ตชด.237 ยึดกัญชา กว่า 1,000 กก.มูลค่า 20ล้าน

ตชด.237 ไชยบุรี ท่าอุเทน นครพนม ยึดอีกกัญชา กว่า 1,000 กก.มูลค่า 20ล้าน

ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ว่าที่ ร.ต ภูมิศักดิ์ ขำปู่ นายอำเภอท่าทุเทน จ.นครพนม พร้อมด้วย พ.ต.อ.สิปปนันท์ สรณ์คุณแก้ว ผกก.ตชด. 23 พ.ต.อ.ธานัท จิราธนะกุลผกก.สภ.ท่าอุเทน พ.ต.ต.ศักดิ์ชัย บุญภิโย ผบ.ร้อย ตชด.237 น.ท.กริช กองศรี หัวหน้าสถานีเรือนรข.อ.บ้านแพง

ร.ท.ประวิทย์ อุ่นกระโทก ผู้บังคับหมวดชุดเฉพาะกิจ กองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ร.อ วรยุทธ คำสี ผบ.ร้อย ทพ.2107 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นรข. ฝ่ายปกครอง ชุดปราบปรามยาเสพติด แถลงการณ์ตรวจยึดกัญชาล็อทใหญ่ จำนวน 1,000 แท่ง น้ำหนักแท่งละ ประมาณ 1 กิโลกรัม ซีนด้วยพลาสติก รวมน้ำหนักประมาณ 1,000 กิโลกรัม

โดยการตรวจยึดครั้งนี้ มีชาวบ้านแจ้งว่า พบกระสอบบรรจุสิ่งของต้องสงสัย วางอยู่ บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านนาหนองบก หมู่ 4 ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม จึงเข้าตรวจสอบ นับได้จำนวน 25 กระสอบ ตรวจสอบภายในบรรจุกัญชาอัดแท่ง รวม 1,000 กิโลกรัม แต่ไม่พบเจ้าของ จึงยึดเป็นของกลางมาตรวจสอบ

เบื้องต้นจากการตรวจสอบเชื่อว่า กัญชาดังกล่าว ได้มีการลักลอบ นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่วนใหญ่จะมีการลำเลียงแบบกองทัพมด นำเข้าทางเรือหางยาว ก่อนนำมาพักไว้ตามแนวริมแม่น้ำโขง เพื่อรอการลำเลียงขนส่งต่อไปขาย ตอนในของไทย ซึ่งมีราคาซื้อขายตามแนวชายแดนประมาณกิโลกรัมละ 5,000 บาท เมื่อส่งถึงตอนในของประเทศจะมีราคาสูง ประมาณกิโลกรัมละ 10,000 – 20,000 บาท ส่วนกัญชาครั้งนี้ มีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท

ศาลไม่ให้ประกันตัว 3 ผู้ต้องหาฆ่า “น้องแอ๋ม” ส่งเข้าเรือนจำแล้ว

ศาลจังหวัดขอนแก่นไม่ให้ประกันตัว 3 ผู้ต้องหาฆ่า “น้องแอ๋ม” ส่งเข้าเรือนจำแล้ว ขณะ ตร. มีเวลา 84 วัน ส่งหลักฐานให้อัยการสั่งฟ้อง

พ.ต.ท.ศุภฤกษ์ สุวรรณราษฎร์ รองผกก.สภ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า หลังจากตำรวจพาตัว 3 ผู้ต้องหา ในคดีร่วมกันฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา กลิ่นจุ้ย หรือ น้องแอ๋ม มาขออำนาจศาลฝากขังผลัดแรก เป็นเวลา 12 วัน

ล่าสุดศาลจังหวัดขอนแก่นพิจารณาแล้วมีคำสั่งไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย และทางตำรวจได้คุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปส่งยังเรือนจำกลางจังหวัดขอนแก่นแล้ว ส่วนในเรื่องทางคดีนั้น ทางพนักงานสอบสวนมีเวลา 84 วัน ตามกฎหมายกำหนด เพื่อรวบรวมพยาน หลักฐาน ข้อมูล ทั้งหมด เสนอต่ออัยการจังหวัดขอนแก่น เพื่อส่งฟ้องตามกระบวนการต่อไป

พบ ! หลักฐานเพิ่มเติมจาก บิว ‘หัวหน้าทีมฆ่าสามเณรปลื้ม’

ตำรวจเมืองคอน นำหมายบุกค้นบ้าน  “บิว” หัวหน้าแก๊งสุดเหี้ยม ฆ่าฝังศพสามเณรปลื้ม เจอของกลางเอกสารต่างๆ ของวัด สมุดบัญชีธนาคารของวัดเป็นจำนวนมากและตู้เซฟ ถูกอายัดไว้ตรวจสอบ

วันนี้ 5 มิถุนายน 2560 เมื่อเวลา 12.00 น.  “พ.ต.ต.วันชัย สุวรรณรัตน์” (สว.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช) พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวน ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช เลขที่ 173 / 2560 ลงวันที่ 5 มิ.ย.60 ตรวจค้นบ้านเลขที่ 46/21 ซอยศูนย์จักรกล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นบ้านพักของ “น.ส.ปิยฉัตร” หรือ บิว อรุณสกุล อายุ 40 ปี และ นายเด่นชัย หรือ อดีตพระเด่น ภูมินิยม อายุ 36 ปี 2 ใน 4 ผู้ต้องหาฆ่าฝังดิน “นายศุภโชค เอกเกียรติกุล” อายุ 17 ปี หรือ “สามเณรปลื้ม” และเป็น ยังเป็น “หัวหน้าแก๊งมาเฟีย วัดวังตะวันตก” ต.คลัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อไปถึงบ้านพบว่าเป็นบ้านทาวเฮ้าส์ ชั้นเดียว โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เวลาเข้าตรวจค้นประมาณ 1 ชั่วโมง และพบเอกสารต่าง ๆ ของวัดวังตะวันตก เช่นเอกสารเกี่ยวกับการเช่าตึกต่าง ๆ ของวัด ใบเสร็จรับเงินของวัด ใบเสร็จค่าเช่าที่จอดรถของวัด สมุดบัญชีธนาคารชื่อของผู้ต้องหาทั้งสอง และสมุดบัญชีธนาคารของวัดรวมจำนวนกว่า 20 เล่ม โดยมีเงินหมุนเวียนในบัญชีเกือบ 10 ล้านบาท บัตรเอทีเอ็มนับสิบใบ และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับวัดวังตะวันตกอีกจำนวนมาก

เช่น ใบสุทธิของพระในวัด ทะเบียนรถของวัด เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเอกสารสมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มทั้งหมด ใส่กล่องพลาสติกขนาดใหญ่ก่อนยกใส่รถกลับมาตรวจสอบที่ สภ.เมือง นอกจากนี้ยังพบตู้เซฟจำนวน 1 ตู้ วางอยู่ในบ้าน จึงทำการอายัดตู้เซฟ และห้ามมีการเคลื่อนย้ายไปไหนเด็ดขาด

พ.ต.ต.วันชัย สุวรรณรัตน์ สว.สส.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เราตรวจยึดเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัดวังตะวันตก รวมทั้งยึดสมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม เป็นจำนวนมากจากบ้านพักของ น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว จากนั้นตำรวจก็จะนำมาไล่เรียงตรวจสอบเอกสารทีละชิ้นของวัด ว่าทำไมต้องไปอยู่ที่บ้านของ น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว โดยจะตรวจสอบคัดแยกเอกสารอย่างละเอียด จากนั้นก็จะให้ “พระครูพรหมเขตคณารักษ์” ( ชัยสิทธิ์ ) รักษาการเจ้าอาวาสวัดวังตะวันตกคนใหม่ มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

พร้อมทำหนังสือขออายัดบัญชีต่าง ๆ ของวัดวังตะวันตก รวมทั้งบัญชีของ น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว เพื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินว่าได้มาจากไหน และหากตรงไหนเป็นเงินของวัด ก็จะตรวจยึดเอาเงินคืนให้กับวัดทั้งหมดต่อไป ซึ่งตอนนี้ขอเวลาตรวจสอบสักระยะหนึ่งก่อน

ด้าน พล.ต.ต.วันชัย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่า ตอนนี้ตำรวจกำลังดำเนินการตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของ น.ส.ปิยฉัตร หรือ บิว และ นายเด่นชัย หรืออดีตพระเด่นชัย สามี ซึ่งเข้ามาจัดการเรื่องผลประโยชน์ต่าง ๆ ของวัด ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่าที่จอดรถ อาคารพาณิชย์เช่า ซึ่งเป็นที่ของวัดวังตะวันตกจำนวนหลายหลัง และตรวจสอบเส้นทางการเงินด้วยว่าเงินที่ได้มาจากค่าเช่าที่วัด มีการนำส่งวัดหรือไม่ หากไม่ส่งวัด แล้วเงินยู่ที่ใคร ตอนนี้กำลังสืบสวนแกะรอยอยู่

ผู้สื่อข่าว MThai สอบถามว่าเส้นทางการเงินของ น.ส.ปิยฉัตร และนายเด่นชัย  มีมากน้อยแค่ไหน พล.ต.ต.วันชัย ตอบว่ามากพอสมควรทีเดียว เฉพาะบ้านเช่าอย่างเดียวคร่าว ๆประมาณ 80 กว่าหลัง ซึ่งทำสัญญาระยะยาว 30 ปี แต่ตำรวจขอตรวจสอบเอกสารก่อนว่าได้เรียกเงินเรียกทองของบ้านเช่าอย่างไรบ้าง เงินที่ได้มาได้ทำบัญชีส่งเข้าบัญชีวัดหรือเปล่า เอามาใช้ประโยชน์กับทางวัดหรือเปล่าหรือว่าเอาไปใช้อย่างอื่น ใครเอาเงินไปจะตรวจสอบอย่างละเอียด ซึ่งกำลังสอบสวนอดีตเจ้าอาวาส และบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ต้องห่วงเงินทุกบาททุกสตางค์ของวัดจะต้องถูกคืน

ล่าสุดทาง “พระครูพรหมเขตคณารักษ์” ( ชัยสิทธิ์ ) รก.เจ้าอาวาสวัดวังตะวันตก ได้ติดต่อไปยัง พล.ต.อาคม พงศ์พรหม ผบ.มทบ.41 เพื่อขอให้ส่งกำลังทหาร เข้าช่วยเหลือดูแลและจัดระเบียบต่าง ๆ ภายในวัดวังตะวันตก ซึ่ง พล.ต.อาคม เผยว่า ยินดีและพร้อมที่จะส่งทหารเข้าไปช่วยเหลือจัดระเบียบต่าง ๆ ของวัดวังตะวันตก โดยจะทำงานร่วมกับตำรวจ ชาวบ้าน และเจ้าอาวาสคนใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด