ผวา ! งูเหลือม 2 ตัวเลื้อยเข้าบ้าน – เจ้าของโร่แจ้งกู้ภัยสยบ

 หน่วยกู้ภัยเข้าช่วยจับงูเหลือม ขณะกำลังเลื้อยเข้าบ้านเรือนประชาชนถึง 2 ตัว

เมื่อเวลา 21.45 น. ของวันที่ 27 มิถุนายน 2560  สภ.คลองหลวง รับแจ้งเหตุจากประชาชนขอความช่วยเหลืองูเลื้อยเข้าบ้านเรือนประชาชน ภายในหมู่บ้านศุภลักษณ์ บ้านเลขที่7/71 หมู่ที่7 ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงประสานงานหน่วยกู้ภัยเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบ เป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น รอบบ้านปลูกต้นไม้ครื้มที่บริเวณกระถางต้นไม้ประตูหน้าบ้านพบงูเหลือม ลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร นอนขดตัว ชูคออยู่ เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงใช้ไม้ทำบ่วงก่อนจะคล้องที่ตัวงูและจับเอาไว้ได้ ขณะเดียวกันที่บริเวณรั้วข้างบ้านก็พบงูเหลือมลำตัวเท่ากัน ซึ่งคาดว่าเป็นงูคอกเดียวกันพันอยู่กับเสาเหล็กรั้ว เจ้าหน้าที่จึงใช้บ่วงคล้องและจับกุมตัวไว้ได้ก่อนนำใส่กระสอบเพื่อนำไปปล่อยในที่ห่างไกลบ้านเรือนประชาชน

จากการสอบถาม “นางปานิสรา   สุพิทักษ์” อายุ 45 ปี เจ้าของบ้านเปิดเผยว่าในช่วง 4 – 5 วันมานี้ พบงูเข้ามาอยู่ในบริเวณบ้านบ่อยครั้งเห็นมากสุดถึง 3 ตัว แต่เมื่อแจ้งคนมาจับงูก็จะเลื้อยหายไปกระทั่งวันนี้พบว่า พอตกดึกงูก็เลื้อยออกมาเช่นเดิม จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อประสานหน่วยกู้ภัย  เบื้องต้นสามารถจับงูได้สำเร็จแล้ว

“พิชัย” แจง หลังถูกทหารเชิญตัวปรับทัศนคติ เผย คสช.ขอให้ลดวิจารณ์

“พิชัย” แจง หลังถูกเชิญตัวไปกองทัพภาคที่ 1 เผย คสช.ขอให้ลดวิจารณ์ รับห่วงข้อมูลเศรษฐกิจไม่ตรงความจริง ทำรัฐบาลเดินผิดทาง แนะ นายกฯ รับข้อมูลโดยตรงจากหน่วยงานรัฐ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และแกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่ถูกเชิญตัวไปกองทัพภาคที่ 1 เพื่อให้คำแนะนำทางเศรษฐกิจแก่ทีมเศรษฐกิจของ คสช. นำโดย นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้ทีมเศรษฐกิจ คสช. พยายามจะโน้มน้าวให้เห็นว่าเศรษฐกิจไม่ได้แย่อย่างที่เป็นอยู่

โดยนำตัวเลขเศรษฐกิจและแนวคิดมาแลกเปลี่ยนกัน ทำให้เป็นห่วงเพิ่มขึ้นเพราะว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่ คสช. ได้รับไม่ตรงกับความเป็นจริง และไม่ตรงกับข้อมูลสาธารณะที่หน่วยงานของรัฐประกาศ ซึ่งน่าจะเป็นสาเหตุให้ รัฐบาลและคสช. เข้าใจผิดคิดว่าเศรษฐกิจดี และคิดว่าตนเองโจมตีรัฐบาลและทีมเศรษฐกิจ

ขณะที่ คสช. ยอมรับว่าการส่งออกยังลดลงมาก เพราะในปี 2558 ลดลง 5.78% และถึงแม้จะเริ่มฟื้นแต่ก็ยังไม่ฟื้นเท่าเดิม และก็เห็นตรงกันว่าการเจริญเติบโตที่ 3% กว่าถือว่าต่ำมาก โดยรัฐบาลพยายามจะทำให้โตถึง 5% ซึ่งตนแนะนำว่าก็คงต้องอาศัยการลงทุนเอกชนและการส่งออกให้เพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ นายพิชัย ยังระบุว่า ตนเองได้แสดงความเป็นห่วงเรื่อง พ.ร.บ คอมพิวเตอร์ และ ซิงเกิลเกตเวย์ และไม่อยากให้ประเทศไทยคิดเลียนแบบแนวทางประเทศจีน เพราะจีนมีการพัฒนาที่ดีขึ้นจากเดิม ในขณะที่ไทยจะเป็นการก้าวถอยหลัง ซึ่งจะทำให้ต่างประเทศไม่มั่นใจ

อีกทั้งอยากให้ นายกรัฐมนตรี เปิดใจรับฟังและรับข้อมูลโดยตรงจากหน่วยงานรัฐ เพราะหากข้อมูลสำคัญทีมเศรษฐกิจ คสช. กลับไม่ได้รับและที่ได้รับก็อาจไม่ตรงกับความจริง จะเป็นปัญหาใหญ่ที่จะทำให้แก้ปัญหาไม่ได้ และทำให้ประชาชนลำบาก ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลรถไฟความเร็วสูง ไทย-จีน ด้วย ส่วนที่ คสช. ได้ขอให้ลดการวิพากษ์วิจารณ์ลง ตนเองจึงให้โอกาสทีมเศรษฐกิจรัฐบาลได้ทำงาน หากยังไม่ดีขึ้น ก็ต้องออกมาท้วงติงเพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน

พีอาร์สาวเปิดใจ นาทีลูกค้าปาแก้วใส่ ฉุนให้ดื่มเหล้าแต่ไม่เล่นด้วย

ตร. แจ้งข้อหาแล้ว หนุ่มเมาหัวร้อนปาแก้วใส่พีอาร์สาว หลังไม่พอใจยื่นเหล้าให้ดื่มแต่สาวเจ้าไม่เล่นด้วย 

จากกรณีที่เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้มีโพสต์ภาพและข้อความอ้างว่าถูกชายคนหนึ่งจะเข้ามาต่อยแต่ไม่โดน ก่อนจะปาแก้วเหล้าใส่จนเป็นแผลแตกบริเวณคิ้ว เหตุไม่พอใจที่หนุ่มคนดังกล่าวยื่นแก้วให้ดื่มแต่เจ้าของกระทู้ไม่เล่นด้วยนั้น

วานนี้ (27 มิ.ย. 60) ผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นเจ้าของเพจที่นำเรื่องดังกล่าวมาเผยแพร่ได้เปิดใจ ว่า  ตนเองเป็นพีอาร์อยู่ที่ร้านนี้มาประมาณ 1 ปีแล้ว โดยหน้าที่คือ เทคแคร์ดูแลลูกค้าที่มาเปิดเหล้า ในวันที่เกิดเหตุ (24 มิ.ย. 60) ตนกำลังดูแลลูกค้าโต๊ะหนึ่งอยู่ ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นตนไม่เคยเห็นมาก่อน และไม่รู้จักกัน

ซึ่งชายคนดังกล่าวพยายามให้ตนดื่มเหล้า แต่ตนปฏิเสธและขอตัวไปเอาน้ำ จากนั้นชายคนนี้ก็ยังเดินตามมา พยายามให้ดื่มเหล้าให้ได้ เมื่อตนปฏิเสธก็มีอาการโมโหและขึ้นเสียง ทำท่าเหมือนจะต่อย แต่มีเพื่อนเข้ามาห้ามไว้ จึงสาดเหล้าและเขวี้ยงแก้วเหล้าใส่ตน ซึ่งทำให้หน้าผากปูดบวม เย็บประมาณ 2 ซม. เบื้องต้นได้ลงบันทึกประจำวันไว้แล้ว

ทั้งนี้หลังจากมีการแจ้งความบันทึกประจำวันทาง  ร.ต.อ.ศุภากร ทิพพิลา รอง สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ เจ้าของคดีก็ได้เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนได้เรียกตัวผู้เสียหายพร้อมพยานมาสอบปากคำเพิ่มเติม เพื่อสรุปสำนวนคดีแล้ว ขณะนี้ทราบตัวผู้ก่อเหตุ หลังจากนี้จะออกหมายเรียกต่อไป หากไม่มาพบตามที่กำหนด จะออกหมายจับอีกครั้ง

เบื้องต้น ตำรวจแจ้งข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ยังไม่สามารถแจ้งข้อหานี้ได้ เพราะต้องรอผลตรวจร่างกายก่อน