บก.ปคม. แถลงข่าวจับกุม “แม่เล้าปู” ผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีเด็ก

บก.ปคม. แถลงข่าวจับกุม “แม่เล้าปู” ผู้ต้องหาคดีค้าประเวณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี

วันที่ 27 มิ.ย. 2560 เวลา 11.00 น. กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. แถลงข่าวผลการจับกุม แม่เล้าปู ผู้ต้องหาในคดีค้าประเวณีเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ก่อนหน้านี้ได้หลบหนีหมายจับไปกบดานอยู่ในโรงแรมแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดชลบุรี

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มิ.ย.2560 ที่ผ่านมา ตำรวจ ปคม. สนธิกำลังกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุกค้นสถานบริการวีทู อาบอบนวด หลังตลาดโชคชัย 4 ซอยลาดพร้าว 55 ถนนลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กทม. และได้มีการขยายผลคดีค้ามนุษย์ในลักษณะการค้าประเวณีเด็กจาก จ.นครราชสีมา เครือข่ายของแม่เล้าปู ซึ่งได้ดำเนินการจับกุมผู้ร่วมขบวนการจำนวน 5 คน ไปแล้ว และยังคงเหลือแม่เล้าปู ที่หลบหนีหมายจับ

โดยในช่วงแรกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปิดโอกาสให้แม่เล้าปูมามอบตัวเอง แต่จากการสืบสวนเชิงลึกพบว่าแม่เล้าปูมีการเคลื่อนย้ายและเปลี่ยนแปลงที่อยู่ตลอดเวลา ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา กรุงเทพฯ จ.ระยอง และ จ.ชลบุรี จึงเชื่อได้อย่างแน่ชัดว่ามีการหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงวางกำลังจุดที่สงสัยว่าแม่เล้าปูจะไปหลบซ่อนตัวตลอดมา

จนกระทั่งวันที่ 26 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและพบว่า แม่เล้าปูหลบหนีอยู่ที่เรือนขุนแผนรีสอร์ท ต.สุรศักดิ์ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต่อมาเวลา 16.00 น. เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการจับกุมตัวตามหมายจับในข้อหาร่วมกันค้ามนุษย์ เป็นธุระจัดหา ร่วมกันโทรมหญิง พรากผู้เยาว์ ซึ่งอัตราโทษจำคุกตั่งแต่ 6 ปี ถึง 15 ปี และปรับตั้งแต่ 600,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 และอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 15 ปี ถึง 20 ปี ปรับตั้งแต่ 30,000 บาท ถึง 40,000 บาท หรือจำคุกตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรค 3

ปปป.เร่งขยายผลคดีทอนเงินวัด 400 แห่งทั่วประเทศ

กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ ร่วมประชุมเกี่ยวกับการขยายผลคดีทอนเงินวัด 400 แห่งทั้วประเทศ

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ สำหรับกรณีปมทุจริตเงินทอนวัด หรือเงินอุดหนุนการบูรณะปฏิสังขรณ์วัด
ล่าสุดวันนี้ (27 มิ.ย.60) ที่กองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ประชุมเกี่ยวกับการขยายผลคดีทอนเงินวัด ทั่วประเทศ

โดยพล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า สำหรับประเด็นการประชุมวันนี้จะมีการพุดคุยถึงเรื่องที่ไปสืบสวนต่อการกระทำในลักษณะเดียวกันกับที่ได้สืบสวน แต่จะเน้นไปที่ผู้ต้องหากลุ่มใหม่ กลุ่มเก่าก็ยังคงดำเนินต่อเนื่องไป สำหรับผู้ต้องหากลุ่มใหม่ทางเจ้าหน้าที่จะรีบดำเนินการเพื่อจัดการกับบุคคลเหล่านี้ให้กระบวนการเหล่านี้จบไปอย่างรวดเร็วที่สุด โดยต้องการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชุดใหม่

ขณะที่วัดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดยังไม่สารมารถบอกจำนวนที่ชัดเจนได้เนื่องจากมีมาก อย่างที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เปิดเผยว่าพบแล้ว 60 วัด ทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทาง ปปป. จะไม่ไปยุ่งกับส่วนนี้ เนื่องจากจะซ้ำซ้อนกับการทำงานของ ป.ป.ช. ทั้งนี้การขยายผลทราบว่า ทางสำนักพุทธฯได้ตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนขยายผลแล้ว ถ้าพบการกระทำความผิดจึงส่งมาให้ ปปป.ดำเนินคดี

สำหรับวันนี้ที่จะมีการพูดคุยกับ ปปง. และ ป.ป.ช. เรื่องสืบสวนการฟอกเงิน เบื้องต้นได้ทำเรื่องขึ้นไปเพื่อขออนุมัติสอบสวนในคดีฟอกเงินกับ 12 คดีแรก เพราะว่าได้ส่งสำนวนไป ป.ป.ช.แล้ว จึงทำให้อำนาจการสอบสวนทางเราต้องยุติลงไป แต่เรื่องคดีฟอกเงินถือว่าเป็นการขออนุมัติทำการสอบสวนใหม่ ซึ่งได้ร่วมกันศึกษาแล้วว่า ในกรณีที่จะร้องทุกข์คดีทอนเงินวัดผู้ที่เกี่ยวข้องชุดใหม่จะทำคดีฟอกเงินควบคู่กันไป

แม่ค้าก๋วยเตี๋ยวเซ็ง!! ผ่าหมอนเจอเศษแพมเพิส-ผ้าอนามัย ยัดเป็นไส้แทนนุ่น

แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวสุดเซ็ง หมอนขาดไส้ไหลไม่ใช่นุ่น แปลกใจควักออกมาดูกลายเป็นผ้าอ้อมสำเร็จรูปแพมเพิสยัดไส้ โอดใช้นอนหนุนหัวมานานนับปี ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ ถ่ายรูปโพสต์เตือนประชาชน อย่าเห็นแก่ของราคาถูก

วันนี้(27 มิ.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ตำบลสุรศักดิ์ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี จากกรณีที่เจ้าของบ้านได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยผ่านโลกออนไลน์ หลังจากพบหมอนที่ใช้หนุนหัว ถูกยัดไส้ด้วยเศษผ้าอ้อมสำเร็จรูป และเศษผ้าอนามัย หลังซื้อหมอนราคาถูกตามตลาดนัดในพื้นที่มาใช้นานนับแรมปี

ทราบชื่อเจ้าของบ้านและผู้โพสต์เรื่องราวดังกล่าวต่อมาคือ นางสาวชาลิณี ช่างเหลา มีอาชีพเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว และนายเนรมิต มาลัยวงษ์ ซึ่งเป็นญาติ ๆ กัน ซึ่งเป็นเจ้าของคลิปดังกล่าว ได้เปิดเผยรายละเอียดของเรื่องนี้ว่า “เมื่อสองปีที่ผ่านมา ตนและพี่สาวได้ไปซื้อหมอนหนุนหัวที่ตลาดนัดแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีราชา ในราคาใบละ กว่า 50 บาท โดยซื้อมา 4 ใบ หลังจากนั้นก็ใช้มาตามปกติ

พอใช้นาน ๆ ไปหมอนก็เริ่มแข็ง และเกิดมีรอยปริแตก และเห็นเศษไส้หมอนผิดปกติ จึงล้วงไส้ออกมาดู ก็พบว่าเป็นเศษผ้าอ้อมสำเร็จรูป จึงลองล้วงออกมาทั้งหมดก็พบว่ามีเศษนุ่นปนมาเล็กน้อย รวมทั้งเศษผ้าอนามัยก็มีปะปนมาด้วย เมื่อเห็นดังนั้นตนรู้สึกไม่สบายใจที่นอนหนุนแพมเพิสมาตลอดระยะเวลาที่ซื้อมา และไม่ทราบว่าเศษแพมเพิสกับผ้าอนามัยนี้เคยผ่านการใช้งานมาหรือยัง ถ้าผ่านการใช้งานแล้วก็คงรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ จึงได้ถ่ายคลิปและโพสเตือนประชาชนอย่าหลงซื้อของที่ไม่มีคุณภาพเพียงเพราะเห็นว่าราคาถูกเพียงเท่านั้น”

ซึ่งหลังจากนั้น นางสาวชาลิณี ได้ทดลองเอาหมอนที่ซื้อมารุ่นเดียวกันลองให้ผู้สื่อข่าวดู และลองฉีกหมอนเพื่อจะดูไส้หมอนว่าเป็นเช่นเดียวกันหรือเปล่า ปรากฏว่า หมอนอีกใบก็พบว่ามีเศษแพมเพิส เศษนุ่น และเศษผ้าอนามัยอยู่เช่นกันเหมือนอย่างใบแรก

จึงอยากฝากเตือนประชาชนทั่วไปที่ซื้อหมอน หรือสินค้าประเภทนี้ ตรวจเช็คและสอบถามผู้ขายให้ดีดี อย่าเห็นแก่ของราคาถูก แล้วซื้อกันมา อาจจะไม่ได้ของที่มีคุณภาพอย่างที่คิดก็เป็นได้