หนุ่มยาริสหัวร้อน ใช้ไม้เบสบอลฟาดกระบะ เข้ามอบตัวแล้ว อ้างป้องกันตัว!!

มอบตัวแล้ว หนุ่มยาริสหัวร้อนใช้ไม้เบสบอลฟาดกระจกรถกระบะ หลังเกิดเหตุเฉี่ยวชน อ้างป้องกันตัว ก่อนร้องให้คู่กรณีร่วมรับผิดชอบด้วย  

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้าง หลังมีหนุ่มขับรถยาริสใช้ไม้เบสบอลฟาดไปที่กระจกรถกระบะ จากนั้นได้ขับรถตามไล่ชน จนมีคนได้รับบาดเจ็บ เหตุไม่พอใจที่ขับรถเฉี่ยวชนกันบนถนนนั้น (อ่านข่าว : หนุ่มเลือดร้อน คว้าไม้เบสบอลทุบรถคู่กรณี ฉุน!เฉี่ยวชนกันบนถนน)

วันนี้ (28 มิ.ย. 60)  นายนิอับดุลอาชิส มิเงาะ ผู้ก่อเหตุได้เดินทางพบพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว โดยนายนิอับดุลอาชิส เผยว่าก่อนเกิดเหตุรถของเขากับคู่กรณีได้มีการเฉี่ยวชนกันบนถนน จากนั้นตนได้ลงจากรถและหยิบไม้เบสบอลไปด้วยเพื่อป้องกันตัวขณะเจรจา เพราะไม่รู้ว่ารถกระบะคู่กรณีมีอะไรอยู่หรือไม่ เนื่องจากติดฟิล์มดำ จากนั้นรถกระบะพยายามจะขับหนี ตนจึงตัดสินใจใช้ไม้พาดไปที่กระจกจนแตกเพื่อให้รถหยุด แต่เขากลับไม่หยุดและหนีไป ตนจึงตัดสินใจขับรถไล่ตามและปาดหน้าจนเกิดเหตุดังกล่าวขึ้น

ซึ่งหลังเกิดเหตุตนได้ยกมือไหว้ขอโทษคนขับรถกระบะ เพราะไม่รู้ว่ามีลูกอยู่ในรถด้วย ส่วนเรื่องค่าเสียหายหลังจากนี้ ต้องให้ตำรวจเป็นฝ่ายพิสูจน์ เพราะความจริงรถกระบะมามาชนรถของตนก่อน ตนไม่ได้ไปชนรถกระบะก่อน แต่หากมีข้อพิสูจน์ออกมาว่าเป็นเราประมาท ก็พร้อมยอมรับ ขณะที่รถอีกคันที่เสียหายนั้นตนก็อยากให้เจ้าของรถกระบะมาร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากคน 2 คน จนทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

ใครผิด!! สาวร้องช่วยเหลือ ถูกเจ้าของร้านหมูกระทะขู่ทำร้าย เหตุสั่งของแล้วไม่รับ

ดราม่าสนั่นเน็ต สาวโพสต์ขอเพจดังช่วยเหลือ หลังถูกเจ้าของร้านหมูกระทะขู่ทำร้าย เหตุสั่งของแล้วไม่รับ

วันนี้ (28 มิ.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ข้อความผ่านเพจ Social Hunter เพื่อขอความช่วยเหลือ หลังถูกเจ้าของร้านหมูกระทะขู่ทำร้าย สาเหตุจากการที่เธอสั่งหมูกระทะแล้วไม่รับ โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า

พี่ค่ะ มีเรื่องจะปรึกษาอะค่ะ คือว่าหนูโดนประจานเพราะสั่งหมูกะทะร้านหนึ่ง

คือร้านเขาอยู่ไกลจากบ้านหนูพอสมควร พอหนูโทรไป หนูถามเขาก่อนว่าส่งคลองสามมั้ยค่ะ เขาก็ถามว่ากี่ชุด หนูบอกชุดเดียวค่ะ เขาบอกหนึ่งชุดเหรอ สักครู่นะแล้วก็ตัดสายไป หนูก็คิดว่าเขาจะไม่ส่งให้เพราะแค่ชุดเดียว หนูเลยออกไปกินข้าว พอกลับมาเขาโทรมาหลายสายไม่ได้รับ หนูก็เข้าเฟส แล้วเห็นเค้าโพสต์อะค่ะ  คือปกติ หนูสั่งหมูกะทะ เขาจะถามหมู่บ้าน บ้านเลขที่ แต่เขาไม่ถามแล้วตัดสายไป หนูผิดเหรอค่ะต้องโดนด่าหยาบๆขนาดนี้มั้ย เฟสเขาก็คนติดตามพอสมควร พี่ค่ะ พวกเขาขู่จะมาตบ จะมาลงแขก หนูควรทำไงดีค่ะ

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้น จนกลายเป็นกระแสดราม่าอย่างหนักอยู่ในขณะนี้ บางก็ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นน่าจะเกิดจากการสื่อสารที่ผิดพลาด แต่ก็ควรพูดคุยหารือตกลงกัน ไม่ใช่นำเรื่องมาประจาน ขู่ทำร้าย จนได้รับความเสียหายเช่นนี้

ข้อมูลจาก Social Hunter

พบ ‘เต่ากระ’ โผล่ขึ้นวางไข่ 103 ฟอง ที่เกาะทะลุ

พบ ‘เต่ากระ’ สัตว์ทะเลหายากที่ชายหาดเกาะทะลุ ขึ้นมาวางไข่แล้วถึง 560 ฟองในรอบ 2 เดือน

วันนี้ 28 มิ.ย.60 ผู้สื่อข่าว จ.ประจวบคีรีขันธ์ ได้รับแจ้งจากนายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ว่าที่ชายหาดเกาะทะลุ ต.ทรายทอง อ.บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีแม่เต่ากระขึ้นมาวางไข่บนเกาะทะลุในปีนี้แล้วจำนวน 4 รัง ด้วยกัน จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับนายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี และคณะศึกษาวิจัยจากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดยอาจารย์ ดร.นพดล กิตนะ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา โดยพบว่าไข่เต่ากระทั้ง 4 รัง ยังคงอยู่ในหลุมหน้าบริเวณบ่ออนุบาลเต่ากระ จำนวน 4 หลุม โดยมีถังพลาสติกครอบเอา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ไม่ครบกำหนดที่ลูกเต่าจะแตกรังขึ้นมาจากพื้นทราย

กระทั่งช่วงกลางดึกนายบุญเลิศ เผือกทอง เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ได้แจ้งว่าพบแม่เต่ากระขนาดใหญ่อีก 1 ตัว กำลังเดินขึ้นชายหาดเกาะทะลุบริเวณอ่าวเทียน เนื่องจากกลางดึกที่ผ่านมาเป็นช่วงที่มีน้ำทะเลขึ้นสูงสุด และบริเวณดังกล่าวมืดสนิทไม่มีแสงไฟ

คณะเจ้าหน้าที่ และสื่อมวลชนจึงเดินทางไปซุ่มดูจึงพบว่าแม่เต่าเดินหาจุดวางไข่อยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมง และได้เริ่มขุดทรายแต่ไม่สามารถวางไข่ได้เนื่องจากด้านล่างเป็นชั้นหิน ทำให้แม่เต่าต้องเปลี่ยนจุดวางไข่ ก่อนจะขยับห่างไปจากจุดแรกราว 10 เมตร เมื่อใช้ขาคู่หน้าขุดทรายได้ลึกประมาณ 30-40 เซนติเมตรได้แล้ว แม่เต่าได้เริ่มวางไข่ทันที และใช้เวลาในการวางไข่ราว 30-40นาที จึงสามารถวางไข่ได้ทั้งหมด รวม 103 ฟอง แล้วใช้ขาคู่หลังเกลี่ยทรายมากลบหลุมไข่

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่มูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม ได้ทำการตรวจสอบเลขบัตรประจำตัวสัตว์อิเล็กทรอนิกส์ หรือไมโครชิพ ที่แม่เต่ากระ ซึ่งไม่พบ ทำให้ทราบว่าเป็นแม่เต่าสาวที่เพิ่งขึ้นวางไข่บนเกาะทะลุเป็นครั้งแรก จึงได้ทำการฝังไมโครชิพให้แม่เต่า จากนั้นอาจารย์ ดร.นพดล กิตนะ หัวหน้าภาควิชาชีววิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ทำการเก็บตัวอย่างเลือดของแม่เต่า ซึ่งเป็นข้อมูลที่สำคัญ เพื่อเก็บไว้ใช้สำหรับงานวิจัยในการตรวจวิเคราะห์สุขภาพของแม่เต่า ก่อนจะปล่อยแม่เต่าให้กลับลงสู่ทะเลซึ่งพบว่าแม่เต่าสามารถเดินลงสู่ทะเลได้และว่ายน้ำไปอย่างรวดเร็ว

นายเผ่าพิพัธ เจริญพักตร์ เลขาธิการมูลนิธิฟื้นฟูทรัพยากรทะเลสยาม กล่าวว่า แม่เต่ากระที่ขึ้นมาไข่บนเกาะทะลุตัวล่าสุดเป็นแม่เต่าสาว ยังไม่เคยมีประวัติจึงได้ทำการฝังไมโครชิพเพื่อทำประวัติระบุตัวตน พร้อมทำการเก็บข้อมูลเบื้องต้นโดยได้ทำการวัดขนาดตัวแม่เต่า พบมีความกว้างของกระดองประมาณ 70 เซนติเมตร ยาว100เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 60กิโลกรัม โดยคาดว่าอีกราว 15วัน แม่เต่าตัวนี้จะกลับขึ้นมาวางไข่อีกครั้ง เบื้องต้นได้ตรวจสอบสุขภาพแม่เต่าแล้วพบว่ามีความแข็งแรงสมบูรณ์ดี

ส่วนไข่เต่าที่เห็นก็มีความสมบูรณ์ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ฯมีการย้ายไข่เต่าทั้งหมดจำนวน 103 ฟอง ไปไว้ในพื้นที่เซฟโซนร่วมกับไข่เต่าอีก 4 รังก่อนหน้านี้จำนวน 560 ฟองเพื่อความปลอดภัย เพราะจุดที่แม่เต่าขึ้นวางไข่เสี่ยงต่อการถูกสัตว์มากัดกิน รวมถึงอาจจะถูกน้ำทะเลท่วมถึงทำให้ลูกเต่าตายทั้งหมดได้ โดยในครั้งนี้มีทีมวิจัยฯลงพื้นที่มาเก็บข้อมูลเรื่องเต่ากระด้วย ซึ่งจะทำให้ได้มีข้อมูลทางวิชาการที่เป็นประโยชน์ต่อการอนุรักษ์เต่ากระต่อไปซึ่งนับเป็นปีที่ 7 แล้วที่เต่ากระสัตว์ทะเลหายากได้ขึ้นมาวางไข่ที่ชายหาดเกาะทะลุ หลังจากทางมูลนิธิฯดูแลและอนุบาลจนลูกเต่าแข็งแรงก็จะปล่อยกลับคืนสู่ธรรมชาติในทุกปีอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตามทางมูลนิธิฯได้รายงานให้ทางนายพรชัย จุฑามาศ รองผู้อำนวยการโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้รับทราบแล้ว

ด้านนายวัฒนา พรประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนอุทยานแห่งชาติ สํานักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจัยที่จะทำให้เต่ากระขึ้นมาวางไข่ได้ เต่าจะต้องเลือกก่อนว่าชายหาดก่อนไม่ได้ขึ้นวางไข่ได้ทุกหาด โดยจะเลือกดูเรื่องความลึกของทราย ที่สามารถขุดได้ลึกมากกว่า 30-50 เซนติเมตรได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังมีปัจจัยทางกายภาพเรื่องจุดกำบัง เนื่องจากอุณหภูมิมีผลต่อเพศของเต่า หากอุณหภูมิเกิน 29องศา จะเป็นเพศเมีย

หากต่ำกว่านี้ลูกเต่าจะกลายเป็นเพศผู้ ดังนั้นจะต้องมีพุ่มไม้หรือไม้ป่าชายหาดเป็นจุดกำบังป้องกันอุณหภูมิให้รังไข่เต่าไม่ให้สูงหรือต่ำจนเกินไป ดังนั้นการทำลายป่าชายหาดจึงเป็นการทำลายวงจรสืบพันธุ์ของเต่าด้วย ดังนั้นจุดที่แม่เต่าเลือกวางไข่จึงเป็นจุดที่มีความปลอดภัยสูง และส่วนใหญ่แม่เต่าจะมีสัญชาตญาณจะเลือกกลับมาวางไข่ในจุดที่เกิด หรือจากมาด้วย โดยแม่เต่าจะมีไข่ 3ชุดละ 100-150ฟอง และทยอยวางไข่ห่างกันครั้งละ 15 วัน