‘สมชัย’ หนักใจรีเซ็ตกกต.ไม่กระทบเลือกตั้ง

“สมชัย” หนักใจมติรีเซ็ต กกต. เชื่อ สนช. จะเห็นชอบตามมติ กมธ. ยันจะทำหน้าที่ต่ออย่างเต็มที่ เตรียมการเลือกตั้งให้พร้อมและมีประสิทธิภาพที่สุด ไม่ลาออกก่อน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้รีเซ็ตกรรมการ กกต. ยกชุด ว่า รู้สึกหนักใจในเรื่องดังกล่าว และสถานการณ์ที่มากกว่าที่ตัวเองได้ประเมินไว้ แต่ยังขอบคุณที่ให้กรรมการชุดเดิมรักษาการต่อจนกว่าจะมีชุดใหม่เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 4-6 เดือนจากนี้ หรือประมาณเดือนตุลาคม ซึ่งตลอดเวลาที่เหลืออยู่กรรมการ กกต. จะทำงานอย่างเข้มแข็งในการเตรียมจัดการเลือกตั้งเพื่อให้มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพอย่างดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเรื่องดังกล่าวจะเป็นการออกกฎหมาย ซึ่ง กกต. พร้อมจะปฏิบัติตาม แต่หากมองในแง่เหตุและผล ควรมีเหตุผลที่ดีกว่าการหาบุคคลที่มีคุณสมบัติสูงเท่ากับอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมฉบับใหม่กำหนด เพราะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน มีคุณสมบัติครบถ้วนตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่เชื่อว่า ในวันที่ 9 มิถุนายน สนช. จะมีมติตามที่ กมธ. เสนอ ดังนั้น กกต. จึงต้องเตรียมการส่งมอบงานให้ กกต. ชุดใหม่ และยืนยันว่า จะไม่มีกรรมการ กกต. ลาออกก่อนเพราะน้อยใจอย่างแน่นอน

นายสมชัย ยังกล่าวว่า หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญเสนอซึ่งมีประเด็นเสนอให้รีเซ็ตคณะกรรมการ กกต. ว่า หลังจากที่ สนช. มีมติผ่านวาระ3 แล้ว จะต้องส่งให้มติและร่าง พ.ร.บ.ฉบับสมบูรณ์มาให้ กกต. และศาลรัฐธรรมนูญภายใน 15 วัน เพื่อให้พิจารณาซึ่งส่งสามารถส่งความเห็นแย้งกลับไปได้ภายใน 30 วัน ซึ่งคณะกรรมการ กกต. จะพิจารณาในเนื้อหาอย่างรอบคอบโดยยึดหลักเหตุและผล ความจำเป็น ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัว และไม่ได้ดูเพียงเรื่องคุณสมบัติเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ นายสมชัย ได้กล่าวถึงความกังวลกรณีที่กรรมาธิการศึกษาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้รีเซ็ตกรรมการกกต.ยกชุดจะเป็นมาตรฐานที่ใช้กับองค์กรอิสระอื่นหรือไม่ ว่า ส่วนตัว มองว่า แนวทางดังกล่าวจะใช้กับกกต.เพียงองค์กรเดียว เพราะเป็นองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แม้ว่าการร่างกฎหมายจะต้องเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยยืนยันว่าแม้ว่าจะต้องมีสรรหาคณะกรรมการกกต.ชุดใหม่ จะไม่กระทบต่อการเลือกตั้ง เพราะคณะกรรมการกกต.ชุดใหม่จะมีเวลาเตรียมการเลือกตั้งอีก 1 ปี

พร้อมกันนี้ยังเปิดเผยว่า ภายหลังพ้นตำแหน่งกกต. จะกลับไปทำงานในฐานะเครือข่ายประชาชนเพื่อการเลือกตั้ง หรือ พีเน็ต อย่างเต็มตัว และพลักดันให้พีเน็ตเข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานการเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม

ที่มา… INN

ตำนานฟื้นคืนชีพ ! โนเกีย 3310 รุ่นใหม่ เริ่มวางจำหน่ายแล้วในหลายประเทศ

โนเกีย 3310 รุ่นใหม่ เริ่มวางจำหน่ายแล้วในหลายประเทศ และโนเกียหวังว่าลูกค้าจะยังคงให้การตอบรับที่ดีเช่นเคย

โนเกีย 3310 ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ ที่มีการสั่งจองล่วงหน้า ถูกจำหน่ายจนหมดในวันแรกของการวางจำหน่ายในประเทศฟินแลนด์ เมื่อวันพุธ หลังประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในการวางจำหน่ายที่อังกฤษก่อนหน้านี้

โนเกีย ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านโทรศัพท์มือถือของโลก ได้ขายธุรกิจการผลิตโทรศัพท์มือถือให้แก่ไมโครซอฟท์ เมื่อปี 2557 เพื่อพุ่งเป้าไปที่ธุรกิจด้านอุปกรณ์เครือข่ายโทรคมนาคม

อย่างไรก็ตาม ชื่อของโนเกีย ได้กลับเข้ามายังตลาดโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง ผ่านข้อตกลงการทำสัญญาร่วมกับบริษัท HMD Global ซึ่งบริหารโดยอดีตผู้บริหารของโนเกีย และได้รับการสนับสนุนจาก “ฟ็อกซ์คอนน์” บริษัทด้านอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่จากจีน

โนเกีย 3310 นับเป็นโทรศัพท์มือถือรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเมื่อปี 2543 และเป็น “โทรศัพท์เครื่องแรก” สำหรับใครหลายคน โดยรุ่นที่มีการพัฒนาใหม่นี้ ซึ่งมาพร้อมสีเหลือง แดง น้ำเงิน และเทา ยังคงมี “เกมงู” เช่นเดียวกับเวอร์ชันดั้งเดิม และจำหน่ายในราคาเครื่องละ 49 ยูโร หรือราว 1 พัน 860 บาท

HMD หวังว่า คุณสมบัติต่างๆ เช่น การสามารถใช้คุยได้นานถึง 22 ชั่วโมง และโหมดสแตนด์บาย ที่แบตเตอรี่สามารถอยู่ได้นานถึง 31 วัน จะทำให้โนเกีย 3310 กลายเป็นโทรศัพท์มือถือเครื่องที่ 2 ของใครหลายๆ คน สำหรับผู้ที่ยังคิดถึงโทรศัพท์เครื่องแรก

แผ่นดินไหวพม่า 3.5R ห่าง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน 84กม.

แผ่นดินไหวประเทศพม่า 3.5 ริกเตอร์ ห่าง อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน 84 กม. ไม่กระทบไทย

สำนักเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยารายงานเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2560 เวลา 08.20 น. ตามเวลาประเทศไทย เกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศพม่า ขนาด 3.5 ตามมาตราวัดริกเตอร์ ความลึก 10 กิโลเมตร ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.ปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 84 กม. เบื้องต้นไม่มีรายงานความเสียหาย หรือผลกระทบต่อประเทศไทย