โจ๋บุกยิงกรอกปาก หนุ่ม 25 ดับคาบ้าน ต่อหน้าแม่

โจ๋คะนองบุกยิงกรอกปากหนุ่ม 25 ดับคาบ้านต่อหน้าแม่ ที่ จ.ชลบุรี 

พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุใช้อาวุธปืนยิงกันเสียชีวิต เหตุเกิดภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในพื้นที่ ม.10 ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย ผู้เกี่ยวข้องเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายโรจนวัฒน์ อายุ 25 ปี นอนเสียชีวิตเลือดนองพื้นอยู่บริเวณพื้นด้านในรั้วบ้าน มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่ปากกระสุนฝังใน เลือดไหลออกจำนวนมาก โดยมีนางบุญงาม อายุ 58 ปี อดีตครูโรงเรียนห้วยใหญ่ (เป็นมารดา ยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ด้วยอาการตื่นตระหนกตกใจ)

สอบถามนางบุญงาม ทราบว่าก่อนเกิดเหตุตนเองและลูกชายนอนอยู่ภายในบ้าน ได้มีกลุ่มวัยรุ่นนับสิบคนขับขี่จักรยานยนต์มาจอดหน้าบ้าน จากนั้นก็เรียกให้ลูกชายออกมาคุย ตนเองพยายามห้ามปรามว่าให้มาช่วงเช้า แต่กลุ่มวัยรุ่นไม่ยอม พร้อมบังคับให้เปิดประตู ตนสั่งห้ามลูกชายไม่ให้เปิดเด็ดขาด

ส่วนเรื่องสาเหตุนั้นตนเองทราบเพียงว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุมาทวงพระคืน ซึ่งลูกชายก็บอกให้นำเงินมาคืนก่อนถึงจะมาเอาพระคืนไปได้ ก่อนจะมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง ตนเองจึงเอ่ยปากไล่ให้กลุ่มวัยรุนแยกย้ายกันกลับไป หากไม่กลับจะแจ้งตำรวจ แต่หนึ่งในกลุ่มวัยรุ่นกลับด่าทอและท้าทายไม่กลัวให้รีบแจ้งมาเลย

จากนั้นหนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุก่อเหตุก็ชักอาวุธปืนยิงใส่ลูกชายของตนต่อหน้าต่อตาจนล้มทั้งยืน หลังก่อเหตุก็รีบขับขี่จักรยานยนต์หลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่หาเบาะแสของผู้ก่อเหตุ ส่วนสาเหตุนั้นยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัด

แอมเนสตี้ – ICJ เรียกร้องให้ทางการไทยผ่าน พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย

แอมเนสตี้ แถลงการณ์ร่วม ICJ เรียกร้องให้ทางการไทยผ่าน พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย เนื่องใน “วันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมานสากล”

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล และคณะกรรมการนักนิติศาสตร์สากล (ICJ) ออกแถลงการณ์ร่วม แสดงความยินดีที่ไทยให้คำมั่นสัญญาในเวทีนานาชาติว่าจะป้องกันและปราบปรามการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐในประเทศ เนื่องใน “วันสนับสนุนผู้เสียหายจากการทรมานสากล” ซึ่งตรงกับวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี และในโอกาสใกล้ครบรอบ 10 ปีที่ไทยได้ให้สัตยาบันต่ออนุสัญญาต่อต้านการทรมานฯ

อย่างไรก็ตาม แอมเนสตี้ และ ICJ พบว่า คำมั่นสัญญาต่างๆ ของทางการไทยเป็นเพียงเอกสารที่ยังไม่ได้ถูกนำไปปฏิบัติจริงแต่อย่างใด โดยเฉพาะการผ่านร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย (พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย) ซึ่งถูกทำให้ล่าช้าซ้ำแล้วซ้ำอีก

แอมเนสตี้ และ ICJ จึงเรียกร้องให้ทางการไทยผ่าน พ.ร.บ.ทรมานและอุ้มหาย สอบสวนการทรมานโดยเจ้าหน้าที่รัฐอย่างอิสระ โปร่งใส และเป็นกลาง นำตัวผู้กระทำผิดควรถูกนำเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีที่เป็นธรรมในศาลพลเรือน ตลอดจนกำหนดกลไกป้องกันการทรมานระดับประเทศ และอนุญาตให้คณะกรรมการต่อต้านการทรมานระหว่างประเทศเข้าตรวจเยี่ยมด้วย

ชาวนาอ่างทองไอเดียแจ่ม แปลงโฉมร้านกาแฟเป็นไดโนเสาร์ สร้างรายได้งาม

ชาวนาอ่างทองไอเดียแจ่ม สร้างหุ่นไดโนเสาร์เป็น ร้านกาแฟ เน้นจุดขายสร้างรายได้แถมเตรียมขยายสาขา

ที่บริเวณริมถนนท่าช้าง-แสวงหา หมู่ 5 หน้าท่อตาสี ต.แสวงหา อ.แสวงหา จ.อ่างทอง นายสามารถ ทรัพย์วัลย์ อายุ 60 ปี สร้างร้านขายกาแฟ ที่มีจุดขายเป็นร้านค้ารูปทรงไดโนเสาร์ ดึงดูดสายตาลูกค้าให้เข้ามาลองชิมกาแฟดึกดำบรรพ์ ในราคาแสนถูก ทุกอย่าง 20 บาท ที่สำคัญรสชาติกาแฟดึกดำบรรพ์ ของนายสามารถ มีความอร่อยถูกใจนักชิม

ด้าน นายสามารถ เปิดเผยว่า ตนเองและครอบครัวเป็นชาวนา และเลี้ยงเป็ดไร่ทุ่งเป็นอาชีพเสริม ในช่วงฤดูแล้งที่ผ่านมา ต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำ ต้องหยุดทำนาและหยุดเลี้ยงเป็ดไร่ทุ่งขาดรายได้เลี้ยงครอบครัว จึงได้ปรึกษา ลูกสาวเพื่อทำร้านขายกาแฟสร้างรายได้ แต่การซื้อแฟรนไชส์นั้นต้องลงทุนสูง และมีคู่แข่งที่เหมือนกันจำนวนมาก จึงปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการหาสูตรกาแฟ แล้วมาทำการชงขายเองเพื่อเป็นการสร้างความแปลกใหม่และลดต้นทุน

โดยได้เปิดอินเตอร์เน็ต หาสูตรแล้วมาทำการฝึกฝนทดลอง จนได้สูตรกาแฟที่ลงตัว ก่อนทำการสร้างร้านค้า ที่เป็นแบรนด์ของตัวเอง โดยลูกสาวช่วยในการออกแบบโลโก้ถุงใส่กาแฟ ส่วนตนเองได้ทำการสร้างหุ่นไดโนเสาร์ จากโครงเหล็ก และใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ทำการห่อหุ้มโครงเหล็กไดโนเสาร์ ทาสีเคลือบเพื่อป้องกันแดดและฝน โดยดูขั้นตอนวิธีทำมาจากยูทูป ทั้งหมดใช้เงินประมาณสองหมื่นบาท ทั้งนี้พบว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี และมีการวางแผนว่าจะขยายสาขาวอีกในอนาคต