สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทำเนียบ ร่วมประชุมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิง

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทำเนียบร่วมประชุมการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

ความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาลในช่วงเช้าวันนี้ (26 มิ.ย.) สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครั้งที่ 2/2560 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับและเข้าร่วมการประชุม

ขณะที่เวลา 17.30 น. นายกรัฐมนตรีจะเฝ้าฯ รับเสด็จ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปในการฉลองพระพุทธรูปประจำวันประสูติ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในมงคลสมัยพระชันษา 90 ปี ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ

ส่วนในเวลา 10.00 น. นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ณ ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (เดิม) ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ขณะที่ในช่วงบ่ายเวลา 13.00 น. นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ (กคร.) ครั้งที่ 10/2560 ณ ห้องประชุมอรรถไกวัลวที ชั้น 1 อาคารสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี

อย่างไรก็ตาม นายสุวิทย์ จะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายรัฐบาล (กขร.) ครั้งที่ 3/2560 ณ ตึกสันติไมตรี (หลังใน) และ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะเป็นประธานการประชุมสภาสถาบันพลศึกษา ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

แก๊งสกิมเมอร์อาละวาดหนัก ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกว่า 20ราย

แก๊งสกิมเมอร์อาละวาดหนักในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วกว่า 20ราย เสียหายรวมกว่า 1.5 แสนบาท

ยังคงเป็นภัยสังคมสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนหลายราย กับการก่อเหตุของแก๊งสกิมเมอร์ที่ก่อเหตุขโมยรหัสข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มไปกดเงิน ล่าสุดแก๊งสกิมเมอร์กลับมาใช้ จ.เชียงใหม่ เป็นแหล่งดูดข้อมูลบัตรอีกครั้ง โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ วันดี สันติวุฒิเมธี โพสต์เตือนภัยชาวเชียงใหม่ ให้ระมัดระวังการใช้ตู้เอทีเอ็มถอนเงิน โดยเล่าเหตุการณ์ว่ามีคนรู้จักถูกถอนเงินสดออกจากบัญชี เป็นการถอนจากต่างประเทศ สูญเงินไปหลายหมื่นบาท เชื่อว่าเป็นฝีมือของแก๊งสกิมเมอร์ที่ก่อเหตุใน จ.เชียงใหม่

ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวตรวจสอบ พบว่าเมื่อวันที่ 23 และ 24 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รวม 5 ราย ว่าเงินในบัญชีถูกกดออกไปรายละหลักพันถึงหลักหมื่น ทั้งหมดถูกกดออกจากต่างประเทศ รวมเป็นเงินกว่า 1.5 แสนบาท ในจำนวนนี้มีที่ถูกกดเงินออกไปมากที่สุดเป็นเงิน 95,202 บาท จากบัญชีธนาคารกรุงเทพ ส่วนอีก 4 รายที่เหลือเป็นธนาคารไทยพาณิชย์แบะธนาคารกรุงศรีอยุธยา

ผู้เสียหายทั้งหมด ไม่แน่ใจว่าตู้เอทีเอ็มที่ไปใช้บริการตู้ไหนที่ถูกติดตั้งเครื่องดูดรหัสบัตร หรือ สกิมเมอร์ เพียงแต่สงสัยว่าอาจเป็นตู้เอทีเอ็มในท้องที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ หลังรู้ตัวได้แจ้งไปยังธนาคารเจ้าของบัญชีและเข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อเป็นหลักฐานในการขอให้ธนาคารคืนเงินให้ ขณะที่ทางธนาคารเจ้าของบัญชีผู้เสียหายกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

พ.ต.ท.ธงชัย บัวเงิน สารวัตรสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ระบุว่า กรณีที่เกิดขึ้น ธนาคารเป็นผู้เสียหายเพราะเป็นผู้ที่ดูแลรับผิดชอบเงินในบัญชีของเจ้าของบัญชี การแจ้งความมีขึ้นก็เพื่อนำเอกสารเป็นหลักฐานไปยืนยันกับทางนาคาร สวนการสอบสวนจะต้องอยูที่ธนาคารว่าจะมีการแจ้งความให้ดำเนินคดีอย่างไรหรือไม่หลังจากนี้ อย่างไรก็ตามคาดว่าจะมีผู้เสียหายอีกหลายสิบรายในท้องที่อื่นที่ต้องเสียหายในลักษณะเดียวกัน

ทั้งนี้ จ.เชียงใหม่ เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีตู้เอทีเอ็มอยู่ทั่วเมืองหลายพันตู้ ที่ผ่านมามีผู้เสียหายถูกขโมยเงินจากบัญชีด้วยวิธีนี้มาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทุกธนาคารและตำรวจทุกท้องที่เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบความผิดปกติของตู้เอทีเอ็ม เพื่อป้องกันแก๊งสกิมเมอร์แอบติดตั้งอุปกรณ์ขโมยรหัส และช่วงที่ผ่านมาตำรวจยังจับกุมแก๊งสกิมเมอร์ที่เป็นชาวต่างชาติได้ ซึ่งทั้งหมดมีรูปแบบการก่อเหตุเดียวกันก็คือจะลักลอบนำเครื่องสกิมเมอร์พร้อมกล้องขนาดเล็กไปคอยบันทึกรหัสของบัตร เมื่อได้ข้อมูลและรหัส จะส่งไปยังเครือข่ายในต่างประเทศเพื่อบันทึกข้อมูลลงไปในบัตรใหม่และกดเงินสดออกจากบัญชี ขณะที่เจ้าของบัญชีกว่าจะรู้ตัวก็เมื่อมีเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนเงินออก

ขณะที่ตำรวจที่ท้องที่ โดยเฉพาะในย่านแหล่งท่องเที่ยวและโรงแรมที่พักใน อ.เมืองเชียงใหม่ ได้เร่งประสานกับทุกธนาคารเพื่อหามาตรการตรวจสอบป้องกันแก๊งสกิมเมอร์แล้ว

‘ปัญญา’ ชงขยายเวลาอีก 30วันสอบซื้อตำแหน่งตร. ปัดยื้อเวลา

“พล.ต.อ.ปัญญา” เผย ชง ผบ.ตร. ขยายเวลาอีก 30 วัน สอบปมซื้อขายเก้าอี้ตำรวจ ปัดยื้อเวลา ยันตรวจสอบให้รอบคอบ

พล.ต.อ.ปัญญา มาเม่น จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบข้อเท็จจริงการซื้อขายตำแหน่งในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับ สารวัตร ถึงรองผู้บังคับการ วาระประจำปี 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้จเรตำรวจแห่งชาติตรวจสอบข้อเท็จจริงรายงานผลภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 27 มิถุนายนนี้

โดยพล.ต.อ.ปัญญา ระบุว่าหลังจาก ผบ.ตร. สั่งการ ชุดตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองตรวจ 8 จเรตำรวจ ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปมากกว่า 80 รายแล้ว รายงานผลมาที่ตน โดยได้พิจารณาว่าการดำเนินการตรวจสอบในห้วงเวลาที่ผ่านมายังไม่สมบูรณ์ ยังขาดบางประเด็นที่จำเป็นต้องตรวจสอบหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความครบถ้วนชัดเจนและตอบคำถามของสังคมได้ จึงทำหนังสือไปยัง ผบ.ตร. ขอขยายเวลาในการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ออกไปอีก 30 วัน แต่หากเสร็จก่อน 30 วัน ก็จะสรุปผลได้ทันที เชื่อมั่นว่าเมื่อขยายเวลาออกไปแล้วจะดำเนินการได้ทันตามกำหนดและครบถ้วนชัดเจน

พร้อมกันนี้ พล.ต.อ.ปัญญา ยืนยันว่า การขยายเวลาไม่ใช่เป็นการยื้อเวลา แต่เรื่องที่กล่าวหาเป็นเรื่องใหญ่สังคมให้ความสนใจจึงต้องตรวจสอบให้รอบคอบ สำหรับ พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ได้ทำรายงานชี้แจงถึงข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นมายังตนเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว แต่จะเชิญ พล.ต.ท.เทศา มาพบเพื่อสอบปากคำในบางประเด็นเพิ่มเติมเร็วๆนี้

ที่มา… INN