เอาใจช่วย! คลินิกเกาหลี ติดต่อศัลยกรรมให้ ‘น้องจูน’ เหยื่อสามีซ้อมเสียโฉม

โซเชียลแห่เอาใจช่วย หลังคลินิกเกาหลี ติดต่อศัลยกรรมให้ ‘น้องจูน’ เหยื่อสามีซ้อมเสียโฉม 

หลายคนคงจำได้ สำหรับกรณีเหตุการณ์สะเทือนใจ การกระทำสุดเหี้ยมโหดของ ร.ต. ภาณุพงศ์ เจริญศรี หรือ หมวดแบงค์ ที่ได้ทำร้าย นางสาวสุกฤตา หรือ น้องจูน อดีตภรรยา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส กะโหลกยุบ สมองบวม เบ้าตาซ้ายแตก หลังโมโหที่ถูกจับได้ว่านอกใจไปหาสาวอื่น เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เธอต้องกลายเป็นคนเสียโฉม

ล่าสุดวันนี้(28 มิ.ย. 60) เฟซบุ๊กเพจ อีจัน ได้โพสต์ภาพอัพเดทชีวิตของน้องจูนว่า ขณะนี้มีคลินิกเสริมความงามที่ประเทศเกาหลี ได้ติดต่อมายังเพจ โดยระบุว่า อยากช่วยเหลือศัลยกรรมใบหน้าน้องจูน ให้กลับมาสวยเหมือนเดิม

ลุ้นให้เธอได้กลับมาสวยเหมือนเดิม มีข่าวดีๆ มาอัพเดทให้ลูกเพจทราบค่ะ ยังจำน้องจูน ที่ถูกสามีทหารทุบหน้า จนเสียโฉม และทุกวันนี้ยังต้องรักษาตัวได้ไหมคะ ตอนนี้มีคลินิกเสริมความงามที่ประเทศเกาหลี ติดต่อผ่านเพจอีจัน อยากช่วยเหลือศัลยกรรมใบหน้าน้องจูน ให้กลับมาสวยเหมือนเดิม คุณหมอที่ประเทศเกาหลี กำลังเช็คดูประวัติการรักษาของน้องจูนที่ผ่านมา คาดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ น่าจะมีข่าวดีแจ้งมาค่ะ ลุ้นๆ เอาใจช่วยน้องจูนนะคะ

หลังจากที่เรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปในโลกออนไลน์ ชาวเน็ตต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นให้กำลังใจน้องจูนเป็นจำนวนมาก

ขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊กเพจ อีจัน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์เหิมหนัก! ใช้เบอร์โทรศัพท์ตำรวจ ลวงประชาชน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เหิมหนักใช้เบอร์โทรศัพท์โรงพักเมืองขอนแก่น ลวงประชาชน ผกก.เตือนอย่าหลงเชื่อ

ที่ สภ.เมืองขอนแก่น ยังคงมีประชาชนจำนวนมากต่างพากันโทรศัพท์เข้ามาสอบถามที่ศูนย์วิทยุ “แก่นนคร 191” ถึงชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจและยืนยันตัวบุคคล หลังพบกลุ่มมิจฉาชีพลักลอบใช้หมายเลขโทรศัพท์ของ สภ.เมืองขอนแก่น คือ 043-221162 และ 043221666 แอบอ้างหลอกลวงประชาชนในลักษณะต่าง ๆ โดยแต่ละวันจะมีประชาชนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามในลักษณะดังกล่าวไม่น้อยกว่าวันละ 100 ราย

จากการตรวจสอบและสอบถามข้อเท็จจริงกับ พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น ระบุว่า เบอร์โทรศัพท์หมายเลข 043-221162 ,043-221666 ซึ่งเป็นเบอร์โทรศัพท์ของ สภ.เมืองขอนแก่น ไม่สามารถที่จะโทรออกไปยังเลขหมายปลายทางได้ เพราะมีไว้สำหรับการรับสายจากประชาชนในการแจ้งเหตุต่าง ๆ เท่านั้น

ซึ่งเจ้าหน้าที่ห้องวิทยุและรับเรื่องที่รับผิดชอบศูนย์วิทยุแก่นนคร 191 ทราบว่า ขณะนี้มีประชาชนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศได้โทรศัพท์เข้ามาสอบถามถึงชื่อตำรวจ และหมายเลขโทรศัพท์ หลังถูกกลุ่มมิจฉาชีพแอบอ้าง เบื้องต้นมีการอธิบายและทำความเข้าใจกับประชาชนในเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น กล่าวว่า ขอฝากเตือนประชาชนกรณีพบเห็นหมายเลขโทรศัพท์ทั้ง 2 หมายเลข โทรติดต่อไป ขอยืนยันว่า ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น แต่เป็นการกระทำของกลุ่มมิจฉาชีพ เพราะหมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าวมีไว้รับสายแจ้งเหตุอย่างเดียว เท่านั้น โดยหากมีผู้ที่หลงเชื่อจนเกิดความเสียหายขึ้น สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่หรือแจ้งที่ สภ.เมืองขอนแก่นได้ทันที

เพจดังจวกยับ!! ถนนคอนกรีตเน่า ๆ อบต.คุระ พังงา แต่ใช้งบถึง 7.7 ล้าน

ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้านจวก ถนนคอนกรีตใช้งบ 7.7 ล้าน ของ อบต.คุระ พังงา สร้างเสร็จเพียงปีครึ่ง สภาพพื้นถนนเกิดการทรุดตัวแล้ว 

วันนี้ (28 มิ.ย.60) เป็นเรื่องราวที่ผู้คนต่างพากันวิพาษ์วิจารณ์อยู่ในขณะนี้ หลังจากแฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน โพสต์ภาพพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งบประมาณ 7.7 ล้าน ในการสร้างถนนคอนกรีตสายท่าอินเนีย บนพื้นที่เกาะทุ่งนางดำ หมู่ที่ 5 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา  ขณะนี้สภาพถนนกลับเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งทางเพจดังกล่าวระบุว่า ถนนเส้นนี้มีรถสัญจรไปมาไม่มากนัก สำหรับโครงการนี้เป็นของ อบต.คุระ เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 กำหนดเสร็จ 7 เดือน สร้างเสร็จเพียงปีครึ่ง สภาพพื้นถนนเกิดการทรุดตัวแล้ว

รายละเอียดที่ทางแฟนเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน ระบุมีดังนี้ …

การก่อสร้างถนนหนทางบ้านเรามีอะไรแปลก ๆ ให้เห็นอยู่เรื่อย อย่างถนนคอนกรีตสภาพเน่า ๆ เส้นนี้ใช้งบไป 7.7 ล้าน เพิ่งสร้างเสร็จเพียงปีครึ่ง สภาพพื้นถนนเกิดทรุดตัว แผ่นปูนแตกเป็นแนวยาว เนื้อคอนกรีตเปื่อยหลุดร่อนตลอดทั้งสาย ทั้งที่แทบไม่มีการใช้ถนน เนื่องจากเกาะทุ่งนางดำมีบ้านเรือนไม่กี่หลัง รถยนต์นับคันได้ไม่ถึงสิบ

ถนนเส้นที่ว่าเป็นถนนคอนกรีตสายท่าอินเนีย บนพื้นที่เกาะทุ่งนางดำ หมู่ที่ 5 ต.คุระ อ.คุระบุรี จ.พังงา โครงการของ อบต.คุระ เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 กำหนดเสร็จ 7 เดือน ตัดถนนคอนกรีตกว้าง 4 เมตร หนา 15 เซนติเมตร ยาว 2.5 กิโลเมตร พร้อมไหล่ทางทั้งสองข้างกว้าง 0.5 เมตร งบประมาณ 7,782,000 บาท สภาพผลงานที่ฟ้องตัวเองว่าเป็นการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานทั้งการบดอัดถนน อัตราส่วนผสมของคอนกรีตไม่ถูกต้อง จนถึงเรื่องข้อมูลทางลึกที่ทราบว่ามีการเอาทรายทะเลมาใช้งาน

มีข้อมูลบางอย่างที่ต้องส่งไม้ต่อหน่วยงานตรวจสอบหาข้อเท็จจริง คือ ข้อสังเกตเกี่ยวกับค่าขนส่ง เนื่องจากพื้นที่ก่อสร้างเป็นเกาะการลำเลียงวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ต้องขนส่งด้วยแพขนานยนต์ ข้อมูลจากแบบ BOQ หรือ ปร.4 มีค่าขนส่งทางทะเลอยู่ 900,000 บาท คิดค่าขนส่งที่น้ำหนัก 100 ตัน จำนวน 36 เที่ยว เที่ยวละ 25,000 บาท แต่จากการตรวจสอบพื้นที่ราคาขนส่งอยู่ที่เที่ยวละ 10,000 บาท คิดรวม ๆ กับค่าอื่น ๆ ตกแถวสี่แสนกว่าบาท และขนจริงไม่ถึง 36 เที่ยว