บาห์เรน-อียิปต์-UAE-ซาอุฯ ประกาศตัดความสัมพันธ์กาตาร์

ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี)และบาห์เรน ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์

สำนักข่าวจากต่างประเทศรายงานว่า ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์(ยูเออี)และบาห์เรน ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ โดยกล่าวหาว่าเป็นประเทศที่ทำลายเสถียรภาพในภูมิภาค ด้วยการสนับสนุนกลุ่มที่เรียกตัวเองว่ารัฐอิสลาม หรือ กลุ่มไอเอส

การตัดสัมพันธ์ทางการทูตครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องจาก ปัญหาพิพาทในประเด็นที่ว่ากาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มภราดรภาพมุสลิม องค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองของมุสลิมที่เก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก กลุ่มรัฐอิสลาม กลุ่มอัลกออิดะห์ พร้อมทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์แนวคิดและกิจกรรมของกลุ่มหัวรุนแรงเหล่านั้นผ่านสถานีโทรทัศน์อัลจาซีเราะห์ โดยมีเป้าหมายเพื่อทำลายเสถียรภาพในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งกล่าวหารัฐบาลกาตาร์ว่าสนับสนุนเป้าหมายทางการเมืองของอิหร่าน คู่อริของรัฐมุสลิมส่วนใหญ่ในตะวันออกกลาง พวกเขาเปิดโอกาสให้พลเมืองชาวกาตาร์มีเวลา 2 สัปดาห์ที่จะเดินทางออกจากประเทศของพวกเขา

นอกจากนี้กาตาร์ยังถูกขับออกจากพันธมิตรอาหรับที่มีซาอุดิอาระเบียเป็นแกนนำในการสู้รบกับกลุ่มติดอาวุธในเยเมน คาดว่าปัญหานี้จะมีผลต่อเศรษฐกิจทันที

CR:Reuters

“เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้” เข้าคุกแล้ว แยกคุมขังตามระเบียบ

“เปรี้ยว-เอิร์น-แจ้” เข้าคุกแล้ว ผบ.เรือนจำขอนแก่น ระบุต้องแยกคุมขังผู้ต้องหาคดีเดียวกัน ตามกฎระเบียบ รอง ผบช.ภ.4 ยืนยัน พยานหลักฐานเอาผิดผู้ต้องหาได้ทั้งหมด แม้จะให้การปฎิเสธในชั้นศาลก็ตาม

ที่ เรือนจำกลาง จ.ขอนแก่น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้นำตัวผู้ต้องหาหญิงทั้งหมดนำส่งให้กับแดนแรกรับ ซึ่งในรถคันดังกล่าวนี้นั้นได้ทำการควบคุมตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือ เปรี้ยว น.ส.กวิตา ราชดา หรือ เอิร์น และ น.ส.อภิวันทน์ สัตยบัณฑิต หรือ แจ้ ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่ สภ.เขาสวนกวาง ควบคุมตัวมาขออำนาจศาลฝากขังผัดแรก 12 วันจากการร่วมกันก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม โดยมีนายวีรชัย เพชรรัตน์ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางขอนแก่น คอยกำกับควบคุมดูแลให้เป็นไปตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์อย่างเข้มงวด

นายวีรชัย กล่าวว่า ผู้ต้องหาใหม่ทั้ง 3 คนจะต้องถูกปฎิบัติเช่นเดียวกันกับผู้ต้องขังใหม่คนอื่น ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยเมื่อเดินทางมาถึงจะเข้าในพื้นที่แรกรับ ทำการตรวจร่างกายและทรัพย์สินโดยเจ้าหน้าที่หญิง ซึ่งหากมีของมีค่าหรือทรัพย์สินต่างๆ จะถูกจัดเก็บไว้โดยเจ้าหน้าที่ จากนั้นจะเข้ารับการแสกนร่างกายอย่างละเอียด การตรวจสอบร่างกาย การพบจิตแพทย์ และรับประทานอาหารเย็น

ซึ่งเรือนจำฯได้จัดเตรียมไว้ให้สำหรับผู้ต้องขังรายใหม่และผู้ต้องขังที่เสร็จสิ้นกระบวนการทางศาลอยู่แล้ว จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนของการทำประวัติผู้ต้องขังใหม่ ซึ่งเมื่อหมดขั้นตอนดังกล่าวแล้ว และจะส่งตัวให้กับแดนหญิง ซึ่งเป็นที่พักของผู้ต้องหาหญิงทั้งหมด โดยผู้ต้องขังทั้ง 3 ที่เข้ามาใหม่นี้นั้นจะถูกแยกการคุมขังออกจากกัน ซึ่งเป็นวิธีปฎิบัติของการควบคุมตัวผู้ต้องหาหากเป็นคดีเดียวกัน และคดีนี้มีผู้ต้องขังหญิงทั้งหมด 4 คนที่ถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำแห่งนี้ ซึ่งได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำแดนหญิงดำเนินการอย่างรัดกุม

ด้าน พล.ต.ต.ธนาศักดิ์ ฤทธิเดชไพบูลย์ รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า การควบคุมตัว 3 ผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพวันนี้ทั้งหมด 7 จุด เริ่มจากรีสอร์ทที่ใช้ในการหั่นชำแหละศพ จุดที่ 2 ที่ร้านสะดวกซื้อบริเวณสี่แยกตลาดโนนทัน เขตเทศบาลนครขอนแก่น จุดที่ 3 ที่ร้านจำหน่ายวัสดุก่อสร้างห่างจากร้านสะดวกซื้อ 500 เมตร จุดที่ 4 ร้านจำหน่ายสินค้าทั่วไป ตรงข้าม ร.ร.เทศบาลบ้านโนนทัน จุดที่ 5 บริเวณริมถนนปากทาง ซ.หน้าเมือง 3/1 จุดรับผู้ตาย จุดที่ 6 จุดที่ผู้ต้องหาทิ้งเลื่อยที่ใช้ในการก่อเหตุ จุดที่ 7 คือจุดที่ทิ้งศพ ที่ผู้ต้องหาทุกคนได้ร่วมกันขุดหลุม นำศพลงฝังเพื่ออำพรางคดี

ขั้นตอนจากนี้ไปคือการสรุปสำนวนคดีเพื่อสั่งฟ้องให้กับอัยการ โดยในขณะนี้ทุกคนจะต้องถูกคุมขังที่เรือนจำกลางขอนแก่น และทัณฑสถานบำบัดพิเศษขอนแก่น ตามการขออำนาจศาลฝากขังในช่วงของการสอบสวนรวบรวมพยาน โดยสามารถขออำนาจศาลฝากขังได้ทั้งหมด 7 ฝากๆละ 12 วัน ซึ่งขณะนี้ผู้ต้องหาทั้ง 5 อยู่ในขั้นตอนของการฝากขังผลัดแรก และพนักงานสอบสวนยังคงค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้งหมด

รอง ผบช.ภ.4 กล่าวต่ออีกว่า ในการทำแผนประกอบคำรับสารภาพสาเหตุที่ใส่เสื้อเกาะกันกระสุนให้กับ น.ส.เปรี้ยวนั้นเพราะเป็นผู้ต้องหารายสำคัญ ทำให้ต้องรัดกุมในทุกขั้นตอน อย่างไรก็ตามจากสำนวนการสอบสวน พยานหลักฐาน รวมทั้งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ทั้งหมดยังคงยืนยันว่าพนักงานสอบสวนมีเพียงพอและรัดกุมที่สุดในการเอาผิดกับผู้ต้องหาทั้งหมดได้ แม้จะให้การปฎิเสธในชั้นศาลก็ตาม ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวน ผู้ต้องหาทั้ง 4 คนให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหามีเพียง น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ เป็นผู้ต้องหาคนที่ปฎิเสธที่ทุกข้อกล่าวหา

เสี่ยปานถูกหวย 30 ล้าน! ขอลาบวชตลอดชีวิต หลังอดีตเมียไม่ให้พบลูก

อดีต รปภ. ถูกลอตเตอรี่ 30 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2558 ขอลาบวชตลอดชีวิต หลังถูกกีดกันไม่ให้พบลูก

หลังจากนายยงยุทธ แก้วสวนจิก อดีต รปภ. ถูกรางวัลลอตเตอรี่ จำนวน 30 ล้านบาท เมื่อปี พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา และมีปัญหาขัดแย้งเรื่องการแบ่งทรัพย์สินกับภรรยา จนกลายเป็นข่าวโด่งดัง

ล่าสุด วันนี้ (5 พ.ค.2560) นายยงยุทธ แก้วสวนจิก เปิดเผยว่า หลังมีปัญหากับภรรยาในเรื่องทรัพย์สิน จนต้องแยกทางกันอยู่ โดยภรรยานำลูกชายไปอยู่ด้วย ตนเองมีหน้าที่ส่งเงินค่าเลี้ยงดูเดือนละ 7,000 บาท แต่ขณะนี้ตนเองทราบข่าวว่าอดีตภรรยาได้ย้ายไปทำงานต่างประเทศ ทิ้งลูกชายให้แม่ยายดูแล ตนจึงอยากจะขอรับลูกชายมาอยู่ด้วย แต่ทางฝ่ายภรรยาไม่ยอม ตัดการติดต่อทั้งโทรศัพท์และห้ามไปเจอหน้า

นายยงยุทธ กล่าวอีกว่า ตนเองได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้ลูกชายแล้ว แต่กลับถูกกีดกัน แม้แต่โทรศัพท์ก็ไม่ยอมรับสาย ตนเองน้อยใจอดีตภรรยามาก ที่อุตส่าห์ตั้งใจสร้างบ้านไว้ 5 ห้อง เพื่อให้ภรรยา แม่ยาย และญาติ ๆ มาอยู่ด้วย แต่เมื่อปัญหาเกิดขึ้น ภรรยาที่รับลูกไปอยู่กลับทิ้งลูกให้อยู่กับยาย ไม่ยอมเลี้ยงดูเอง และเมื่อตนอยากขอลูกมาเลี้ยงเองกลับไม่ยอม

โดยตนเองนอนคิดอยู่ 3 คืน จึงตัดสินใจว่าจะขอเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ ในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ วัดชุมพล อ.เมือง จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนในเรื่องทรัพย์สินทุกอย่าง อาทิ วัว รถยนต์ ตนจะนำไปขาย จะเหลือเอาไว้เฉพาะรถกระบะคันที่ป้ายทะเบียนที่ถูกสลาก จะเก็บไว้ให้พี่สาวใช้ และนอกจากที่ดินบางส่วนที่จะขาย และบ้านที่จะให้พี่ชายมาดูแลต่อนั้น ตนได้ทำพินัยกรรมมอบให้ลูกชายทั้งหมด
โดยล่าสุดบน Facebook นายยงยุทธ ได้มีการโพสต์ประกาศชัดเจนเเล้วว่า

“เพื่อนมิตรสหายชาวเฟซครับ ด้วยเกียรติของความเป็นคนของผม เพื่อน ๆ ทุกท่าน ! จะขออโหสิกรรมอนุโมทนาสาธุกับผมหรือไม่ ผมจะขอสละทางโลกเศร้าโศกทุกอย่าง จะขอจากโลกอันวุ่นวายขอออกบวชชดใช้กรรมมิว่าปางเก่ารึปางก่อน ในวันที่ 10 ที่จะถึงนี้ ไปแบบอิสระไร้ห่วง เพราะเมื่อลูกอันเป็นที่รักจักมิโอกาสได้มาอยู่กับผมด้วยเหตุผลที่รู้ ๆ กันอยู่ว่าเขาไม่ให้มาอยู่แล้ว สิ่งที่ผมเพียรรักษามามันไร้ซึ่งความหมาย ผมจึงขอยอมสละทุกอย่างที่ผมมี เพื่อขอเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ แต่จักให้ญาติรักษาและดูแลแทนจนกว่าจะถึงเวลาที่ผู้สืบสกุลจะมารับช่วงต่อเมื่อถึงเวลา คือลูกชายคนเดียวที่ผมมี

วันที่ 9 ผมจะออกเดินทางไปจังหวัดอยุธยา พอดีมีญาติของน้าที่จะบวชวันที่ 10 ผมคิดมาหลายคืนจนนอนไม่หลับ และได้ตัดใจแล้ว หากมาดแม้นว่า!…เพื่อนมิตรสหายชาวเฟซจะอนุโมทนาบุญร่วมหนุนส่งหรืออยู่ใกล้ อยากเมตตราผมหรืออยากไปร่วมก็ขอเชิญได้นะครับ พิกัด ณ.วัดชุมพล เมืองพระนครศรีอยุธยา วัดธรรมยุทธ ก็ขอนับเป็นเกียรติอย่างสูงนะครับ จึงเรียนมา ณ.โอกาสนี้ ส่วนเรื่องการลาสิกขานั้น อยู่ที่บุญบวชครับ หากไม่มีเหตุบ่วงห่วงจนผ้าเหลืองร้อน ก็จะขอรับใช้กรรมต่อไป และนับจากวันนี้เป็นต้นไป ผมจะเก็บตัวไม่ออกไปไหน จนกว่าจะถึงเวลาเดินทาง สู่สายทางธรรม ขอความสุขสวัสดีจงมีแด่มิตรสหายของข้าพเจ้าทุกคน นับเป็นเกียรติ์ที่ได้พูดคุยและรู้จัก”