ทาทา ยัง ไม่โอเค เว็บสร้างข่าวปลอม หวังเรียกยอดไลค์

อดีตนักร้องดัง ฉะเว็บไซต์ปลอมข่าวเรียกยอดไลค์ ลั่นกรูยังไม่ตาย มาแช่งทำไม ?? 

วานนี้ (24 มิ.ย. 60) อดีตนักร้องชื่อดัง อมิตตา ทาทา ยัง ได้โพสต์ข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ชี้แจงถึงกรณีที่มีเว็บไซต์สร้างความปลอมอ้างว่าตัวเองป่วยหนัก กำลังเข้ารับการรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล เพื่อหวังเรียกยอดคนกดไลค์ เข้าไปดู ว่า ยืนยันข่าวดังกล่าวไม่ใช่ความจริง ตนสบายดีไม่ได้มีอาการป่วยหนักตามที่เป็นข่าวอย่างใด

‘คืออัลไล ??? กรูปกติ อยู่ดี แข็งแรงดี อยู่บ้านกับลูกกับผัว ลั๊ลลามากกก Up IG  ตลอด จะไปดูเจ๊ Brit คืนนี้ มรึงเป็นบ้าอะไรของมรึง มาแช่งกรู ไม่มีอะไรจะเขียนแล้วหรือไง อีบ้า อีฟาย #เพลียจิตคนสมัยนี้ #ฝากด่ากันหน่อยเร็ว ‘

สุดเศร้า! ลูกน้อยเสียชีวิต หลังแม่ใช้สิทธิ์บัตรทองทำคลอด

สบส.สั่งสอบโรงพยาบาลเอกชน หลังแม่โวยใช้บัตรทองคลอด ร้องขอให้ผ่า แต่ให้รอคลอดเอง สุดท้ายเด็กสำลักน้ำคร่ำดับ

โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ” ได้มีการโพสต์ข้อความตัดพ้อ หลังใช้สิทธิ์บัตรทองเข้าทำคลอดโรงพยาบาลเอกชน แต่กลับเกิดเหตุสลดทารกน้อยสำลักน้ำคร่ำจนเสียชีวิต เนื่องจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไม่ยอมเปลี่ยนวิธีทำคลอดให้ ทั้งๆ ที่ตนเจ็บท้องเป็นอย่างมาก พร้อมกับตั้งขอสงสัยว่าเป็นเพราะใช้บัตรทองหรือไม่จึงไม่ได้รับการใส่ใจดูแลดังกล่าว โดยผู้โพสต์มีข้อความระบุว่า

คลอดลูก, บัตรทอง,

ทั้งนี้เมื่อข้อความดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ทั้งแสดงความเสียใจกับเหตุที่เกิดขึ้น และอยากให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ให้พึงระวังเพื่อจะได้ไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

ขณะที่เพจดังกล่าว Drama-addict ได้มีการแสดงความเห็นว่า อยากให้มองอีกมุม อย่ามองว่าใช้บัตรทองทำคลอดแล้วแย่กว่า การคลอดด้วยหมอตำแย เข้าใจว่าคุณแม่ท่านดังกล่าวเศร้าเสียใจในการสูญเสีย แต่การคลอดด้วยบัตรทองก็ถือว่ามีการบริบาลหลังคลอดดีครบถ้วน ดังนั้นจะเอามาเหมารวมไม่ได้ การพาดหัวแบบนี้หมอพยาบาลที่เขาตั้งใจทำงานเสียกำลังใจกันหมดพอดี เรื่องนี้ต้องดูเป็นเคสบายเคสไป

อย่างไรก็ดีจากเหตุที่เกิดขึ้นข้างต้น นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส.) กระทรวงสาธารณสุข เผยว่า เบื้องต้นได้มอบหมายให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะและกองกฎหมาย ดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าวว่า ให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน โดยพนักงานเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบในประเด็นสำคัญ 3 ประเด็น คือ

1. ผู้ดำเนินการสถานพยาบาลมีการควบคุมและดูแลผู้ประกอบวิชาชีพในสถานพยาบาลของตนให้ปฏิบัติตามมาตรฐานวิชาชีพตามที่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สถานพยาบาล พ.ศ.2541 กำหนดหรือไม่

2. ผู้ประกอบวิชาชีพ มีการดำเนินการตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่

และ 3.สถานพยาบาลมีการควบคุมคุณภาพ มาตรฐานครบถ้วนทั้ง 5 ด้านตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อคำถามหรือเบาะแสการกระทำผิดของสถานพยาบาลสามารถแจ้งได้ที่กลุ่มโรงพยาบาล สำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ (สพรศ.) หมายเลขโทรศัพท์ 0-2193-7000 ต่อ 18406 และกลุ่มคลินิก สพรศ. ต่อ18407

จบด้วยดีแบบง่ายๆ คลิปเดือด ตร.-ปชช. ท้าต่อยกันหน้าโรงพัก

จบแบบ ‘แฮปปี้เอ็นดิ้ง’ คลิป ตร.หวิดวางมวยกับชาวบ้านกลางโรงพักพัทยา อ้างเข้าใจผิด ไม่ค้างคาใจทั้ง 2 ฝ่าย

ความคืบหน้าเหตุอื้อฉาว ตำรวจมีปากเสียงกับประชาชน จนถึงขั้นเกือบมีการวางมวยฟาดปากกันกลางโรงพักกลางเมืองพัทยา จน พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา ในฐานะที่ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.หัวหน้าสถานี ให้รับผิดชอบดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ต้องออกมาสั่งสอบเป็นการด่วนตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น  (อ่านข่าว : สั่งสอบแล้ว คลิปตร.พัทยา ทะเลาะเดือดประชาชน)

เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 24 มิ.ย.60 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า พ.ต.ท.ออมสิน สุขการค้า รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้เชิญ นายสุธรรม วิโรจน์รัตน์ อายุ 35 ปี อาชีพพนักงานรักษาความปลอดภัยในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง บนถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ และ พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ สารวัตร(สอบสวน ) สภ.เมืองพัทยา นายตำรวจที่ปรากฏในคลิป มาพูดคุยทำความเข้าใจ เพื่อให้เรื่องนี้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

โดย พ.ต.ท.อรรถรส ครองราชย์ เปิดเผยว่า ในคืนวันเกิดเหตุขณะกำลังทำหน้าที่อยู่ในห้องสอบสวน นายสุธรรม วิโรจน์รัตน์ เดินทางเข้ามาแจ้งความว่าตัวเองถูกทำร้ายร่างกายมา แต่ด้วยเจ้าตัวมีอาการมึนเมาสุราจึงบอกให้นั่งรอก่อน ภายหลังเจ้าตัวกลับเข้าใจผิดคิดว่าตำรวจจะไม่ดำเนินการรับแจ้งความตามประสงค์ จึงลุกขึ้นโวยวายทำให้เกิดมีปากเสียงกัน

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางครั้งอาจจะไม่ถูกใจใครไปบ้างก็ต้องขอโทษขออภัย ตนเองก็รู้สึกไม่สบายใจและยอมรับในความผิดพลาด ทั้งนี้สาเหตุเนื่องมาจากความเหน็ดเหนื่อยต่อหน้าที่การงานที่รับผิดชอบมาตลอดทั้งวัน แต่บางสถานการณ์ก็ถือว่าเป็นสไตล์การทำงานของตนเอง

ทางด้าน นายสุธรรม การ์ดสถานบันเทิงคู่กรณีที่เกือบจะการวางมวยกับตำรวจกลางโรงพักรายนี้ กล่าวภายหลังที่พ.ต.ท.อรรถรส เปิดอกชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า เจ้าตัวก็เปิดใจรับฟังเหตุผลอย่างลูกผู้ชาย และเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จากนั้นจึงยกมือไหว้และจับไม้จับมือขอโทษขอโพยกัน เป็นอันว่าเรื่องนี้ จบลงแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งไม่มีสิ่งค้างคาใจกันทั้ง 2 ฝ่าย