วิจารณ์แซด! ปมสังหาร ‘สามเณรปลื้ม’ เกี่ยวข้องผู้มีอิทธิพลในวัด

ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ตรึงกำลังปิดป้าย “ห้ามเข้าเด็ดขาด” – เฝ้าหลุมฝังศพ “สามเณรปลื้ม” 24 ชั่วโมง 

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 1  มิ.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว MThai ได้รายงานความคืบหน้าว่า หลังเกิดข่าวการ “สังหารสามเณรปลื้มแล้วฆ่าฝังดิน” ณ บริเวณวัดวังตะวันตก ได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ชาวบ้านเป็นจำนวนมากเดินทางเข้ามาดูภายในวัด สถานที่ ๆ ระบุว่าเป็นที่ฝังศพของสามเณรปลื้ม พร้อมกับจับกลุ่มวิพากวิจารณ์ถึงการสังหารฆ่าสามเณรปลื้ม โดยชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าสาเหตุสังหารมาจากที่สามเณรปลื้ม ขโมยเงินของพระลูกวัด ผู้ต้องหาตามที่กล่าวอ้าง แต่การสังหารสามเณรปลื้มอาจมีเงื่อนงำที่ซับซ้อนมากกว่านี้

เนื่องจากเมื่อไม่นานที่วัดวังตะวันตก เคยเกิดเหตุการณ์พระลูกวัดรูปหนึ่ง ถูกชายฉกรรน์และผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งอ้างตัวเองว่าเป็นผู้ดูแลวัดวังตะวันตก ทำร้ายร่างกาย เผาจีวร ข้าวของเครื่องใช้และขับไล่พระออกจากวัด ชาวบ้านจึงตั้งข้อสังเกตว่า  ในวัดวังตะวันตกจะต้องมีมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลดูแลกิจการวัดอย่างแน่นอน และเชื่อว่าสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีส่วนเกี่ยวข้องกันแน่นอน  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังคงควบคุมตัวพระลูกวัดและฆราวาส ผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุฆ่าสามเณรปลื้ม

ขณะเดียวกัน “พ.ต.ท.ธีระพล พุ่มชัย” (สวป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช) พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองนครศรีธรรมราช จัดกำลังตำรวจเฝ้าพื้นที่ พร้อมกั้นเชือกล้อมปิดป้ายบริเวณที่เกิดเหตุ ห้ามผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าอย่างเด็ดขาด และจัดกำลังเฝ้าสถานที่เกิดเหตุตลอด 24 ชั่วโมง

ทรัมป์ ถอนสหรัฐฯ จากข้อตกลงปารีส ที่ร่วมลดภาวะโลกร้อน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงปารีส ซึ่งเป็นข้อตกลงความร่วมมือในการลดภาวะโลกร้อนตามที่เป็นข่าวลือก่อนหน้านี้

วานนี้ 1 มิ.ย. นายโดนัลด์ ทรัมป์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศว่า ตนเองตัดสินใจถอนสหรัฐฯ ออกจากกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพ ภูมิอากาศ หรือ ข้อตกลงปารีส ที่เกิดจากความร่วมมือของ 195 ประเทศที่ลงนามร่วมกันในข้อตกลงฉบับนี้

ทั้งนี้ผู้นำสหรัฐฯ อธิบายถึงสาเหตุที่ตัดสินใจถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงดังกล่าว ว่าเป็นไปตามหน้าที่ที่เคยให้คำมั่นว่าจะปกป้องสหรัฐฯ และชาวอเมริกัน โดยแม้สหรัฐฯ จะถอนตัวจากข้อตกลงปารีส แต่ยังคงเดินหน้าเจรจาเพื่อหวนคืนสู่ข้อตกลงฉบับนี้ หรือข้อตกลงใหม่ซึ่งจะต้องมีเงื่อนไขเป็นธรรมกับสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจครั้งนี้ของทรัมป์สร้างกังวลไปทั่วโลก เนื่องจากนานาชาติพยายามต่อสู้กับปัญหาภาวะโลกร้อน ขณะที่สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดรองจากจีน โดยก่อนหน้านี้นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนก่อนหน้า เป็นผู้ผลักดันข้อตกลงปารีส และเคยให้คำมั่นว่าสหรัฐฯ จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง

เตือนท้าย ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ยังต้องเฝ้าระวังแม้ไม่ระบายน้ำเพิ่ม

สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เตือนเฝ้าติดตามผลกระทบจากอิทธิพลของพายุไซโคลนโมรา ชี้ท้าย ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ยังต้องเฝ้าระวังแม้ไม่ระบายน้ำเพิ่ม

วันที่ 2 มิ.ย. 60 นายสุชาติ เจริญศรี ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 12 ชัยนาท เผยว่ากรมชลประทานยังคงต้องเฝ้าติดตามผลกระทบจากอิทธิพลของพายุไซโคลน “โมรา” (MORA) ที่ทำให้ประเทศไทยยังคงมีฝนตกชุกในภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก อย่างใกล้ชิด

โดยล่าสุดพบว่าปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยา ที่จุดวัดน้ำหน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ วัดได้ 1,022 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่ระดับน้ำที่จุดวัดน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ยังคงทรงตัวอยู่ที่ 16.78 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลางต่อเนื่องเป็นวันที่ 3

ส่วนด้านท้ายเขื่อนยังคงทรงตัวเช่นกัน โดยวัดได้ 10.53 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำ719ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีต่อเนื่องเป็นวันที่3ซึ่งจะส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนตั้งแต่ อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ลงไปจนถึง จ.สิงห์บุรี จ.อ่างทอง และ จ.พระนครศรีอยุธยามีระดับน้ำเปลี่ยนแปลงสูงขึ้นได้อีก 5-10 เซนติเมตร

ดังนั้นพื้นที่ลุ่มต่ำ และพื้นที่เสี่ยงริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยเฉพาะตำบลบางหลวงโดด อำเภอบางบาล และตำบลบ้านกระทุ่ม ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงยังคงต้องเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป