ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก 2 ปี นศ.สาวเมาแล้วขับ ชน 3 นักปั่นเสียชีวิต พร้อมสั่งเพิ่มเงินสินไหมทดแทนให้ครอบครัวผู้สูญเสีย
เมื่อเวลา 09.00 น. วันนี้ 27 มิ.ย. 60 ครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุ น.ส.ภัทร์ชุดา จายเรือน อายุ 24 ปี ( อายุขณะเกิดเหตุ ) นักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เมาแล้วขับรถเก๋งหมายเลขทะเบียน ขย-9417 เชียงใหม่ พุ่งชนนักปั่นจักรยานจักรยานเสียชีวิต 3 ราย บนถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2558 เดินทางไปที่ศาลจังหวัดเชียงใหม่เพื่อฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
คดีนี้ศาลชั้นต้นได้พิพากษาลงโทษ น.ส.ภัทร์สุดา จำเลย จำคุก 4 ปี ตามความผิดฐานประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ ความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก แต่จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา พร้อมเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
ขณะที่โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้เพิ่มโทษ เนื่องจากเห็นว่าโทษที่ได้รับน้อยไปกว่าการกระทำที่ได้ทำลงไป ขณะเดียวกันในช่วงหลังเกิดเหตุจำเลยยังไม่มีพฤติกรรมสำนึกผิดและไม่รับผิดชอบเยียวยาอย่างเหมาะสม ส่วนจำเลยประกันตัวและอุทธรณ์ขอลดโทษ อ้างว่าเป็นความผิดครั้งแรก
ล่าสุดเช้าวันนี้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 อ่านคำพิพากษา ให้จำคุกจำเลย 2 ปี ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น แต่พิพากษาแก้ให้จำเลยชำระเงินค่าสินไหมทดแทนและค่าขาดไร้อุปการะให้กับนางปราณี กันทา โจทย์ร่วมที่ 3 ญาติของนายสมาน กันทา ผู้เสียชีวิต จาก 1,722,091 บาท เป็น 2,334,091 บาท และให้ชำระเงินให้กับนายแก้ว คำแก้ว และ นางแก้ว คำแก้ว โจทก์ร่วมที่ 4 และ โจทก์ร่วมที่ 5 บิดาและมารดาของนายพงษ์เทพ คำแก้ว ผู้เสียชีวิต คนละ 1,185,433 บาท โดยหลังมีคำพิพากษาจำเลยได้ขอยื่นประกันตัวเพื่อฏีกา
หลังอ่านคำพิพากษาน.ส.ก้องกานต์ ย่องลั่น ลูกสาวของนายชัยรัตน์ ผู้ตาย บอกว่าเคารพการตัดสินของศาล แต่ทั้ง 3 ครอบครัวที่ต้องสูญเสีย เห็นว่าโทษที่ได้รับน้อยไป ส่วนหลังจากนี้จะฎีกาคำพิพากษาหรือไม่ จะขอปรึกษากับทนายความอีกครั้ง ส่วนค่าสินไหมทดแทนที่ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาในครั้งนี้ นายแก้ว คำแก้ว บอกว่าไม่สามารถทดแทนกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น และอาจจะยื่นฎีกาอีกครั้ง
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันที่ 3 พ.ค. 58 น.ส.ภัทร์ชุดา ที่อยู่ในอาการเมาสุรา ขับรถยนต์เก๋งโตโยต้ายารีส สีดำ หมายเลขทะเบียน ขย-9417 เชียงใหม่ ด้วยความเร็ว พุ่งชนนักปั่นจักรยานสมัครเล่นของชมรมนักปั่นจักรยานอำเภอสันทราย ที่กำลังปั่นเป็นแถวยาวชิดซ้ายของถนนและมีสัญญาณไฟท้ายรถทุกคัน บนถนนเชียงใหม่ – ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ แต่ปรากฏว่ารถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับมาด้วยความเร็วและพุ่งชนท้ายขบวนรถจักรยานอย่างแรง จนทำให้จนทำให้นายสมาน กันธา อายุ 63 ปี , นายพงษ์เทพ คำแก้ว อายุ 40 ปี และ นายชัยวัฒน์ ย่องลั่น อายุ 63 ปี เสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ
ส่วนนักปั่นจักรยานอีก 2 ราย คือ นายพงษ์ศักดิ์ พลสิงห์ อายุ 36 ปี และ ว่าที่ ร.ต. สุพล ตาสิงห์ อายุ 56 ปี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ถูกนำส่งโรงพยาบาล
ต่อมาวันที่ 31 พ.ค. 59 ศาลชั้นต้นพิพากษา น.ส.ภัทร์ชุดา ในความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและความผิดตาม พรบ.จราจรทางบก พิพากษาให้จำคุก 4 ปี จำเลยรับสารภาพลดโทษให้เหลือจำคุก 2 ปี ไม่รอลงอาญา หลังมีคำพิพากษาจำเลยยื่นประกันตัวและอุทธรณ์ขอลดโทษ ส่วนพนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่และโจทก์ร่วมที่เป็นญาติผู้เสียชีวิตยื่นอุทธรณ์ขอเพิ่มโทษและเพิ่มเงินสินไหมทดแทน
อย่างไรก็ตาม หลังเกิดเหตุ ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ครอบครัว ได้รับเงินจาก พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยทางรถ (ภาคบังคับ) รายละ 2 แสนบาท และ ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ภาคสมัครใจให้ครอบครัวละ 1,000,000 บาท เต็มเพดานของกรมธรรม์ภาคสมัครใจ รวมเป็นครอบครัวละ 1.2 ล้านบาท
ส่วนเงินเยียวยาจากจำเลย ผู้ก่อเหตุทั้ง 3 ครอบครัวยังไม่ได้รับ ทราบเพียงแต่ทางจำเลยนำเงินไปวางประกันไว้ที่ศาลรายละ 70,000 – 100,000 บาท ซึ่งทางญาติไม่ขอรับเพราะถือว่าไม่เป็นธรรมกับการขาดไร้อุปการะของผู้เสียชีวิต