แพทย์เผย ยาบ้าคนติดมากสุด ชี้เลิกไม่ยากแต่ต้องเต็มใจเปลี่ยนตัวเอง

อธิบดีกรมการแพทย์ระบุยาบ้าครองแชมป์ติดมากสุด รองลงมาเป็นสุรา และยาไอซ์ แนะแนวทางเลิกไม่ยาก แต่ต้องเต็มใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง

นายแพทย์ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า กรมการแพทย์เป็นหน่วยงานหลักในการบำบัดรักษาผู้เสพและผู้ติดยาและสารเสพติดโดยมีการดำเนินการที่สำคัญ คือ การคัดกรอง จำแนกความรุนแรงของการเสพติดและการเจ็บป่วยทางกายทางจิตเพื่อช่วยเหลือและบำบัดรักษา เพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมให้หยุดยาเสพติดต่อเนื่อง สามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปกติสุข

โดยจากข้อมูลการบำบัดรักษาผู้ป่วยยาเสพติดของสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี ในปีงบประมาณ 2559 พบว่า มีการให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยในมากที่สุด 3 ลำดับแรก ได้แก่ ยาบ้า จำนวน 2,376 ราย รองลงมา คือ สุรา จำนวน 1,182 ราย และ ยาไอซ์ จำนวน 663 ราย ส่วนยอดผู้เข้ารับการบำบัดรักษาทั้งหมดของสถาบันบำบัดรักษา และฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี จำนวน 5,901 ราย

สำหรับแนวทางห่างไกลยาเสพติด นายแพทย์ธีรพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่สามารถทำได้ เพราะยาเสพติดเลิกไม่ยากและเลิกได้ โดยเต็มใจที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองก่อนเป็นอันดับแรก หากมีความเครียดควรทบทวนหาสาเหตุ คุยกับเพื่อน หรือบุคคลที่เราไว้วางใจ เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางการแก้ไขร่วมกัน ปรับปรุงสถานที่ บ้านและที่ทำงาน บรรยากาศดีขึ้น รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในบ้าน ออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ นอนหลับให้เพียงพอ หางานอดิเรกทำ และไม่สำส่อนทางเพศ ที่สำคัญคือยอมรับสภาพความเป็นจริงของชีวิต

นอกจากนี้ ควรมองโลกในแง่ดีคิดทางบวกเป็นความคิดที่นำความสุขมาสู่ตน ผู้ที่มีปัญหาสามารถโทรปรึกษาและขอข้อมูลได้ที่สายด่วนยาเสพติด 1165 หรือเข้ารับการบำบัดรักษาได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาค 6 จังหวัด

หนุ่มเลือดร้อนคว้าไม้เบสบอล ทุบรถคู่กรณี ฉุนเฉี่ยวชนกันบนถนน

คลิปหนุ่มหัวร้อนใช้ไม้เบสบอลทุบรถคู่กรณี ก่อนซิ่งไล่ชนซ้ำ จนมีคนได้รับบาดเจ็บ

วานนี้ (25 มิ.ย. 60) โลกออนไลน์ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีระทึก ขณะหนุ่มคนหนึ่งถือไม้เบสบอลบุกทุบรถอีกคันที่จอดอยู่ริมถนน หลังไม่พอใจที่เกิดเฉี่ยวชนกัน

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของผู้ก่อเหตุลงจากรถก่อนปรี่เข้าใช้ไม้เบสลอบทุบไปที่กระจกด้านหลังของรถกระบะคันหนึ่ง ทำให้คนขับรถกระบะพยายามขับหลบหนี ฝ่ายผู้ก่อเหตุก้ได้ขึ้นรถและพุ่งชนซ้ำจนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุที่เกิดขึ้น

ด้านผู้ใช้เฟซบุ๊ก อดิศวงศ์ สิริพลภักดี ซึ่งเป็นผู้เผยแพร่คลิปได้มีข้อความระบุว่า “ฝากแชร์เรื่องราวนี้เพื่อเป็นอุทธาหรณ์ให้กับพี่น้องร่วมทางทุกท่านด้วย..สังคมสมัยนี้เสื่อมจริงๆ..น้ำใจ..อารมณ์เป็นสิ่งสำคัญ ภาพเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา รถกระบะคันสีดำเป็นรถหลานชายแท้ๆ ของผม ขับมาแล้ว มีเหตุเฉี่ยวชนกับรถเก๋งยาริส

หลานชายของผมกำลังจอดรถ เพื่อจะลงไปเคลียร์ และโทรแจ้งประกัน แต่หลานชายไม่ทันได้ลงจากรถเลย ชายที่ขับรถเก๋งก็คว้าไม้เบสบอลลงมาจากรถแล้วตรงมาที่รถหลานมาทุบกระจกรถด้านหลัง(แค็ป)จนแตก หลานชายเลยขับรถเบี่ยงออกข้าง เพื่อที่จะไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ..แต่ชายคนขับรถเก๋งดังกล่าวยังขับรถตามมาแล้วหักชนด้านขวาของรถหลานจนทำให้รถหลานชายเสียการควบคุมรถตัวเองพุ่งชนรถที่จอดอยู่ริมถนนเสียหายอีกคัน จนเป็นเหตุให้เด็กน้อย ซึ่งเป็นลูกของหลานชาย และภรรยาของหลานชายได้รับบาดเจ็บสาหัส

การกระทำดังกล่าวมันไม่ใช่เกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างแน่นอน แต่เกิดจากอารมณ์ และผมถือว่าการกระทำเช่นนี้ถือเป็นการกระทำโดยเจตนาที่ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่าจะเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้..และเป็นการเจตนาทำให้เสียทรัพย์ สิ่งเรื่องทั้งหมดนี้กำลังอยู่ในระหว่างเจรจาเรื่องค่าเสียหายในทางแพ่ง…แต่ขอฝากช่วยแชร์ให้สังคมรับรู้ว่าคนเลวแบบนี้สมควรได้รับโทษทางอาญาโดยไม่มีการละเว้นอีกด้วยครับ

ทั้งนี้เมื่อภาพและข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการกับผู้ก่อเหตุให้ถึงที่สุด แม้ว่าผู้ก่อเหตุอ้างว่ารถกระบะเป็นคนชนก่อนและพยายามหลบหนี เขาจึงต้องระงับเหตุด้วยการพุ่งชนดังกล่าว

เจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์เข้าแจ้งความ หลังถูกคนร้ายนำอาวุธสงครามจี้ชิงทรัพย์

เจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์ในจังหวัดพังงา นำภาพกล้องวงจรปิดแจ้งความ หลังถูกคนร้ายนำอาวุธสงครามจี้ชิงทรัพย์

นายตอ นามสมมุติ อายุ 35 ปี เจ้าของโต๊ะสนุกเกอร์ ในพื้นที่ หมู่ 1 ต.ถ้ำน้ำผุด อ.เมือง จ.พังงา ได้นำภาพกล้องวงจรปิดภายในบ้าน ขณะถูกคนร้ายจำนวน 2 คน พกอาวุธปืน ทำร้ายร่างกายเพื่อหวังเอาทรัพย์สินภายในบ้าน แต่ตนเองสู้จนสามารถหนีออกมาขอความช่วยเหลือได้ จากนั้นเจ้าตัวได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพังงา

นาย ตอ เผยว่า ขณะตนเองกำลังจะปิดบ้าน ได้มีชายฉกรรจ์ใส่เสื้อแจ็คเก็ตสีกรมท่า คลุมหัวไอ้โม่ง เข้ามาทำร้ายร่างกายโดยบอกว่า “อย่าขัดขืนไม่ได้อยากให้เจ็บตัวจะมาเอาทรัพย์สินเท่านั้น” โดยถืออาวุธปืน COLT .45 ในมือ และพยายามเข้ามาภายในบ้านเพื่อค้นลิ้นชัก แต่ตนเองได้ขัดขืนพร้อมต่อสู้ จนมีชายฉกรรจ์อีกคน สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีดำ คลุมหัวไอ้โม่ง กางเกงขายาวสีดำ อีกคนถืออาวุธปืนยาวลักษณะคล้าย เอ็ม 16 เข้ามาแล้วเอาใช้ท้ายปืนในมือทุบเข้าที่ศีรษะ

จากนั้นเกิดชุลมุนและพยายามลากตนเองเข้าไปภายในบ้านเพื่อไม่ให้ประชาชนในละแวกนั้นแตกตื่นขึ้นมา แต่ตนเองพยายามขัดยืนและสามารถหนีออกมาจากภายในบ้าน พร้อมร้องเรียกให้ชาวบ้านในละแวกช่วยเหลือ ซึ่งเห็นว่าชายฉกรรจ์ทั้งคู่ค้นลิ้นชักเคาน์เตอร์ แต่ไม่พบอะไรจากนั้นได้ดึงปลั๊กกล้องวงจรปิดออก แล้วหลบหนีวิ่งขึ้นรถเก๋ง มาสด้า สีเทาดำ ไม่เห็นแผ่นป้ายทะเบียน มุ่งหน้าเข้าเขตเทศบาลเมืองพังงา