวจสอบปากคำ น.ส.ปรียานุช ยังคงให้การปฏิเสธ ก็เป็นสิทธิที่กระทำได้ ซึ่ง ป.ป.ส. อยู่ระหว่างขอข้อมูลและหลักฐานบางอย่างจาก ป.ป.ส.เมียนมา เพื่อนำมาสนับสนุนข้อมูลที่มีอยู่ โดยยังไม่สามารถเปิดเผยหลักฐานดังกล่าวได้

สำหรับ นายเก้า หรือ นายธวัชชัย อ้อมชมภู ที่มีกระแสข่าวว่าเป็นผู้ช่วยเหลือพากลุ่ม น.ส.ปรียานุช หลบหนีขณะอยู่ทางฝั่งเมียนมานั้น เลขา ป.ป.ส. ระบุว่า นายเก้า เป็น 1 ใน 18 หมายจับที่ส่งให้ตำรวจเมียนมาช่วยจับกุม และได้ประชุมแลกเปลี่ยนหมายจับแล้ววันนี้

ขณะที่ พ.อ.ฉ่วย นาหม่อง ผู้อำนวยการส่วนปราบปรามยาเสพติด ป.ป.ส.เมียนมา ยืนยันว่าหลังทราบข่าวการหลบหนีคดีเข้าประเทศเมียนมาของ น.ส.ปรียานุช ก็ได้นำกำลังกดดันอย่างหนัก กระทั่ง น.ส.ปรียานุช ตัดสินใจเข้ามอบตัว และได้ส่งมอบให้กับทางการไทย

ผบ.ตร.สั่งตั้งกรรมสอบ ตำรวจ 90 นาย ชุดจับกุม “เปรี้ยว” ร่วมจับกุมจริงหรือไม่

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงรายชื่อตำรวจชุดจับกุม “เปรี้ยว” ผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพ 90 นาย ร่วมจับกุมจริงหรือไม่ตามที่มีผู้ร้องเรียน

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่ นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบรายชื่อตำรวจกว่า 90 นายที่ปรากฏในบันทึกการจับกุม น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว กับพวกผู้ต้องหาคดีฆ่าหั่นศพ ว่าร่วมจับกุมจริงหรือไม่ โดยเป็นการสั่งให้ตรวจสอบเพื่อเตรียมตอบข้อสงสัยตามที่มีผู้ร้อง

พร้อมกันนี้ ยังให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพถ่ายผู้ต้องหาฆ่าหั่นศพคู่กับตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์ จนมีคำสั่งโยกย้าย พ.ต.ท.ฤทธิไกร กะระกล รองผู้กำกับการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย และ ร.ต.อ.ธวัชศิลป์ บุญตันหล้า รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย มาช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 5 เนื่องจากมีเหตุให้สงสัยว่าเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งสั่งการให้รายงานผลการตรวจสอบภายใน 30 วันตามระเบียบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังยืนยันว่าประเด็นสงสัยเรื่องรายชื่อตำรวจในบันทึกการจับกุม ไม่ใช่สาระสำคัญ และไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีในชั้นศาล รวมถึงไม่ได้มีการนำไปใช้ในการเบิกเบี้ยเลี้ยงเท็จ หรือขอเลื่อนขั้นของข้าราชการตำรวจแต่อย่างใด เพราะที่ผ่านมาในอดีตตนเองก็เคยลงชื่อในบันทึกการจับกุมคดีที่มีตำรวจมากกว่า 100 นายร่วมจับกุมมาแล้ว ถือเป็นขั้นตอนการปฏิบัติของตำรวจในการบูรณาการร่วมกันหลายหน่วย เช่นเดียวกันกับคดีนี้ ที่มีรายชื่อประกอบไปด้วยผู้บังคับบัญชาเป็นฝ่ายอำนวยการ มีหน้าที่สั่งการ กับชุดจับกุมอีกประมาณ 40 นายเท่านั้น